it-12-12

Description
1. พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ความหมายของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์…

Please download to get full document.

View again

of 4
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Education

Publish on:

Views: 1 | Pages: 4

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
  • 1. พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ความหมายของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การทาธุรกรรมทุกรูปแบบโดยครอบคลุมถึงการซื้อขายสินค้า/บริการ การชาระเงิน การโฆษณาโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะเครือข่ายทางอินเทอร์เน็ต วิวัฒนาการของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การจัดซื้อของบริษัทที่มีกระบวนการจัดซื้อแบบโซ่อุปาทานที่ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็น เครื่องมือในการสนับสนุนการทางาน อาทิเช่น ERP, MRP นั้น เป็นส่วนประกอบชิ้นใหญ่ของการ จัดการโซ่อุปาทาน (Supply Chain Management) (Lenders M.R. , 1997) ปี 1980 บริษัทต่างๆ เริ่มนา ระบบ Electronic Data Interchange: EDI ได้นามาใช้เพื่อติดต่อสื่อสารกับผู้ขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการ จัดส่งและรับใบสั่งซื้อ/ใบกากับภาษี สาหรับระบบคอมพิวเตอร์เหล่านี้เป็นเครื่องมือของโรงงานต่างๆ นามาใช้กับการจัดการบริหารวัตถุดิบ และผู้ขายสินค้ากับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโดยตรง (direct material) เพื่อใช้แลกเปลี่ยนข้อมูล กาหนดระยะเวลา จานวนวัตถุดิบที่ต้องการใช้ของโรงงาน และ จานวนวัตถุดิบคงเหลือของผู้ขายวัตถุดิบ การแลกเปลี่ยนข้อมูลนี้เป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างระบบการ บริหารวัตถุดิบของโรงงานกับระบบการขายของผู้ขายวัตถุดิบโดยตรง ต่อมากลางปี 1990 บางบริษัทได้ นาระบบคอมพิวเตอร์ที่มีใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลของความต้องการและปริมาณของสินค้ามาใช้สร้าง ความสัมพันธ์กับคู่ค้าของบริษัทในการจัดซื้อสินค้าที่สนับสนุนการผลิต (indirect procurement)
  • 2. ยุคการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์(EDI) แนวคิดที่จะให้คอมพิวเตอร์ของคู่ค้าทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนเอกสารกันทางอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยตรง นิยมใช้ น้อยเพราะมีค่าใช้จ่ายในการวางระบบและดาเนินงานสูง ใช้เฉพาะในวงการอุตสาหกรรมหรือการค้าเฉพาะ ทางที่มีผู้เกี่ยวข้องเพียงไม่กี่ฝ่ายเท่านั้น ยุคพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ยุคของอินเทอร์เน็ตที่แผ่ขยายอย่างรวดเร็ว เข้าถึงการซื้อขายในระดับของผู้บริโภคทั่วๆ ไป มีคอมพิวเตอร์ และต่อกับอินเทอร์เน็ต ก็สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ มีโปรแกรมรองรับที่ดีมากยิ่งขึ้นเช่น browser ค่าใช้จ่ายในการดาเนินงานมีต้นทุนที่ถูกลง โปรแกรมสาหรับดูข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต รูปแบบของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แบ่งได้ตามความสัมพันธ์ทางการตลาด (market relationships) ระหว่าง ผู้ซื้อและผู้ขายได้3 รูปแบบดังต่อไปนี้ แบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B : Business-to-Business) แบบผู้บริโภคกับผู้บริโภค (C2C : Consumer-to-Consumer) แบบธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C : Business-to-Consumer)
  • 3. แบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B : Business-to-Business) การทาธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ดาเนิน ธุรกิจด้วยกันเอง การซื้อขายจะเป็นปริมาณมากและมีราคาสูงพอสมควร มักพบในตลาดกลางที่เรียกว่า E-marketplace ตัวอย่างเช่น pantavanij, tradepointthailand, worldbidthailand แบบผู้บริโภคกับผู้บริโภค (C2C : Consumer-to-Consumer) กิจกรรมซื้อขายสินค้าหรือบริการเกิดขึ้นระหว่างผู้บริโภค คนสุดท้าย ผู้ซื้อและผู้ขายจะติดต่อแลกเปลี่ยนรายการซื้อขายด้วย ตนเอง มักพบเห็นในสินค้าประเภทมือสอง หรือสินค้าประมูล ตัวอย่างของธุรกิจประเภทนี้ เช่น eBay, pramool แบบธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C : Business-to-Consumer) รูปแบบของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่พบเห็นมากที่สุด ผู้ประกอบการใช้เป็นช่องทางจาหน่ายสินค้าให้กับ ผู้บริโภคจาานวนมากเพื่อให้เข้าถึงได้โดยตรง ร้านค้าหรือบริษัทจะเปิดเว็บไซต์ที่มีรูปแบบเป็นร้านค้า เสมือนจริง(Virtual store-front) ขั้นตอนการค้าแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ขั้นตอนที่ 1 : การออกแบบและจัดทาเว็บไซต์ ออกแบบด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม น่าสนใจ มีรูปภาพประกอบและสีสันที่ดึงดูดใจและ อยากเข้ามาเยี่ยมชม การใส่ข้อมูลหรือเนื้อหาที่เป็นเชิง มัลติมีเดีย (ไม่มากเกินไป) ออกแบบให้เข้ากับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มี ขั้นตอนที่ 2 : การโฆษณาเผยแพร่หรือให้ ข้อมูล ลงประกาศตามกระดานข่าว กระดานข่าวเป็นลักษณะของโปรแกรมบน เว็บที่สร้างขึ้นมาเพื่อ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือสร้างประเด็น เนื้อหาเฉพาะกลุ่ม สามารถทาได้ฟรี หรือหากมีอาจเสีย ค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อย นิยมพิมพ์เป็นข้อความ (text) บอกถึง คุณสมบัติของสินค้าหรือบริการ อย่างคร่าวๆ โดยผู้ให้บริการบางรายอาจ ยินยอมให้เผยแพร่รูปภาพ ตัวอย่างได้
  • 4. ขั้นตอนที่ 3 : การทารายการซื้อขายประกอบด้วยการทารายการสั่งซื้อหรือ order บางแห่งมีระบบที่ เรียกว่า รถเข็นสินค้า(shopping cart)รองรับการชาระเงินหลายๆแบบที่นิยมมากเช่น บัตรเครดิต เพื่อให้ระบบน่าเชื่อถือ อาจต้องเข้ารหัสข้อมูลที่รับส่งด้วย ขั้นตอนที่ 4 : การส่งมอบสินค้า สินค้าที่จะจัดส่งได้แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้ สินค้าที่จับต้องได้ (hard goods) สินค้าที่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีตัวตนและจับต้องได้เช่น หนังสือ เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ สินค้าหัตถกรรม สินค้าที่จับต้องไม่ได้(soft goods) เป็นสินค้าที่อยู่ในรูป ดิจิตอล เช่น ข้อมูลข่าวสาร เพลง รูปภาพ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ การ จัดส่งสินค้าแบบจับต้องได้(hard goods) อาศัยวิธีการส่งสินค้าตามปกติทั่วไป เช่น ระบบไปรษณีย์ ทางเรือ ทางอากาศ มีผู้ให้บริการหลายราย เช่น การสื่อสารแห่งประเทศไทยหรือ กสท. (ถูกและ ประหยัด) หากต้องการเร่งด่วนและเร็ว อาจเลือกใช้ผู้ให้บริการรายอื่น เช่น FedEx, DHL หรือ UPS การจัดส่งสินค้าแบบจับต้องไม่ได้(soft goods) อาจใช้วิธีให้ลูกค้าดาวน์โหลด เช่น ซอฟต์แวร์ทาง คอมพิวเตอร์ เพลง หรือไฟล์ภาพ ผู้ขายอาจมีการจากัดจานวนครั้งในการดาวน์โหลดสินค้า บางอย่างอาจให้ดาวน์โหลดได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ซึ่งอาจมีค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บเพิ่ม หาก ไฟล์มีขนาดใหญ่มาก บางรายอาจทาเป็นแผ่น CD และส่งทางไปรษณีย์แทนได้ ขั้นตอนที่ 5 : การบริการหลังการขาย นิยมใช้กับสินค้าที่มีขั้นตอนการใช้ที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ไม่สามารถทาความเข้าใจได้โดยทันที ช่วยแก้ไขปัญหาเบื้องต้นให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทาได้โดยจัดตั้งเป็นศูนย์บริการลูกค้าหรือ call center บางบริษัทอาจสร้างระบบปัญหาถามบ่อย หรือ FA Q(Frequency Ask Question)
  • Similar documents
    We Need Your Support
    Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

    Thanks to everyone for your continued support.

    No, Thanks