Phil0351sm ch2

Description
1. บทที่ 2 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในบทนี้จะกล่าวถึง…

Please download to get full document.

View again

of 40
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Slides

Publish on:

Views: 0 | Pages: 40

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
  • 1. บทที่ 2 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในบทนี้จะกล่าวถึง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในประเด็นของที่มา ความหมาย กรอบ แนวคิดและคุณลักษณะที่สำคัญ เพื่อให้เห็นภาพโดยรวมของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ทราบถึง แนวคิดหลักและประโยชน์ต่อการนำไปใช้เป็นกรอบของชุดคำอธิบายในการวิเคราะห์เรื่องการจัดการ ขยะตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ เนื้อหาในบทนี้ ยังกล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียงและกิจกรรมทางเศรษฐศาสตร์ที่ เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม อันได้แก่ การผลิต การบริโภค ประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลในการผลิตและบริโภค รวมถึงอรรถประโยชน์ ซึ่งจะกล่าวโดยรวมเพื่ออธิบายเปรียบเทียบ เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์กระแสหลักและเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใช้เป็นแนวคิดหลักในการวิเคราะห์ปัญหา การจัดการขยะ อันมีสาเหตุโดยตรงมาจากการผลิตและการบริโภค นั่นเอง 2.1 ที่มาของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงปรากฏอยู่ในการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาช้านาน ในรูปของหลักการสร้างความ “พออยู่-พอกิน” และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง พระราชทานแนวคิดนี้เพื่อใช้ปรับทิศทางการพัฒนาประเทศไทยเป็นครั้งแรกแก่นิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 18 กรกกาคม 2517 (พิพัฒน์ ยอดพฤติการ, 2550, น. 33) ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำรัชชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 (พระมหา วุฒิชัย วชิรเมธี, 2550) และได้ทรงเน้นย้ำอย่างชัดเจนในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 (ภายหลังวิกฤติ เศรษฐกิจ พ.ศ. 2540) จวบจนปัจจุบัน นานกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และ สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (2517) ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งแก่ผู้เข้าเฝ้าถวายพระพรชัย มงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ.2517 คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขาจะว่าเมืองไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยเชย ว่าเมืองไทยไม่มีสิ่งใหม่ แต่เราอยู่อย่างพอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มี
  • 2. 15 ความสงบ ช่วยกันรักษาส่วนร่วม ให้อยู่ที่พอสมควร ขอย้ำพอควร พออยู่พอกิน มีความสงบ ไม่ให้คนอื่นมาแย่งคุณสมบัตินี้ไปจากเราได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (2540) ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งแก่ผู้เข้าเฝ้าถวายพระพรชัย มงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ.2540 ถ้าสามารถจะเปลี่ยนให้กลับเป็นเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ต้องทั้งหมด แม้จะไม่ถึงครึ่ง อาจจะ เศษหนึ่งส่วนสี่ ก็สามารถที่จะอยู่ได้ การแก้ไขจะต้องใช้เวลาไม่ใช่ง่ายๆ โดยมากคนใจร้อน เพราะเดือดร้อน แต่ถ้าทำตั้งแต่เดี๋ยวนี้ก็จะสามารถที่จะแก้ไขได้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมิใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากพระองค์ท่านได้ทรงใช้เป็นหลักในการ ดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มีอยู่กว่า 3,000 โครงการ (มนูญ มุกข์ประดิษฐ์, 2549) ตลอด ห้าทศวรรษที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรที่ยังยากจนใน ถิ่นทุรกันดารเป็นเบื้องแรก เพื่อสร้างความ “พออยู่-พอกิน” อันเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจพอเพียง ภายหลังจากที่คำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เริ่มเป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยที่ผู้พูดแต่ละ คน จะตีความเอาเอง ทำให้ความหมายเศรษฐกิจพอเพียงของแต่ละคน อาจจะแตกต่างกันมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยและทรงพระกรุณาปรับปรุงแก้ไขบทความ เรื่อง “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิในทางเศรษฐกิจและสาขาอื่นๆ มาร่วมกันประมวลปละกลั่นกรองพระราชดำรัสเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งพระราชทานไว้ในวโรกาสต่างๆ รวมทั้งพระราชดำรัสอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และทรง พระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้นำไปเผยแพร่ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของทุกฝ่าย และประชาชน โดยทั่วไป เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 (พิพัฒน์ ยอดพฤติการ, 2550, น.36) และเพื่อบรรจุใน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่9 (พ.ศ.2545-2549) อีกทั้ง ได้จัดทำเป็นบทความเรื่อง “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” (สารานุกรมเสรี วิกิพีเดีย, 2550) และได้นำความกราบบังคลทูลพระ กรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2542 โดยทรงพระกรุณาปรับปรุง แก้ไขพระราชทานและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำบทความที่ทรง แก้ไขแล้วไปเผยแพร่ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของสำนักงานฯและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชน โดยทั่วไป ต่อมา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงได้จัดทำหนังสือ “เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร” ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะอธิบายความหมายของหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งกรอบแนวคิดของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่มุ่งเน้นความมั่นคงและความ ยั่งยืนของการพัฒนา อันมีคุณลักษณะที่สำคัญ คือ สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกระดับ ตลอดจนได้อธิบาย
  • 3. 16 คำนิยามของความพอเพียง ที่ประกอบด้วย ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ภายใต้เงื่อนไขของการตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมที่ต้องอาศัยเงื่อนไขความรู้และเงื่อนไขคุณธรรม ปี พ.ศ. 2550 เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลอง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุ ครบ 80 พรรษา ด้วยพระปรีชาญาณและพระวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล โครงการในพระราชดำริและ "เศรษฐกิจพอเพียง" คือปรัชญาที่ทรงชี้แนะถึงแนวทางในการดำรงชีวิตที่พระองค์ได้ทรงมอบให้แก่ ประชาชนทุกระดับ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมไปถึงการบริหารประเทศ มีผล ต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน รัฐบาลมีนโยบายสำคัญที่สะท้อนเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งการนำคุณธรรมนำ ความรู้ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งปรัชญาทั้งสองคือ "เศรษฐกิจพอเพียง" และ "คุณธรรมนำความรู้" นี้ถือ เป็นเรื่องที่ไปด้วยกัน และเป็นเรื่องจำเป็นต้องทำเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 2.2 ความหมายของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไป ในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี พอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ จะต้องอาศัย ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและ การดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และให้มี ความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้ สมดุลและพร้อมต่อการรับรองการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี (คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พอเพียง, 2549, น.4) ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้พูดถึงวิธีการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่พูดถึงกรอบคิดในการ ตัดสินใจเพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์ที่สุดต่อทุกคน (จรวยพร ธรณินทร์, 2551) จากมุมมองของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การพึ่งตนเองได้เป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นที่สุด สำหรับอนาคตที่มั่นคง การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเกิดจากกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้นตอน และ ต้องเป็นการระเบิดจากภายในมากกว่าการผลักดันจากภายนอก แนวคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียงมีรากฐานจากคำสอนในพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับธรรมชาติ ของความเป็นมนุษย์ แต่หลักธรรมดังกล่าวมิได้จำกัดอยู่แต่ในศาสนาพุทธเท่านั้น ในศาสนาอื่นๆ ก็มีการ
  • 4. 17 สอนในเรื่องที่คล้ายคลึงกัน เช่นเรื่องความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพ สัตว์และประโยชน์ของการอบรมวินัยในตนเอง 2.3 กรอบแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมา จากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤติ เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของ การพัฒนา(คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง, 2549, น.12) กรอบแนวคิดของสามองค์ประกอบหลัก อันได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และ การมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีดังนี้ 2.3.1 พอประมาณ 1) มีคุณธรรมถูกต้องดีงาม แบ่งปัน ไม่เอาเปรียบคนอื่น ไม่เอาเปรียบธรรมชาติ คุณธรรมนำชีวิต นำธุรกิจการ งาน ไม่เอาเงินนำหน้า ปัญญาตามหลัง 2) รู้จักตัวเอง รู้รากเหง้า ภูมิใจ เชื่อมั่น รู้คุณค่าที่มาของตนเอง เอกลักษณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิใจในกำพืด ถิ่นฐานบ้าน เกิด รากเหง้าเผ่าพันธุ์ บรรพบุรุษ ภูมิใจในของกิน ของใช้พื้นบ้าน กินอยู่แบบไทยๆ วิถีไทย เข้าถึงคุณค่ามากกว่ายึดติดรูปแบบ 3) มีชีวิตเรียบง่าย พออยู่ พอกิน พอใช้ ไม่หน้าใหญ่ ไหลตามกระแส รู้กาละและเทศะ มีความสุขตามอัตภาพ ขนาด ปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไป ไม่ใหญ่เกินไป ไม่ติดแบรนด์ คิดแต่สร้างภาพ ไม่ไหลตามกระแส ตามโฆษณา บ้าบริโภค 2.3.2 มีเหตุผล 1) มีหลักวิชา กินอยู่อย่างมีข้อมูลอย่างมีคุณภาพ ตัดสินใจด้วยข้อมูล ความรู้ “รู้เขา รู้เรา” รู้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลง ไม่ทำตามๆ กัน รู้ตัวเอง รู้ท้องถิ่น รู้ศักยภาพ รู้ “ทุนชุมชน” รู้ปัญหา รู้โลกาภิ- วัตน์ แสวงหาความรู้ ศึกษาในระดับสูงขึ้นตามศักยภาพของตนเอง
  • 5. 18 2) มีแผน มีแผนชีวิต ครอบครัว แผนชุมชน แผนยุทธศาสตร์ แผนงานองค์กร แผน งบประมาณครอบครัว รายรับ รายจ่าย หนี้สิน แผนการลงทุน แผนเศรษฐกิจพอเพียง 3) เป็นมืออาชีพ คุณภาพ มั่นคง ยั่งยืน (quality, consistency, sustainability) “อิทธิบาทสี่” (ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) ใจรัก รู้จริง รู้รอบ รู้ลึก ทำดีมีคุณภาพ ด้วยความสม่ำเสมอ 2.3.3 มีภูมิคุ้มกันที่ดี 1) ระบบชีวิตที่ดี ครอบครัวอบอุ่น มีความมั่นคงในชีวิต ลูกได้รับการเลี้ยงดูที่ดี ลูกมีการศึกษาที่ดี 2) ระบบเศรษฐกิจ สังคมชุมชนท้องถิ่นที่ดี ชุมชนเข้มแข็ง มีระบบเศรษฐกิจชุมชน สวัสดิการชุมชน เครือข่ายชุมชน เครือข่าย เศรษฐกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชน เกษตรผสมผสาน สหกรณ์ SMEs เน้นการผลิตเพื่อบริโภคใน ท้องถิ่น ก่อนพึ่งตลาดภายนอกหรือส่งออก 3) ระบบการจัดการองค์กรที่ดี องค์กร หน่วยงานรัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ มีธรรมาภิบาลบรรษัทระบบการจัดการที่ดี มีผู้นำและผู้ตามที่ดี ผู้นำสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้ทุกคนใจดี ใจกว้าง ใจสู้ ใจถึง (เข้าใจ - เข้าถึง)
  • 6. 19 2.4 ลักษณะเฉพาะของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการ ปฏิบัติบนทางสายกลางและการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน มิได้มุ่งเน้นเฉพาะแต่เพียงภาคการเกษตรเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการดำเนินชีวิต การประกอบกิจการของภาคธุรกิจ การค้าระหว่างประเทศหรือแม้แต่ การดำเนินการของภาครัฐ เพื่อที่จะสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศชาติ ภายใต้ลักษณะที่ สำคัญ ดังนี้ 2.4.1 ใช้ทางสายกลาง โดยการเน้นการดำเนินชีวิตหรือการดำเนินงานในลักษณะไม่เร่งรัดหรือเชื่องช้าจนเกินไป มี ความพอดี โดยถ้าเป็นเศรษฐกิจพอเพียงระดับบุคคลจะคำนึงถึงความสามารถในการดำรงชีวิตได้อย่างไม่ เดือดร้อน กำหนดความเป็นอยู่อย่างประมาณตน ตามฐานะ ตามอัตภาพ ไม่หลงใหลกระแสวัตถุนิยม มี อิสรภาพเสรีภาพที่จะไม่พันธนาการอยู่กับสิ่งใด เป็นการสร้างพื้นฐานความมั่นคงในการดำรงชีวิตทำให้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และถ้าเป็นเศรษฐกิจพอเพียงระดับประเทศจะคำนึงถึงความสามารถของชุมชน เมือง ภูมิภาค ประเทศ ในการผลิตสินค้าและบริการทุกชนิดเพื่อเลี้ยงสังคมนั้นๆ โดยพยายามหลีกเลี่ยงที่ จะต้องพึ่งพาปัจจัยต่างๆ ที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของ (ทองทิพภา วิริยะพันธุ์, 2550, น12) 2.4.2 ให้ความสำคัญกับการพอประมาณ โดยยึดหลักความมีเหตุผล ดังนั้นการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ควรใช้เหตุผลและตั้งอยู่บน พื้นฐานของความไม่ประมาท ใช้สติปัญญาในการพิจารณาเรื่องราวต่างๆ ไม่หลงไปกับกระแสวัตถุนิยม ซึ่งจะนำไปสู่การใช้จ่ายเกินตัวหรือการใช้เงินอย่างไม่คุ้มค่าและขาดประสิทธิภาพ(ทองทิพภา วิริยะพันธุ์) 2.4.3 ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ ให้มีความพอเพียงทั้งในด้านวัตถุ และด้านจิตใจ เป็นการสร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับจริยธรรม คุณธรรมและความซื่อสัตย์สุจริตของคนในประเทศให้รู้จักคำว่า “พอ” เพื่อขจัดความโลภให้น้อยลง จะ ได้มีความสงบสุขทั้งทางกายและทางใจ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ก่อความวุ่นวายให้แก่สังคมส่วนรวม (ทอง ทิพภา วิริยะพันธุ์) จากคุณลักษณะดังกล่าว จะเห็นว่า เศรษฐกิจพอเพียงมีวัตถุประสงค์ต้องการให้มนุษย์ รู้จักการพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด รู้จักความพอเพียง รู้จักการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในด้านต่างๆ ดังนี้ 1) ด้านจิตใจ ยึดหลัก “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” โดยมีจิตสำนึกที่ดีต่อตนเองและประเทศชาติ มี เมตตา เอื้ออาทร ประนีประนอม เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง รู้รักสามัคคี
  • 7. 20 2) ด้านสังคม โดยให้แต่ละกลุ่มชุมชน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีการเชื่อมโยงให้เป็นเครือข่ายชุมชน ที่เข้มแข็ง เพื่อให้มีการกระจายรายได้ที่ดีขึ้น มีการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทุกๆด้าน อันจะ ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและมีความมั่นคง 3) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงการใช้และการจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด พร้อมทั้งหาทางเพิ่มมูลค่า โดยยึดหลักการของความยั่งยืน 4) ด้านเทคโนโลยี ควรมีการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่กับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อจะได้นำมาใช้ เป็นเทคโนโลยีในการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมที่สอดคล้องกับ ความต้องการของประชาชน และสภาพแวดล้อมของประเทศ 5) ด้านเศรษฐกิจ ควรให้ความสำคัญแก่การประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นทุกด้าน ลดการ ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟอ้ โดยยึดหลักพออยู่ พอกิน พอใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อหนี้ที่ไม่มีผลตอบแทนที่ คุ้มค่า และพยายามลดความเสี่ยงในด้านต่างๆ 2.5 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต้องประกอบไปด้วย 3 คุณลักษณะพร้อมๆกัน คือ ความ พอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ดังรายละเอียด ต่อไปนี้ 2.5.1 ความพอประมาณ ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียน ตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ (คณะอนุกรรมการขับเคลื่อน เศรษฐกิจพอเพียง, 2549, น.13) คือการปฏิบัติในทางสายกลาง ก็คือมีความ พอดีพอเหมาะ ไม่ตึงเกินไป และไม่หย่อนเกินไป ไม่เร็วเกินไปและไม่ช้าเกินไป ความพอดีพอเหมาะย่อมขึ้นอยู่กับเงื่อนไข องค์ประกอบต่างๆ ที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาเป็นพลวัต (dynamic) ไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่งตายตัว (static) เพราะเมื่อองค์ประกอบต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่เป็นความพอเหมาะพอดีภายใต้เงื่อนไขของเวลาและ สถานที่หนึ่งๆ ก็อาจกลายเป็นสิ่งที่ไม่พอดีพอเหมาะ ภายใต้เงื่อนไขขององค์ประกอบในอีกเวลาและ
  • 8. 21 สถานที่หนึ่งก็ได้ (สุนัย เศรษฐ์บุญสร้าง, 2550, น.12) คำแปลในภาษาอังกฤษของความพอประมาณนี้ จะ ตรงกับคำว่า Moderation (พิพัฒน์ ยอดพฤติการ, 2550, น.39) การพัฒนาให้ “ดำเนินไปในทางสายกลาง” สามารถใช้กับการปฏิบัติในทุกระดับ ตั้งแต่ปัจเจก บุคคลไปจนถึงระดับประเทศชาติ โดยมีนัยยะที่สะท้อนถึงมิติของการยกระดับไปสู่ความเจริญงอกงาม ยิ่งๆ ขึ้นไปภายใต้พลวัตทางวัฒนธรรมที่เลื่อนไหลเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นขั้นเป็นตอนแฝงอยู่ ไม่ใช่ หมายถึงการหยุดนิ่งล้าหลังในขณะที่โลกกำลังพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 2.5.2 ความมีเหตุผล ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไป อย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำ นั้นๆ อย่างรอบคอบ (คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง, 2549, น.13) การจะสามารถเข้าถึง ความพอเพียงได้นั้น ต้องอาศัย “การประมาณอย่างมีเหตุมีผล” และอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิด ความพอดีพอเหมาะในการประพฤติปฏิบัติต่างๆ โดยถ้าหากสามารถสร้าง “เหตุ” ได้อย่างเหมาะสม ถูกต้อง “ผล” แห่งความเจริญงอกงามก็จะเกิดตามมาในสัดส่วนที่สัมพันธ์พอดีกับ “เหตุ” นั้นๆ เสมอ (สุนัย เศรษฐ์บุญสร้าง, 2550, น.14) จะตรงกับคำแปลในภาษาอังกฤษว่า Cause and Effeect (พิพัฒน์ ยอดพฤติการ, 2550, น.14) ซึ่งเป็นการพิจารณาเลือกเส้นทางของการดำเนินงานโดยคำนึงถึงเหตุและ ปัจจัยทั้งหมดส่งผลเป็นการกระทำที่ถูกต้องดีงาม ตามหลักของเหตุและผล มากกว่าคำว่า Reasonableness ซึ่งหมายถึงการมีเหตุผลที่เหมาะสมต่อการกระทำใดๆ 2.5.3 การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง ด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้ง ใกล้และไกล คำแปลในภาษาอังกฤษของการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวนี้ จะตรงกับคำว่า Self-Immunity (พิพัฒน์ ยอดพฤติการ, 2550, น.14)
  • 9. 22 2.6 เงื่อนไขของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากคุณลักษณะทั้งสามข้างต้น การวางแผนและการดำเนินงานในทุกขั้นตอน หรือการ ตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็น พื้นฐาน ดังต่อไปนี้ 2.6.1 ความรู้ เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วยความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน มี ความรอบคอบในการนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความ ระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ (คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง, 2549, น.14) รอบรู้ในข้อเท็จจริง เกี่ยวกับสภาวะแวดล้อมและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีสติหรือความระลึกรู้ ซึ่งเป็นเครื่องพิจารณา กลั่นกรองก่อนที่จะทำ จะพูด หรือแม้แต่จะคิดในเรื่องต่างๆ ว่าก่อให้เกิดประโยชน์หรือผลเสียหาย ควร กระทำหรือควรงดเว้น และมีปัญญาหรือความรู้ชัด ที่เกิดขึ้นจากความฉลาดสามารถคิดพิจารณาอย่าง ถูกต้องแยบคายด้วยเหตุผล (พิพัฒน์ ยอดพฤติการ, 2550, น.42) ทำให้เห็นและเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างได้ อย่างกระจ่างชัด เป็นความรู้แจ้งในงานและวิธีที่จะปฏิบัติงานอย่างถูกต้องเที่ยงตรง 2.6.2 คุณธรรม เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความชื่อ สัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความพากเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต ไม่โลภ และไม่ตระหนี่ (คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง, 2549, น.14) ความซื่อสัตย์สุจริต สำหรับรองรับ สนับสนุนวิชาความรู้ เพื่อนำพาไปสู่เป้าหมายได้อย่างถูกต้องเที่ยงตรง ความอดทน มีความเพียร ประกอบการงานด้วยความตั้งใจ ไม่ละเลย ไม่ทอดทิ้ง เป็นความเพียรที่มีลักษณะกล้าแข้ง ไม่ขาดสาย มี ความหนักแน่น อดทน ไม่ท้อถอย ทำให้การดำเนินงานรุดหน้าเรื่อยไป และความรอบคอบระมัดระวัง ที่ จะพิจารณาเรื่องต่างๆ ให้กระจ่างแจ้งในทุกแง่ทุกมุม ก่อนที่จะจัดการให้ถูกจุด ถูกขั้นตอน ถูกเหตุผล และสามารถนำความรู้ต่างๆ มาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์สามประการด้วยกัน คือ ความสมดุล การพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง และความยั่งยืน (พิพัฒน์ ยอดพฤติการ, 2550, น.42) ดู แผนภาพที่ 1 คุณลักษณะ เงื่อนไข และผลลัพธ์ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในหน้าต่อไป
  • 10. 23 เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม ความพอประมาณ การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีมีเหตุผล ความสมดุล การพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง ความยั่งยืน แผนภาพที่ 1 คุณลักษณะ เงื่อนไข และผลลัพธ์ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  • 11. 24 เมื่อนำรายละเอียดในองค์ประกอบความรู้คู่คุณธรรม มาแสดงในเชิงความสัมพันธ์ระหว่าง คุณลักษณะ เงื่อนไข มิติด้านต่างๆ และผลลัพธ์ในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะได้เป็นผังความสัมพันธ์ ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดังตารางที่ 2.2 ผังความสัมพันธ์ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผลลัพธ์ มิติ คุณลักษณะ เงื่อนไข สมดุล พร้อมต่อการ เปลี่ยนแปลง ความรู้: รอบรู้ (รู้ลึก รู้กว้าง) มีสติ (ระลึกรู้) มีปัญญา (รู้ชัด รู้จริง) แผนภาพที่ 2 ผังความสัมพันธ์ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยั่งยืน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม พอประมาณ มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี มีเหตุผล คุณธรรม : ซื่อสัตย์สุจริต อดทน มีความเพียร รอบคอบ ระมัดระวัง เมตตากรุณา
  • 12. 25 การดำ เนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ประกอบด้วยคุณลักษณะตามที่ปรากฏในผัง ความสัมพันธ์ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่สัมพันธ์กัน เช่น ความพอประมาณ จะนำไปสู่ความสมดุล การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีจะนำไปสู่การพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง และความมี เหตุผลจะนำไปสู่ความยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างเงื่อนไขและคุณลักษณะ ก็ปรากฏว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างกัน อย่างใกล้ชิด เช่น ความรอบรู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตกำกับจะเป็นเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความพอประมาณ ไม่โลภ ไม่เอารัดเอาเปรียบ การมีสติไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์ด้วยความอุตสาหะพากเพียรจะเป็น เงื่อนไขที่ก่อให้เกิดการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี หรือการใช้ปัญญาด้วยความรอบคอบระมัดระวัง ปราศจาก อคติ จะเป็นเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความมีเหตุผล ผังความสัมพันธ์ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่า การนำความรู้ ซึ่งเปรียบเหมือนเครื่องยนต์ มาใช้ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีคุณธรรม ซึ่งเปรียบเหมือนพวงมาลัย เป็นเครื่องกลั่นกรองหรือคอย กำกับทิศทางตลอดเวลา (พิพัฒน์ ยอดพฤติการ, 2550, น.62) การอธิบายถึงคุณลักษณะและเงื่อนไขของเศรษฐกิจพอเพียงทั้งหมดข้างต้น โดยการแยกเป็น แต่ละคุณลักษณะ แต่ละเงื่อนไข ก็เพื่อแสดงให้เห็นความลึกซึ้งของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็น การศึกษาวิเคราะห์แบบแยกส่วนเพื่อทำความเข้าใจทางวิชาการ แต่การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไป ปฏิบัตินั้น ต้องคำนึงถึงความเกี่ยวข้องของแต่ละเงื่อนไขในแบบองค์รวมที่สัมพันธ์กัน เชื่อมโยงซึ่งกัน และกัน ทั้งคุณลักษณะด้านความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกันที่ดี ควบคู่ไปกับเงื่อนไขด้าน ความรู้ และคุณธรรม มิอาจแยกส่วนในทางปฏิบัติได้
  • 13. 26 2.7 ระดับของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จนถึงวันนี้ คนบางกลุ่มยังเข้าใจว่า เศรษฐกิจพอเพียงคือเรื่องของการ "พึ่งตนเอง" ซึ่งตรงกับ ภาษาอังกฤษว่า Self-sufficiency แต่คำว่า พอเพียง ในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีความหมายกว้างกว่า เศรษฐกิจพอเพียงในระดับที่เลี้ยงตัวเองได้บนพื้นฐานของความประหยัด และการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เรียกว่า เศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน ส่วนเศรษฐกิจพอเพียงในระดับที่มีการรวมตัวกัน เพื่อร่วมกันดำเนินงานในเรื่องต่างๆ มีการ สร้างเครือข่ายและการขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยประสานความร่วมมือกับภายนอก เรียกว่า เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า (พิพัฒน์ ยอดพฤติการ, 2551) ดังนั้น เศรษฐกิจพอเพียงจึงมิใช่แค่เพียงเรื่องการพึ่งตนเองโดยไม่เกี่ยวข้องกับใคร และมิใช่ แค่เรื่องของการประหยัด แต่ยังครอบคลุมถึงการข้องเกี่ยวกับผู้อื่น การช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน แท้จริงแล้ว เศรษฐกิจพอเพียงสามารถจำแนกได้เป็น 3 ระดับ ดังนี้ 2.7.1 ระดับของเศรษฐกิจพอเพียง 1) เศรษฐกิจพอเพียงระดับที่หนึ่ง เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน เน้นความพอเพียงในระดับบุคคลและครอบครัว คือ การที่สมาชิกในครอบครัวมีความเป็นอยู่ในลักษณะที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ สามารถสนอง ความต้องการขั้นพื้นฐาน เช่น ความต้องการในปัจจัยสี่ของตนเองและครอบครัวได้ มีการ ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน มีความสามัคคีกลมเกลียว และมีความพอเพียงในการดำเนินชีวิต ด้วยการประหยัดและการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น จนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขทั้ง ทางกายและใจ 2) เศรษฐกิจพอเพียงระดับที่สอง เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า เน้นความพอเพียงในระ
  • Related Search
    Ch2
    We Need Your Support
    Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

    Thanks to everyone for your continued support.

    No, Thanks