Tri91 64+พระสุตตันตปิฎก+ขุททกนิกาย+ชาดก+เล่ม+๔+ภาค+๓

Description
1. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 1…

Please download to get full document.

View again

of 814
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Slides

Publish on:

Views: 0 | Pages: 814

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
  • 1. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 1 พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลมที่ ๔ ภาคที่ ๓๑ขอนอบนอมแดพระผูมีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจาพระองคนน ั้ มหานิบาตชาดก ๖. ภูริทัตชาดก พระเจาภูรทัตทรงบําเพ็ญศีลบารมี ิ [๖๘๗] รัตนะอยางใดอยางหนึ่ง มีอยูในนิเวศน ของทาวธตรฐ รัตนะทั้งหมดนั้นจงมาสูพระราชนิเวศน ของพระองค ขอพระองคจงทรงพระกรุณาโปรด ประทานพระราชธิดาแกพระราชาของขาพระองคเถิด พระเจาขา. [๖๘๘] พวกเราไมเคยทําการวิวาหกับนาคทั้ง หลาย ในกาลไหน ๆ เลย พวกเราจะทําการวิวาหอัน ไมสมควรนั้นไดอยางไรเลา. [๖๘๙] ขาแตพระองคผูเปนใหญกวามนุษยพระ- องคจําตองทรงสละพระชนมชีพหรือแวนแควนเสีย๑. บาลีเลมที่ ๒๘ อรรถกถาชาดกเลมที่ ๑๐.
  • 2. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 2เปนแน เพราะเมื่อนาคโกรธแลว คนทั้งหลาย เชนพระองคจะมีชีวิตอยูนานไมได ขาแตพระองคผูประ-เสริฐ พระองคเปนมนุษยไมมีฤทธิ์ มาดูหมิ่นพระยานาคธตรผูมีฤทธิ์ ผูเปนบุตรของทาววรุณนาคราชเกิดภายใตแมน้ํายมุนา. [๖๙๐] เราไมไดดูหมิ่นทาวธตรผูเรืองยศ ก็ทาวธตรฐเปนใหญกวานาคแมทั้งหมด ถึงจะเปนพระ-ยานาคผูมีอานุภาพมาก ก็ไมสมควรกะธิดาของเราเราเปนกษัตริยของชนชาววิเทหรัฐ และนางสมุททชา ธิดาของเราก็เปนอภิชาต. [๖๙๑] พวกนาคเหลากัมพลอัสสดรจงเตรียมตัวจงไปบอกใหนาคทั้งปวงรู จงพากันไปเมืองพาราณสีแตอยาไดเบียดเบียนใคร ๆ เลย. [๖๙๒] นาคทั้งหลาย จงแผพังพานหอยอยูที่บานเรือน ในสระน้ํา ที่ทางเดิน ที่ทาง ๔ แพรง บนยอดไม และบนเสาระเนียด แมเราก็จะนิรมิตตัว ใหใหญขาวลวน วงลอมเมืองใหญดวยขนดหาง ยังความกลัวใหเกิดแกชนชาวกาสี. [๖๙๓] นาคทั้งหลายไดฟงคําของทาวธตรฐแลวแปลงเพศเปนหลายอยาง พากันเขาไปยังพระนครพา-ราณสี แตมิไดเบียดเบียนใคร ๆ เลย แผพังพานหอยอยูที่บานเรือน ในสระน้ํา ที่ทางเดิน ที่ทาง ๔ แพรง
  • 3. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 3บนยอดไม พวกสตรีเปนอันมากไดเห็นนาคเหลานั้น แผพังพานหอยอยู ตามที่ตาง ๆ หายใจฟู ๆ ก็พากัน คร่ําครวญ ชาวเมืองพาราณสีมีความสะดุงกลัว เดือดรอน ก็พากันไปประชุมกอดอกรองทุกขวา ขอพระ- องคจงทรงพระราชทานพระราชธิดา แกพระยานาค เถิดพระเจาขา. [๖๙๔] ทานชื่ออะไร มีนัยนตาแดง อกผาย นั่ง อยูทามกลางปาอันเต็มไปดวยดอกไม สตรี ๑๐ คน เปนใคร ทรงเครืองประดับลวนแตทองคํา นุงผางาม ่ ยืนเคารพอยู ทานเปนใคร มีแขนใหญ รุงเรืองอยู ในทามกลางปา เหมือนไฟอันลุกโชนดวยเปรียง ทาน คงเปนผูมีศักดิ์ใหญคนใดคนหนึ่ง เปนยักษหรือเปนนาคผูมีอานุภาพมาก. [๖๙๕] เราเปนนาคผูมีฤทธิ์เดช ยากที่ใคร ๆ จะลวงได ถาแมเราโกรธแลว พึงขบชนบทที่เจริญ ใหแหลกไดดวยเดช มารดาของเราชื่อสมุททชา บิดา ของเราชื่อวาธตรฐ เราเปนนองของสุทัสสนะ คน ทั้งหลายเรียกเราวา ภูริทัต. [๖๙๖] ทานเพงดูหวงน้ําลึกวนอยูทุกเมื่อใด นา กลัว หวงน้ํานั้นเปนที่อยูอันรุงเรืองของเรา ลึก หลายรอยชั่วบุรุษ ทานอยากลัวเลย จงเขาไปยังแมน้ํา ยมุนา เปนแมน้ํามีสีเขียวไหลจากกลางปา กึกกองดวย
  • 4. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 4 เสียงนกยูงและนกกระเรียน เปนที่เกษมสําราญของ ผูมีอาจารวัตร. [๖๙๗] ดูกรพราหมณ ทานพรอมดวยบุตรและ ภรรยา ไปถึงนาคพิภพแลว เราจะบูชาทานดวยกาม ทั้งหลาย ทานจักอยูเปนสุข. [๖๙๘] แผนดินมีพื้นอันราบเรียบ ประกอบดวย ตนกฤษณาเปนอันมาก ดารดาษดวยหมูแมลงคอมทอง มีหญาเขียวชะอุมงามอุดม หมูไมอันนารื่นรมย สระ- โบกขรณีที่สรางไวสวยงาม ระงมดวยเสียงหงส มีดอกปทุมรวงหลนอยูเกลื่อนกลาด มีปราสาท ๘ มุม มีเสาพันเสาอันขัดเกลาดีแลวทุกเสา สําเร็จดวยแกว ไพฑูรย เรืองจรูญดวยเหลานางนาคกัญญา พระองค เปนผูบังเกิดในวิมานทิพยอันกวางใหญ เปนวิมานเกษมสําราญรื่นรมย มีสุขหาอันใดจะเปรียบปานมิไดดวยบุญของพระองค พระองคเห็นจะไมทรงหวังวิมาน ของพระอินทร เพราะฤทธิ์อันยิ่งใหญไพบูลยของพระองคนี้ ก็เหมือนของทาวสักกะผูรุงเรือง ฉะนั้น. [๖๙๙] อานุภาพของคนรับใชชั้นผูใหญ ซึ่งอยูในบังคับบัญชาของทาวสักกเทวราชผูรุงเรือง ใคร ๆ ไมพึงถึงแมดวยใจ. [๗๐๐] เราปรารถนาวิมานของเทวดาทั้งหลาย ผูตั้งอยูในความสุขนั้น จึงไปรักษาอุโบสถอยูบนจอมปลวก.
  • 5. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 5 [๗๐๑] ขาพระองคพรอมดวยบุตรเขาไปสูปาแสวงหาเนื้อ ญาติเหลานั้นไมรูวาขาพระองคตายหรือเปน ขาพระองคขอทูลลาพระภูริทัตผูเรืองยศ โอรส แหงกษัตริยแควนกาสี พระองคทรงอนุญาตแลว ขา-พระบาทก็จะไดไปเยี่ยมญาติ. [๗๐๒] การที่ทานไดมาอยูในสํานักของเรานี้ เปนความพอใจของเราหนอ แตวาถามารมณเชนนี้เปนของหาไมไดงายในมนุษย ถาทานไมปรารถนาจะอยู เราจะบูชาทานดวยกามารมณทั้งหลาย เราอนุญาตใหทานไปเยี่ยมญาติไดโดยสวัสดี. [๗๐๓] ดูกรพราหมณ เมื่อทานทรงทิพยมณีนี้อยู ยอมไดปศุสัตวและบุตรทั้งหลายตามปรารถนา ทานจงถือเอาทิพยมณี ไปปราศจากโรคภัยเปนสุขเถิด. [๗๐๔] ขาแตพระภูริทัต พระดํารัสของพระองคหาโทษมิได ขาพระองคยินดียิ่งนัก ขาพระองค แกแลวจักบวช ไมปรารถนากามทั้งหลาย. [๗๐๕] ถาหากพรหมจรรยมีการแตกหัก กิจที่ ตองทําดายโภคทรัพยทั้งหลายเกิดขึ้น ทานอยาไดมี ความหวั่นใจ ควรมาหาเรา เราจะใหทรัพยแกทานมาก ๆ. [๗๐๐] ขาแตพระภูริหัต พระดํารัสของพระ- องคหาโทษมิได ขาพระองคยินดียิ่งนัก ขาพระองค จักกลับมาอีก ถาจักมีความตองการ.
  • 6. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 6 [๗๐๗] พระภูริทัตตรัสดํารัสนี้แลว จึงใชใหนาคมาณพ ๔ ตนไปสงวา ทานทั้งหลายจงมา เตรียมตัวพาพราหมณไปสงใหถึงโดยเร็ว นาคมาณพ ๔ ตนที่ภูริทัตตรัสใชใหไปสง ฟงรับสั่งของภูริทัต เตรียมตัวแลว พาพราหมณไปสงใหถึงโดยเร็ว. [๗๐๘] แกวมณีที่สมมติกันวาเปนมงคล เปนของดี เปนเครื่องปลื้มรื่นรมยใจ เกิดแตหิน สมบูรณดวยลักษณะ ที่ทานถืออยูนี้ ใครไดมาไว. [๗๐๙] แกวมณีนี้ พวกนางนาคมาณวิกาประ-มาณพันหนึ่งลวนมีตาแดงแวดลอมอยูโดยรอบ ในกาลวันนี้ เราเดินทางไปไดแกวมณีนั้นมา. [๗๑๐] แกวมณีอนเกิดแตหินนี้ ที่หามาไดดวยดี ัอันบุคคลเคารพบูชา ประดับประดาเก็บรักษาไวดวยดีทุกเมื่อ ยังประโยชนทั้งปวงใหสําเร็จได เมื่อบุคคลปราศจากการระวังในการเก็บรักษา หรือในการประ-ดับประดา แกวมณีอันเกิดแตหินนี้ ที่บุคคลหามาไดโดยไมแยบคาย ยอมเปนไปเพื่อความพินาศ คนผูไมมีกุศลไมควรประดับแกวมณีอันเปนทิพยนี้ เราจักให ทองคํารอยแทง ขอทานจงใหแกวมณีนี้แกเราเถิด. [๗๑๑] แกวมณีของเรานี้ ไมควรแลกเปลี่ยนดวยโคหรือรัตนะ เพราะแกวมณีอันเกิดแตหินบริบูรณดวยลักษณะ เราจึงไมขาย.
  • 7. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 7 [๗๑๒] ถาทานไมแลกเปลี่ยนแกวมณีดวยโคหรือรัตนะ เมื่อเชนนั้นทานจะแลกเปลี่ยนแกวมณีดวยอะไร เราถามแลว ขอทานจงบอกความขอนั้นแกเรา. [๗๑๓] ผูใดบอกนาคใหญผูมีเดช ยากที่บุคคลจะลวงเกินได เราจะใหแกวมณีอันเกิดแตหิน อัน รุงเรืองดวยรัศมี. [๗๑๔] ครุฑผูประเสริฐหรือหนอ แปลงเพศเปนพราหมณมาแสวงหานาค ประสงคจะนําไปเปนอาหารของตน. [๗๑๕] ดูกรพราหมณ เรามิไดเปนครุฑ เราไมเคยเห็นครุฑ เราเปนผูสนใจดวยงูพิษ ชนทังหลายรู ้จักเราวาเปนหมองู. [๗๑๖] ทานมีกําลังอะไร มีศิลปอะไร ทานเปน ผูทรงไวซึ่งผลอันพิเศษในอะไร จึงไมยําเกรงนาค. [๗๑๗] ครุฑมาบอกวิชาหมองูอยางสูง แกฤาษีโกสิยโคตรผูอยูในปาประพฤติตบะอยูสิ้นกาลนาน เราเขาไปหาฤาษีตนหนึ่งซึ่งนับเขาในพวกฤาษีผูบําเพ็ญ ตนอาศัยอยูในระหวางภูเขา ไดบํารุงทานโดยเคารพ มิไดเกียจครานทั้งกลางคืนกลางวัน ในกาลนั้นทาน บําเพ็ญวัตรและพรหมจรรย เปนผูมีโชค เมื่อได สมาคมกับเรา จึงสอนมนตทิพยใหแกเราดวยความรัก เราทรงไวซึ่งผลอันวิเศษในมนตนั้น จึงไมกลัวตอนาค
  • 8. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 8เราเปนอาจารยของพวกหมอฆาพิษ ชนทั้งหลายรูจัก เราวาอาลัมพายน. [๗๑๘] เราทั้งหลายจงรับแกวไวสิ ดูกรพอโสม-ทัต เจาจงรูไว เราทั้งหลายอยาละสิริ อันมาถึงตนดวยทอนไมตามชอบใจสิ. [๗๑๙] ขาแตพอผูเปนพราหมณ ภูริทัตนาค-ราชบูชาคุณพอผูไปถึงที่อยูของตน เพราะเหตุไร คุณ พอจึงปรารถนาประทุษรายตอผูกระทําดีเพราะความหลงอยางนี้ ถาคุณพอปรารถนาทรัพย ภูรทัตนาคราช ิ ก็คงจักให คุณพอไปขอทานเถิด ภูริทัตนาคราชคงจักใหทรัพยเปนอันมากแกคุณพอ. [๗๒๐] ดูกอนโสมทัต การกินของที่ถึงมือ ถึงภาชนะ หรือที่ตั้งอยูเบื้องหนา เปนความประเสริฐประโยชนที่เห็นประจักษ อยาไดลวงเราไปเสียเลย. [๗๒๑] คนประทุษรายมิตร สละความเกื้อกูลจะตองหมกไหมอยูในนรกอันรายแรง แผนดินยอมสูบผูนน หรือเมื่อผูนั้นมีชีวิตอยูก็ซูบซีด ถาคุณพอ ั้ปรารถนาทรัพย ภูริทัตนาคราชก็คงจักให ผมเขาใจวา คุณพอจักตองไดประสบเวรที่ตนทําไวในไมชา. [๗๒๒] พราหมณทั้งหลายบูชายัญแลว ยอมบริสุทธิ์ได เราจักบูชามหายัญ ก็จักพนจากบาปดวย การบูชายัญอยางนี้.
  • 9. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 9 [๗๒๓] เชิญเถิด ผมจะขอแยกไป ณ บัดนี้วันนี้ผมจะไมขออยูรวมกับคุณพอ จะไมขอเดินทางรวมกับคุณพอผูทํากรรมหยาบอยางนี้สักกาวเดียว. [๗๒๔] โสมทัตผูไดยินไดฟงมามาก ครั้นกลาวกะบิดา และประกาศกะเทวดาทั้งหลายอยางนี้แลว ก็หลีกไปจากที่นั้น. [๗๒๕] ทานจงจับเอานาคใหญนั่น จงสงแกวมณีนั้นมาใหเรา นาคใหญนั่นมีรัศมีดังสีแมลงคอมทอง ศีรษะแดง ตัวปรากฏดังกองปุยนุน นอนอยูบนจอมปลวกนั่น ทานจงจับเอาเถิดพราหมณ. [๗๒๖] อาลัมพายนเอาทิพยโอสถทาตัว และ รายมนตทําการปองกันตัวอยางนี้ จึงสามารถจับพระ-ยานาคนั้นได. [๗๒๗] เพราะไดทอดพระเนตรเห็นขาพระองค ผูใหสาเร็จสิ่งที่นาใครทั้งปวง มาเฝาแลว อินทรียของ ํ พระแมเจาไมผองใส พระพักตรพระแมเจาก็เกรียมดําเพราะทอดพระเนตรเห็นขาพระองคเชนนี้ พระพักตร พระแมเจาเกรียมดํา เหมือนดอกบัวอยูในมือลูกขยี้ฉะนั้น. [๗๒๘] ใครวาลวงเกินพระแมเจาหรือ หรือ พระแมเจามีเวทนาอะไร เพราะทอดพระเนตรเห็น ขาพระองคผูมาเฝา พระพักตรของพระแมเจาเกรียม ดําเพราะเหตุไร.
  • 10. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 10 [๗๒๙] พอสุทัสสนะลูกเอย แมไดฝนเห็นลวงมา เดือนหนึ่งแลววา (มี) ชายมาตัดแขนของแมดูเหมือน ขางขวา พาเอาไปทั้งที่เปอนเลือด เมื่อแมกําลังรองไห อยู ตั้งแตแมไดฝนเห็นแลว เจาจงรูเถิดวา แมไมไดความสุขทุกวันคืน. [๗๓๐] แตกอนนางกัญญาทั้งหลาย ผูมีรางกาย อันสวยสดงดงาม ปกคลุมดวยตาขายทอง พากันบําเรอภูรทัตใด บัดนีภูริทัตนั้นยอมไมปรากฏ แตกอน ิ ้เสนาทั้งหลายผูถือดาบอันคมกลา งามดังดอกกรรณิการพากันหอมลอมภูริทัตใด บัดนี้ภริทัตนั้นยอมไมปรากฏ ู เอาละ เราจักไปยังนิเวศนแหงภูริทัตเดี๋ยวนี้ จักไปเยี่ยมนองของเจา ผูตั้งอยูในธรรม สมบูรณดวยศีล.  [๗๓๑] ภริยาทั้งหลายของภูริทัต เห็นพระ-มารดาของภูริทัตเสด็จมา ตางพากันประคองแขน คร่ําครวญวา ขาแตพระแมเจา หมอมฉันทั้งหลายไม ทราบเกลา ลวงมาเดือนหนึ่งแลววา ภูริทัตผูเรืองยศ โอรสของพระแมเจาสิ้นชีพเสียแลว หรือวายังดํารง ชนมอยู. [๗๓๒] เราไมเห็นภูริทัต จักตรอมตรมดวยทุกขสนกาลนาน ดังนางนกพลัดพรากจากลูกเห็นแต ิ้รังเปลา เราไมเห็นภูริทัต จักตรอมตรมดวยทุกขสิ้น กาลนาน ดังนางหงสขาวพลัดพรากจากลูกออน เรา
  • 11. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 11ไมเห็นภูริทัต จักตรอมตรมดวยทุกขสิ้นกาลนาน ดัง นางนกจากพรากในเปอกตมอันไมมีน้ําเปนแน เราไมเห็นภูริทัตจักตรอมตรมดวยความโศก เปรียบเหมือน เบาของชางทอง เกรียมไหมในภายใน ไมออกไปภายนอกฉะนั้น. [๗๓๓] บุตรธิดาและชายาในนิเวศนของภูริทัตลมนอนระเนระนาดดังตนรังอันลมฟาดหักลง ฉะนั้น. [๗๓๔] อริฏฐะและสุโภคะ ไดฟงเสียงอันกึก กองของบุตรธิดาและชายาของภูริทัต จึงวิ่งไปในระ- หวาง ชวยกันปลอบมารดาวา ขาแตพระแมเจา จง เบาพระทัยอยาเศราโศกไปเลย เพราะวาสัตวทั้งหลาย ยอมมีความตายและความเกิดขึ้นเปนธรรมดาอยางนี้ การตายและการเกิดขึ้นนี้ เปนความแปรของสัตวโลก. [๗๓๕] ดูกอนพอสุทัสสนะ ถึงแมรูวาสัตวทั้ง หลายมีอยางนี้เปนธรรมดา ก็แตวาแมเปนผูอันความ เศราโศกครอบงําแลว ถาเมื่อแมไมไดเห็นภูริทัตคืน วันนี้เจาจงรูวา แมไมไดเห็นภูริทัต เห็นจะตองละชีวิต ไปแน. [๗๓๖] ขาแตพระแมเจา จงเบาพระทัย อยา เศราโศกไปเลย ลูกทั้ง ๓ จักเที่ยวแสวงหาภูริทัตไป ตามทิศนอยทิศใหญ ที่ภูเขา ซอกเขา บาน และนิคม แลวจักนําทานพี่ภูริทัตมา พระแมเจาจักไดทรงเห็นทานพี่ภูริทัตภายใน ๗ วัน.
  • 12. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 12 [๗๓๗] นาคหลุดพนจากมือ ไปฟุบลงที่เทาของทาน คุณพอ มันกัดเอากระมังหนอ คุณพออยากลัว เลย จงถึงความสุขเถิด. [๗๓๘] นาคตนนี้ ไมสามารถจะทําความทุกข อะไร ๆ แกเราเลย หมองูมีอยูเทาใด ก็ไมดียงไปกวา ิ่ เรา. [๗๓๙] คนเซอะอะไรหนอ แปลงเพศเปนพราหมณมาทารบในที่ประชุมชน ขอบริษัทจงฟงเรา. [๗๔๐] ดูกอนหมองู ทานจงตอสูกับเราดวยนาค  เราจักตอสูกับทานดวยลูกเขียด ในการรบของเรานั้นเราทั้งสองจงมาพนันกันดวยเดิมพัน ๕,๐๐๐ กหาปณะ. [๗๔๑] ดูกอนมาณพ เราเทานั้นเปนคนมั่งคั่งดวยทรัพย ทานเปนคนจน ใครจะเปนคนรับประกันทาน และอะไรเปนเดิมพันของทานเดิมพันของเรามีและคนรับประกันเชนนั้นก็มี ในการรบของเราทั้งสองเราทั้งสองมาพนันกันดวยเดิมพัน ๕,๐๐๐ กหาปณะ. [๗๔๒] ดูกอนมหาบพิตรผูทรงเกียรติ เชิญสดับคําของอาตมภาพ ขอความเจริญจงมีแกมหาบพิตรขอมหาบพิตรทรงรับประกันทรัพย ๕,๐๐๐ กหาปณะ ของอาตมภาพเถิด. [๗๔๓] ขาแตดาบส หนี้เปนของบิดา หรือวาเปนหนีที่ทานทําเอง เพราะเหตุไรทานจึงขอทรัพย ้ มากมายอยางนี้ตอขาพเจา.
  • 13. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 13 [๗๔๔] เพราะนายอาลัมพายน ปรารถนาจะตอสูกับอาตมภาพดวยนาค อาตมภาพจักใหลูกเขียด กัดนายอาลัมพายน ดูกอนมหาบพิตรผูผดุงรัฐ ขอเชิญพระองคผูมีหมูทหารดาบเปนกองทัพ เสด็จไปทอดพระเนตรนาคในวันนี้. [๗๔๕] ขาแตดาบส เราไมไดดูหมิ่นทานโดย ทางศิลปศาสตรเลย ทานมัวเมาดวยศิลปศาสตรมาก ไป ไมยําเกรงนาค. [๗๔๖] ดูกอนพราหมณ แมอาตมภาพก็ไมไดดูหมิ่นทานในทางศิลปศาสตร แตวาทานลอลวงประ-ชาชนนักดวยนาคอันไมมีพิษ ถาชนพึงรูวานาคของ ทานไมมีพิษ เหมือนอยางอาตมารูแลว ทานก็จะไม ไดแกลบสักกํามือหนึ่งเลย จักไดทรัพยแตที่ไหนเลาหมองู. [๗๔๗] ทานผูนุงหนังเสือพรอมทั้งเล็บ เกลา ชฎารุมราม เหมือนคนเซอะ เขามาในประชุม ดู หมิ่นนาคเชนนี้วาไมมีพิษ ทานเขามาใกลแลวก็จะพึงรูวานาคนั้นเต็มไปดวยเดช เหมือนของนาคอันสูงสุด ขาพเจาเขาใจวานาคตัวนี้จักทําทานใหแหลกเปนเหมือนเถาไปโดยฉับพลัน. [๗๔๘] พิษของงูเรือน งูปลา งูเขียว พึงมี แตพิษของนาคมีศีรษะแดง ไมมีเลยทีเดียว.
  • 14. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 14 [๗๔๙] ขาพเจาไดฟงคําของพระอรหันตทั้งหลายผูสํารวม ผูมีตบะ มาวา ทายกทั้งหลายใหทานในโลกนี้แลวยอมไปสูสวรรค ทานมีชีวิตอยู จงใหทานเสียเถิด ทานมีสิ่งของที่ควรจะให นาคนี้มีฤทธิ์มากมีเดช ยากที่ใคร ๆ จะกาวลวงได เราจะใหนาคนั้นกัดทาน มันก็จักทําทานใหเปนเถาไป. [๗๕๐] ดูกรสหาย แมเราก็ไดฟงคําของพระ-อรหันตทั้งหลายผูสํารวม ผูมีตบะมาวา ทายกทั้งหลายใหทานในโลกนี้แลว ยอมไปสูสวรรค ทานนั่นแหละ เมื่อมีชีวิตอยู จงใหทานเสีย ถาทานมีสิ่งของที่ควรจะให ลูกเขียดชื่อวาอัจจิมุขีนี้ เต็มดวยเดชเหมือน ของนาคอันสูงสุด เราจักใหลกเขียดนั้นกัดทาน ูลูกเขียดนั้นจักทําทานใหเปนเถาไป นางเปนธิดาของทาวธตรฐ เปนนองสาวตางมารดาของเรา นางอัจจิมุขีผูเต็มไปดวยเดช เหมือนของนาคอันสูงสุดนั้นจงกัดทาน. [๗๕๑] ดูกรมหาบพิตร ถาอาตมภาพจักหยดพิษลงบนแผนดิน มหาบพิตรจงทรงทราบเถิด ตนหญา ลดาวัลย และตนยาทั้งหลาย พึงเหี่ยวแหงไปโดยไม ตองสงสัย. [๗๕๒] ดูกรมหาบพิตร ถาอาตมภาพจักขวางพิษขึ้นไปบนอากาศ มหาบพิตรจงทราบเถิดวา ฝนและน้ําคางจะไมตกตลอด ๗ ป.
  • 15. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 15 [๗๕๓] ดูกรมหาบพิตร ถาอาตมภาพจักหยดพิษลงในน้ํา มหาบพิตรจงทราบเถิด สัตวน้ํามีประ-มาณเทาใด ทั้งปลาและเตาก็พึงตายหมด. [๗๕๔] น้าที่โลกสมมติวาสามารถลอยบาปได ํมีอยูที่ทาปยาคะ ภูตผีอะไรฉุดเราลงสูแมน้ํายมุนาอันลึก. [๗๕๕] นาคราชใด เปนใหญในโลก เรืองยศพันเมืองพาราณสีไวโดยรอบ เราเปนลูกของนาคราชผูประเสริฐนั้น ดูกรพราหมณ นาคทั้งหลายเรียกเราวา สุโภคะ. [๗๕๖] ถาทานเปนโอรสของนาคราชผูประ-เสริฐ ผูเปนพระราชาของชนชาวกาสี เปนอธิบดีอมรพระชนกของทานเปนคนใหญคนโตผูหนึ่ง และพระ ชนนีของทาน ก็ไมมีใครเทียบเทาในหมูมนุษย ผูมีอานุภาพมากเชนทาน ยอมไมสมควร จะฉุดแมคนเพียงเปนทาสของพราหมณใหจมน้ําเลย. [๗๕๗] เจาแอบตนไรยิงเนื้อซึ่งมาเพื่อจะดื่มน้ําเนื้อถูกยิงแลวรูสึกไดดวยกําลังลูกศร จึงวิ่งหนีไปไกลเจาไดพบมันลมอยูในปาใหญ จึงแลเนื้อหาบมาถึงตนไทรในเวลาเย็น อันกึกกองไปดวยเสียงรองของนกแขกเตาและนกสาลิกา มีใบเหลืองเกลื่อนกลนไปดวยยานไทร มีฝูงนกดุเหวารองอยูระงมนารื่นรมยใจ ภูมิ-
  • 16. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 16ภาคเขียวไปดวยหญาแพรกอยูเปนนิตย พี่ชายของเราเปนผูรุงเรืองไปดวยฤทธิ์และยศ มีอานุภาพมาก อันนางนาคกัญญาทั้งหลายแวดลอม ปรากฏแกเจาผูอยูที่ ตนไทรนั้น ทานพาเจาไปเลี้ยงดู บํารุงบําเรอดวยสิ่งที่นาใครทุกอยาง เปนคนประทุษรายตอทานผูไมประทุษราย เวรนันมาถึงเจาในที่นี้แลว เจาจงเหยียด ้ คอออกเร็ว ๆ เถิด เราจักไมไวชีวิตแกเจา เราระลึก ถึงเวรที่เจาทําตอพี่เรา จักตัดศีรษะเจาเสีย. [๗๕๘] พราหมณผูทรงเวท ๑ ผูประกอบในการ  ขอ ๑ ผูบูชาไฟ ๑ ดวยฐานะ ๓ ประการนี้ พราหมณเปนผูที่ใคร ๆ ไมควรจะฆา. [๗๕๙] เมืองของทาวธตรฐอยูภายใตแมน้ํายมุนาจดหิมวันตบรรพต ซึ่งตั้งอยูไมไกลแมน้ํายมุนา ลวนแลวไปดวยทองคํางามรุงเรือง พี่นองรวมตองของเราลวนเปนคนมีชื่อลือชา อยูในเมืองนั้น ดูกอนพราหมณพี่นองของเราเหลานั้นจักวาอยางไร เจาจักตองเปนอยางนั้น. [๗๖๐] ขาแตพี่สุโภคะ ยัญและเวททั้งหลายในโลกที่พวกพราหมณประกอบขึ้น ไมใชเปนของเล็กนอย เพราะฉะนั้น ผูติเตียนพราหมณซึ่งใคร ๆ ไม ควรติเตียน ชื่อวายอมละทิ้งทรัพยเครื่องปลื้มใจและธรรมของสัตบุรุษเสีย.
  • 17. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 17 [๗๖๑] พวกพราหมณถือการทรงไตรเพท พวกกษัตริยปกครองแผนดิน พวกแพศยยึดการไถนา และ พวกศูทรยึดการบําเรอวรรณะทั้ง ๔ นี้ เขาถึงการงานตามที่อางมาเฉพาะอยาง ๆ นั้นกลาวกันวา มหาพรหมผูมีอํานาจจัดไว. [๗๖๒] พระพรหมผูสรางโลก ทาววรุณ ทาว-กุเวร ทาวโสมะ พระยายม พระจันทร พระวายุพระอาทิตย แมทานเหลานี้ก็ลวนบูชายัญมามากแลวแ ละบูชาสิ่งที่นาใครทุกอยางแกพราหมณผูทรงเวททาวอรชุน และทาวภีมเสน มีกําลังมากมีแขนนับพันไมมีใครเสมอในแผนดิน ยกธนูได ๕๐๐ คัน ก็ไดบูชาไฟมาแตกอน. [๗๖๓] ดูกรพี่สุโภคะ ผูใดเลี้ยงพราหมณทั้งหลายมานานดวยขาวและน้ําตามกําลัง ผูนั้นมีจิตเลื่อมใสอนุโมทนาอยู ไดเปนเทพเจาองคหนึ่ง. [๗๖๔] พระเจามุจลินทสามารถบูชาเทวดาคือไฟ ผูกนมาก มีสีไมทราม ใหอิ่มหนําดวยเนยใส ิ ทรงบูชายัญวิธีแกเทวดา คือไฟผูประเสริฐแลวไดบังเกิดในทิพยคติ. [๗๖๕] พระเจาทุทีปะ มีอานุภาพมาก มีอายุยืน๑,๐๐๐ ป มีพระรูปงามนาดูยิ่งนัก ทรงละแวนแควนอันไมมีที่สุด พรอมทั้งเสนา เสด็จออกผนวชแลวไดเสด็จสูสวรรค.
  • 18. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 18 [๗๖๖] ขาแตพี่สุโภคะ พระเจาสาครราช ทรง ปราบแผนดินอันมีสาครเปนที่สุด รับสั่งใหตั้งเสายัญ อันงามยิ่ง ลวนแลวดวยทอง ทรงบูชาไฟแลว ได เปนเทพเจาองคหนึ่ง แมน้ําคงคาและมหาสมุทร เปน ที่สั่งสมนมสม ยอมเปนไปดวยอานุภาพของผูใด ผู นั้น คือ พระเจาอังคโลมปาทะ ทรงบําเรอไฟแลว เสด็จไปเกิดในพระนครทาวสหัสนัยน. [๗๖๗] เทวดาผูประเสริฐมีฤทธิ์มาก มียศ เปน เสนาบดีของทาววาสวะในไตรทิพย กําจัดมลทินดวยโสมยาควิธี (บูชาดวยการดื่มน้ําโสม) ไดเปนเทพเจา องคหนึ่ง. [๗๖๘] เทวดาผูประเสริฐ มีฤทธิ์ เรืองยศ สรางโลกนี้โลกหนา แมน้ําภาคีรถี ขุนเขาหิมวันต และเขาวิชฌะ ไดบชาไฟมากอน ภูเขามาลาคิรี ขุน ู เขาหิมวันต ภูเขาวิชฌะ ภูเขาสุทัสนะ ภูเขานิสภะ ภูเขากากเวรุ ภูเขาเหลานั้น และภูเขาใหญอื่น ๆ กลาวกันวาพวกพราหมณผูบูชายัญไดกอสรางทําไว. [๗๖๙] ชนทั้งหลายเรียกพราหมณผูทรงเวท ผูเขาถึงคุณแหงมนต ผูมีตบะ ในโลกนี้วา ผูประกอบ ในการขอ มหาสมุทรซัดทวมพราหมณนั้น ผูกําลังตระเตรียมน้ําอยูที่ฝงมหาสมุทร เพราะเหตุนั้น น้ําในมหาสมุทรจึงดื่มไมได.
  • 19. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 19 [๗๗๐] วัตถุที่ควรบูชา คือพวกพราหมณเปน อันมากมีอยูในแผนดินของทาววาสวะ พราหมณทั้งหลายมีอยูในทิศบูรพา ทิศปจจิม ทิศทักษิณและทิศ อุดร ยอมยังปติและโสมนัสใหเกิด. [๗๗๑] ดูกรพออริฏฐะ ความกาลีคือความปรา- ชัยของนักปราชญทั้งหลาย กลับเปนความมีชัยของคน โงเขลาผูทรงเวท ไตรเพทเปนเหมือนอาการของ พยับแดด เพราะเปนของไมเห็นเสมอไป มีคุณทางหลอกลวง พาเอาคนมีปญญาไปไมได ไตรเพทมิไดมี เพื่อปองกันคนผูประทุษรายมิตร ผูลางผลาญความ เจริญเหมือนไฟที่คนบําเรอแลว ยอมปองกันคนโทส- จริตทํากรรมชั่วไมได ถาคนทั้งหลายจะเอาไมที่มีอยูในโลกทั้งหมด พรอมทั้งทรัพยสมบัติของตน คลุกกับหญาใหไฟเผา ไฟอันมีเดชไมมีใครเทียมเผาสิ่งนั้นหมดก็ไมอ่ม ใครจะพึงทําใหไฟซึ่งรูรส ๒ อยางใหอิ่ม ิ ได นมสดแปรไปไดเปนธรรมดา คือ แปรเปนนมสม แลวเปนเนยขน ฉันใด ไฟก็มีความแปรไปไดเปนธรรม ดาฉันนั้น ไฟประกอบดวยความเพียร (ในการสีไฟ) จึงจะเกิดได ไมเคยไดเห็นไฟเขาไปอยูในไมแหงและ ไมสด คนสีไฟไมสี ไฟก็ไมเกิด ไฟยอมไมเกิดเพราะ ไมมีคนทําใหเกิด ถาแหละไฟพึงอยูภายในไมแหง และไมสด ปาทั้งหมดในโลกก็จะพึงแหงไป และไม
  • 20. พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๓ - หนาที่ 20 แหงก็จะพึงลุกโพลง ถาคนทําบุญไดโดยเอาไมและ หญาใหไฟกิน คนเผาถาน คนหุงเกลือ พอครัว และ คนเผาศพ ก็พึงทําบุญได ถาแมพราหมณเหลานี้ทํา บุญไดเพราะการเลี้ยงไฟ เพราะเรียนมนตเพราะเลี้ยง ไฟใหอิ่มหนํา ในโลกนี้ใคร ๆ ผูเอาของใหไฟกินจะ ชื่อวาทําบุญหาไดไม เพราะเหตุอยางไรเลา เพราะไฟ เปนผูอันโลกยําเกรง รูรส ๒ อยาง พึงกินไดมากทั้ง  ของมีกลิ่นอันไมนาฟูใจ คนเปนอันมากไมชอบ พวก มนุษยละเวน และเปนของไมประเสริฐ คนบางพวก นับถือไฟเปนเทวดา สวนพวกมิลักขุนับถือน้ําเปน เทวดา ทั้งหมดนี้พูดผิด ไฟและน้ําไมใชเทพเจาตน. ใดตนหนึ่ง โลกบําเรอไฟ ซึ่งไมมีอันทรีย ไมมีกายที่ จะรูสึกได สองแสงสวาง เปนเครื่องทําการงานของประชาชน เมื่อยังทําบาปกรรมอยู จะพึงไปสุคติได อยางไร พวกพราหมณผูตองการเลี้ยงชีวิตในโลกนี้ กลาววา พระพรหมดรอบงําไดทั้งหมด และวาพระ-พรหมบําเรอไฟ พระพรหมมีอานุภาพกวาทุกสิ่ง และมีอํานาจ ไมมีใครสรางกลับไปไหวไฟที่ตนสรางเพื่อ ประโยชนอะไร คําของพวกพราหมณนาหัวเราะเยาะไมควรแกการเพงเล็ง ไมเปนความจริง พวกพราหมณในปางกอนกอขึ้นไว เพราะเหตุแหงสักการะ พราหมณเหลานั้น เมื่อลาภและสักการะเกิดขึ้น จึ
  • Similar documents
    View more...
    We Need Your Support
    Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

    Thanks to everyone for your continued support.

    No, Thanks