Tri91 02+มหาวิภังค์+เล่ม+๑+ภาค+๒ (1)

Description
1. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 1 พระวินัยปฎก…

Please download to get full document.

View again

of 571
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Slides

Publish on:

Views: 3 | Pages: 571

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
  • 1. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 1 พระวินัยปฎก เลม ๑ ภาค ๒ มหาวิภังค ปฐมภาคขอนอบนอมแดพระผูมีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจาพระองคนน ั้ ทุติยปาราชิกกัณฑ * เรื่องพระธนิยะ กุมภการบุตร [ ๗๙ ] โดยสมัยนั้น พระผูมีพระภาคพุทธเจาประทับอยู ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขตพระนครราชคฤห ครั้งนัน ภิกษุหลายรูปซึ่งเคยเห็นกันเคยคบหา ้กันมา ทํากุฎีมุงบังดวยหญา ณ เชิงภูเขาอิสิคิลิแลวอยูจําพรรษา แมทานพระธนิยะ กุมภการบุตร ก็ไดทํากุฎีมุงบังดวยหญาแลวอยูจําพรรษา ครั้นภิกษุเหลานั้นจําพรรษาโดยลวงไตรมาสแลว ไดรื้อกุฎีมุงดวยหญา เก็บหญาและตัวไมไว แลวหลีกไปสูจาริกในชนบท สวนทานพระธนิยะ กุมภการบุตรอยู ณ ที่นั้นเอง ตลอดฤดูฝน ฤดูหนาว และฤดูรอน ขณะเมื่อทานพระธนิยะ กุมภการบุตร เขาไปบานเพื่อบิณฑบาต คนหาบหญา คนหาฟนไดรื้อกุฎีบังดวยหญาเสีย แลวขนหญาและตัวไมไป. แมครั้งที่สอง ทานพระธนิยะ กุมภการบุตร ไดเที่ยวหาหญา และไมมาทํากุฎีมุงบังดวยหญาอีก เมื่อทานพระธนิยะ กุมภการบุตร เขาไปบาน* พระวินยปฎก มหาวิภังค ปฐมภาค หนา ๗๖. ั
  • 2. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 2เพื่อบิณฑบาต แมครั้งที่สอง คนหาบหญา คนหาฟน ก็ไดรื้อกุฎีมุงบังดวยหญาเสีย แลวขนหญาและตัวไมไป. แมครั้งที่สาม ทานพระธนิยะ กุมภการบุตร ก็ไดเที่ยวหาหญาและไมมาทํากุฎีมุงบังดวยหญาอีก เมื่อทานพระธนิยะ กุมภการบุตร เขาไปบานเพื่อบิณฑบาต แมครั้งที่สาม คนหาบหญา คนหาฟน ก็ไดรอกุฎีมุงบังดวย ื้หญาเสีย แลวขนหญาและตัวไมไปอีก. หลังจากนั้น ทานพระธนิยะ กุมภการบุตร ไดมีความคิดวา เมื่อเราเขาไปบานเพื่อบิณฑบาต คนหาบหญา คนหาฟน ไดรื้อกุฎีมุงบังดวยหญาเสีย แลวขนหญาและตัวไมไปถึงสามครั้งแลว ก็เรานี่แหละ เปนผูไดศึกษามาดีแลวไมบกพรองเปนผูสําเร็จศิลปะในการชางหมอเสมอดวยอาจารยของตนผิฉะนั้น เราพึงขยําโคลนทํากุฎีสําเร็จดวยดินลวนเสียเอง จึงทานพระธนิยะกุมภการบุตร ขยําโคลนทํากุฎีสําเร็จดวยดินลวน ดวยตนเอง แลวรวบรวมหญาไมและโคมัยมาเผากุฎีนั้น กุฎีนนงดงาม นาดู นาชม มีสีแดงเหมือน ั้แมลงคอมทอง มีเสียงเหมือนเสียงกระดึง. ครั้งนั้น พระผูมีพระภาคเจาเสด็จลงจากภูเขาคิชฌกูฏพรอมดวยภิกษุเปนอันมาก ทอดพระเนตรเห็นกุฎีนั้นงดงามนาดูนาชมมีสีแดง ครั้งแลวจึงตรัสถามภิกษุทั้งหลายวา ดูกอนภิกษุทั้งหลาย นั่นอะไร งดงาม นาดูนาชม มีสีแดงเหมือนแมลงคอมทอง ครั้นภิกษุเหลานั้นกราบทูลใหทรงทราบแลว พระพุทธองคทรงติเตียนวา ดูกอนภิกษุทั้งหลาย การกระทําของโมฆบุรุษนั้น ไมเหมาะ ไมสม ไมควร มิใชกิจของสมณะ ใชไมได ไมควรทําไฉนโมฆบุรุษนั้นจึงไดขยําโคลนทํากุฎีสําเร็จดวยดินลวน ดวยตนเองเลาดูกอนภิกษุทั้งหลาย ความเอ็นดู ความอนุเคราะหความไมเบียดเบียนหมูสัตว
  • 3. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 3มิไดมีแกโมฆบุรุษนั้นเลย พวกเธอจงไปทําลายกุฎีนั้น พวกเพื่อนพรหมจารีชั้นหลัง อยาถึงความเบียดเบียนหมูสัตวเลย อันภิกษุไมควรทํากุฎีที่สําเร็จดวยดินลวน ภิกษุใดทํา ตองอาบัติทุกกฎ. ภิกษุเหลานั้นรับพระพุทธาณัติแลว พากันไปที่กุฎีนั้น ครั้นถึงแลวไดทําลายกุฎีนั้นเสีย ทานพระธนิยะ กุมภการบุตร จึงถามภิกษุเหลานั้นวาอาวุโส พวกทานทําลายกุฎีของผม เพื่ออะไร. ภิ. พระผูมีพระภาคเจารับสั่งใหทําลาย ขอรับ. ธ. ทําลายเถิด ขอรับ ถาพระผูมีพระภาคเจาผูธรรมสามีรับสั่งใหทําลาย. [๘๐] กาลตอมา ความดํารินี้ไดมีแกทานพระธนิยะ กุมภการบุตรวาเมื่อเราเขาไปบานเพื่อบิณฑบาต คนหาบหญา คนหาฟน ไดรื้อกุฎีมุงบังดวยหญาเสีย แลวขนหญาและตัวไมไปถึงสามครั้งแลว แมกุฎดินลวนที่เรา ีทําไวนั้น พระผูมีพระภาคเจาก็รับสั่งใหทําลายเสีย ก็เจาพนักงานรักษาไมที่ชอบพอกับเรามีอยู ไฉนหนอเราพึงขอไมตอเจาพนักงานรักษาไมมาทํากุฎีไมจึงทานพระธนิยะ กุมภการบุตร เขาไปหาเจาพนักงานรักษาไม ครั้นแลวไดบอกเรื่องนี้ตอเจาพนักงานรักษาไมวา ขอเจริญพร เมื่ออาตมาเขาไปบานเพื่อบิณฑบาต คนหาบหญา คนหาฟน ไดรื้อกุฎีมุงบังดวยหญาเสีย แลวขนหญาและตัวไมไปถึงสามครั้ง แมกุฎีดินลวนที่อาตมาทําไวนั้น พระผูมีพระภาคเจาก็รับสั่งใหทําลายเสียแลว ขอทานจงใหไมแกอาตมา ๆ ประสงคจะทํากุฎีไม จ. ไมที่กระผมจะพึงถวายแกพระผูเปนเจาไดนั้น ไมมี ขอรับ มีแตไมของหลวงที่สงวนไวสําหรับซอมแปลงพระนคร ซึ่งเก็บไวเพื่อใชในคราวมีอันตราย ถาพระเจาแผนดินรับสั่งใหพระราชทานไมเหลานั้น ขอทานจงใหคนขนไปเถิดขอรับ.
  • 4. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 4 ธ. ขอเจริญพร ไมเหลานั้น พระเจาแผนดินพระราชทานแลว. ลําดับนั้นเจาพนักงานรักษาไมคิดวา พระสมณะเชื้อสายพระศากย-บุตรเหลานี้แล เปนผูประพฤติธรรม ประพฤติสงบ ประพฤติพรหมจรรยกลาวคําสัตย มีศล มีกลยาณธรรม แมพระเจาแผนดินก็ทรงเลื่อมใสใน ี ัพระสมณะเหลานี้ยิ่งนักทานพระธนิยะนี้ยอมไมบังอาจเพื่อจะกลาวถึงสิ่งของที่พระเจาแผนดินยังไมไดพระราชทาน วาพระราชแลว จึงไดเรียนตอทานพระธนิยะ กุมภการบุตรวา นิมนตใหคนขนไปเถิด ขอรับ จึงทานพระธนิยะกุมภการบุตร สั่งใหตัดไมเหลานั้นเปนทอนนอยทอนใหญบรรทุกเกวียนไปทํากุฎีแลว. วัสสการพราหมณตรวจราชการ [๘๑] ตอจากนั้น วัสสการพราหมณ มหาอํามาตยในมคธรัฐไปตรวจราชการในกรุงราชคฤห ไดเขาไปหาเจาพนักงานรักษาไม ครั้นแลวไดพูดถึงเรื่องนี้ ตอเจาพนักงานรักษาไมวา พนาย ไมของหลวงที่สงวนไวสําหรับซอมพระนคร ซึงเก็บไวเพื่อใชในคราวมีอันตรายเหลานั้น อยู ณ ที่ไหน. ่ เจาพนักงานรักษาไมเรียนวา ใตเทาขอรับ ไมเหลานั้น พระเจา-แผนดินไดพระราชทานแกทานพระธนิยะ กุมภการบุตร ไปแลว. ทันใดนั้น วัสสการพราหมณมหาอํามาตยในมคธรัฐ เกิดความไมพอใจวา ไฉนพระเจาแผนดินจึงไดพระราชทานไมของหลวงที่สงวนไวสําหรับซอมแปลงพระนคร ซึ่งเก็บไวเพื่อใชในคราวมีอันตราย แกพระธนิยะกุมภการบุตรไปเลา จึงเขาเฝาพระเจาพิมพิสารจอมเสนามาคธราช กราบทูลวาไดทราบเกลาวา ไมของหลวงที่สงวนไวสําหรับซอมแปลงพระนคร ซึ่งเก็บไว
  • 5. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 5เพื่อใชในคราวมีอันตราย พระองคพระราชทานแกธนิยะ กุมภาการบุตรไปแลว จริงหรือพระพุทธเจาขา. พระเจาพิมพิสารตรัสถามวา ใครพูดอยางนั้น. ว. เจาพนักงานรักษาไมพูด พระพุทธเจาขา พ. พราหมณ ถาเชนนั้น ทานจงใหคนไปนําเจาพนักงานรักษาไมมา. จึงวัสสการพราหมณ มหาอํามาตยในมคธรัฐ สั่งใหเจาหนาที่จองจําเจาพนักงานรักษาไมนํามา. [๘๒] ทานพระธนิยะ กุมภการบุตรไดเห็นเจาพนักงานรักษาไมถูกเจาหนาที่จองจํานําไป จึงไตถามเจาพนักงานรักษาไมวา เจริญพร ทานถูกเจาหนาที่จองจํานําไป ดวยเรื่องอะไร. เจาพนักงานรักษาไมตอบวา เรื่องไมเหลานั้น ขอรับ. ธ. ไปเถิด ทาน แมอาตมาก็จะไป. จ. ใตเทาควรไป ขอรับ กอนทีกระผมจะถูกประหาร. ่ จึงทานพระธนิยะ กุมภการบุตร ไดเขาไปสูพระราชนิเวศนของพระเจาพิมพิสารจอมเสนามาคธราช ครั้นถึงแลว นังเหนืออาสนะที่เขาจัดถวาย ่ขณะนั้น พระเจาพิมพิสารจอมเสนามาคธราช เสด็จเขาไปหาทานพระธนิยะกุมภการบุตรทรงอภิวาทแลว ประทับนั่ง ณ ที่สมควรสวนขางหนึ่ง ตรัสถามทานพระธนิยะ กุมภการบุตรถึงเรื่องไมนั้นวา ขาแตพระคุณเจา ทราบวาไมของหลวงที่สงวนไวสําหรับซอมแปลงพระนคร ซึ่งเขาเก็บไวเพื่อใชในคราวมีอันตราย โยมไดถวายแกพระคุณเจา จริงหรือ. ธ. จริงอยางนั้น ขอถวายพระพร.
  • 6. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 6 พ. ขาแตพระคุณเจา โยมเปนพระเจาแผนดิน มีกิจมาก มีกรณียะมาก แมถวายแลว ก็ระลึกไมได ขอพระคุณเจาโปรดเตือนใหโยมระลึกได. ธ. ขอถวายพระพร พระองคทรงระลึกไดไหม ครั้งพระองคเสด็จเถลิงถวัลยราชยใหม ๆ ไดทรงเปลงพระวาจาเชนนี้วา หญา ไม และน้า ํขาพเจาถวายแลวแกสมณะและพราหมณทั้งหลาย ขอสมณะและพราหมณทั้งหลายโปรดใชสอยเถิด พ. ขาแตพระคุณเจา โยมระลึกได สมณะและพราหมณทั้งหลายที่เปนผูมีความละอาย มีความรังเกียจ ใครตอสิกขา มีอยู ความรังเกียจแมในเหตุเล็กนอยจะเกิดแกสมณะและพราหมณเหลานั้น คําที่กลาวนั้นโยมหมายถึงการนําหญาไมและน้ําของสมณะและพราหมณเหลานั้นแตวาหญาไมและน้ํานั้นแลอยูในปา ไมมีใครหวงแหน พระคุณเจานั้น ยอมสําคัญเพื่อจะนําไมที่เขาไมไดใหไปดวยเลศนั้น พระเจาแผนดินเชนโยม จะพึงฆา จองจํา หรือเนรเทศซึ่งสมณะหรือพราหมณอยางไรได นิมนตกลับไปเถิด พระคุณเจา ๆ รอดตัวเพราะบรรพชาเพศแลว แตอยาไดทําอยางนั้นอีก ประชาชนเพงโทษติเตียนโพนทะนา [๘๓] คนทั้งหลาย พากันเพงโทษวา พระสมณะเชื้อสายพระ-ศากยบุตรเหลานี้ ไมละอาย ทุศีล พูดเท็จ พระสมณะเหลานี้ยังปฏิญาณวาเปนผูประพฤติธรรม ประพฤติสงบ ประพฤติพรหมจรรย กลาวคําสัตย มีศีลมีกัลยาณธรรมติเตียนวา ความเปนสมณะยอมไมมีแกพระสมณะเหลานี้ ความเปนพราหมณยอมไมมีแกพระสมณะเหลานี้ ความเปนสมณะของพระสมณะเหลานี้ เสื่อมแลว ความเปนพราหมณของพระสมณะเหลานี้ เสื่อมแลว ความเปนสมณะของพระสมณะเหลานี้ จะมีแตไหน ความเปนพราหมณของพระ-
  • 7. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 7สมณะเหลานี้ จะมีแตไหน พระสมณะเหลานี้ปราศจากความเปนสมณะแลวพระสมณะเหลานี้ปราศจากความเปนพราหมณแลว แมพระเจาแผนดิน พระ-สมณะเหลานี้ยังหลอกลวงได ไฉนจักไมหลอกลวงคนอื่นเลา. ภิกษุทั้งหลายไดฟงคนเหลานั้นเพงโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู บรรดาที่เปนผูมักนอย สันโดษมีความละอาย มีความรังเกียจ ใครตอสิกขาตางก็เพงโทษ ติเตียน โพนทะนาวา ไฉนทานพระธนิยะ กุมภการบุตร จึงไดถือเอาไมของหลวงที่เขาไมไดใหไปแลวกราบทูลเรื่องนั้นแดพระผูมีพระภาคเจา. ประชุมสงฆทรงบัญญัติสิกขาบท ลําดับนั้น พระผูมพระภาคเจารับสั่งใหประชุมภิกษุสงฆ ในเพราะเหตุ ีเปนมูลเคานั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้นแลวทรงสอบถามทานพระธนิยะ กุมภ-การบุตรวา ดูกอนธนิยะ ขาววา เธอไดถือเอาไมของหลวงที่เขาไมไดใหไปจริงหรือ ทานพระธนิยะทูลรับวา จริง พระพุทธเจา พระผูมีพระภาคพุทธเจาทรงติเตียนวา ดูกอนโมฆบุรุษ การกระทําของเธอนั่น ไมเหมาะ ไมสม ไมควร มิใชกิจของสมณะ ใชไมได ไมควรทําไฉนเธอจึงไดถือเอาไมของหลวงที่เขาไมไดใหไปเลา การกระทําของเธอนั่นไมเปนไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไมเลื่อมใสหรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของผูเลื่อมใสแลว โดยที่แทการกระทําของเธอนั่น เปนไปเพื่อความไมเลื่อมใสของผูที่ยังไมเลื่อมใส และเพื่อความเปนอยางอื่นของคนบางพวกที่เลื่อมใสแลว
  • 8. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 8 ก็สมัยนั้นแล มหาอํามาตยผูพิพากษาเกาคนหนึ่งบวชในหมูภิกษุ นั่งอยูไมหางพระผูมีพระภาคเจา จึงพระองคไดตรัสพระวาจานี้ตอภิกษุรูปนั้นวาดูกอนภิกษุ พระเจาพิมพิสารจอมเสนามาคธราชจับโจรไดแลว ประหารชีวต ิเสียบาง จองจําไวบาง เนรเทศเสียบาง เพราะทรัพยประมาณเทาไรหนอ ภิกษุรปนั้นกราบทูลวา เพราะทรัพยบาทหนึ่งบาง เพราะของควรคา ูบาทหนึ่งบาง เกินบาทหนึ่งบาง พระพุทธเจาขา แทจริงสมัยนั้น ทรัพย ๕ มาสกในกรุงราชคฤห เปนหนึงบาท ่ ครั้นพระผูมีพระภาคเจาทรงติเตียนทานพระธนิยะ กุมภการบุตร โดยอเนกปริยายแลวจึงตรัสโทษแหงความเปนคนเลี้ยงยาก ความเปนคนบํารุงยากความเปนคนมักมาก ความเปนคนไมสันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจครานตรัสคุณแหงความเปนคนเลี้ยงงาย ความเปนคนบํารุงงาย ความมักนอย ความสันโดด ความขัดเกลา ความกําจัด อาการที่นาเลื่อมใส การไมสะสมการปรารภความเพียร โดยอเนกปริยาย แลวทรงกระทําธรรมีกถา ที่สมควรแกเรื่องนั้น ที่เหมาะสมแกเรื่องนั้น แกภิกษุทั้งหลาย แลวรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายวา ดูกอนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแกภิกษุทั้งหลาย อาศัยอํานาจประโยชน ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับวาดีแหงสงฆ ๑เพื่อความสําราญแหงสงฆ ๑ เพื่อขมบุคคลผูเกอยาก ๑ เพื่ออยูสําราญแหงภิกษุผูมีศีลเปนที่รัก ๑ เพื่อปองกันอาสวะอันจะบังเกิดในปจจุบัน ๑ เพื่อกําจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไมเลื่อมใส ๑เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแลว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแหงพระสัท-ธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑
  • 9. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 9 ดูกอนภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอยางนี้วาดังนี้ พระปฐมบัญญัติ ๒. อนึง ภิกษุใด ถือเอาทรัพยอันเจาของไมไดให ดวย ่สวนแหงความเปนขโมย พระราชาทั้งหลาย จับโจรไดแลวพึงประ -หารเสียบาง จองจําไวบาง เนรเทศเสียบาง ดวยบริภาษวา เจาเปนโจร เจาเปนคนพาล เจาเปนคนหลง เจาเปนขโมย ในเพราะถือเอาทรัพยอันเจาของไมไดใหเห็นปานใด ภิกษุถือเอาทรัพยอันเจาของไมไดใหเห็นปานนั้น แมภิกษุนี้ ก็เปนปาราชิก หาสังวาสมิได. ก็สิกขาบทนี้ ยอมเปนอันพระผูมีพระภาคเจาทรงบัญญัติแลว แกภิกษุทั้งหลาย ดวยประการฉะนี้. เรื่องพระธนิยะ กุมภการบุตร จบ เรื่องพระฉัพพัคคีย [๘๔] ก็โดยสมัยนันแล พระฉัพพัคคียชวนกันไปสูลานตากผาของ ้ชางยอม ไดลักหอผาของชางยอม นํามาสูอารามแลวแบงปนกัน ภิกษุทั้งหลายพูดขึ้นอยางนี้วา ทานทั้งหลาย พวกทานเปนผูมีบุญมาก เพราะผาเกิดแกพวกทานมาก. ฉ. ทานทั้งหลาย บุญของพวกผมจักมีแตไหน พวกผมไปสูลานตากผาของชางยอม แลวไดลักหอผาของชางยอมมาเดี๋ยวนี้.
  • 10. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 10 ภิ. พระผูมีพระภาคเจาทรงบัญญัติสิกขาบทไวแลวมิใชหรือ เหตุไรพวกทานจึงไดลักหอผาของชางยอมมา. ฉ. จริงขอรับ พระผูมีพระภาคเจาทรงบัญญัติสิกขาบทไวแลว แตสิกขาบทนั้นแล พระองคทรงบัญญัติเฉพาะในเขตบาน มิไดทรงบัญญัติไปถึงในปา. ภิ. ทานทั้งหลาย พระบัญญัตินั้นยอมเปนไดเหมือนกันทั้งนั้นมิใชหรือ การกระทําของพวกทานนั้นไมเหมาะ ไมสม ไมควร มิใชกิจของสมณะใชไมได ไมควรทํา ไฉนพวกทานจึงไดลักหอผาของชางยอมมาเลา การกระทําของพวกทานนั้น ไมเปนไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไมเลื่อมใสหรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของผูที่เลื่อมใสแลว โดยที่แท การกระทําของพวกทานนั่น เปนไปเพื่อความไมเลื่อม ใสของชุมชนที่ยังไมเลื่อมใส และเพื่อความเปนอยางอื่นของชนบางพวกที่เลื่อมใสแลว ครั้นภิกษุเหลานั้น ติเตียนพระ -ฉัพพัคคียโดยอเนกปริยายแลวไดกราบทูลเนื้อความนั้นแดพระผูมีพระภาคเจา ประชุมสงฆทางบัญญัติอนุบัญญัติ ลําดับนั้น พระผูมีพระภาคเจารับสั่งใหประชุมภิกษุสงฆ ในเพราะเหตุเปนมูลเคานั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แลวทรงสอบถามพระฉัพพัคคียวา ดูกอนภิกษุทั้งหลาย ขาววา พวกเธอไปสูลานตากผาชางยอม แลวลักหอผาของชางยอมมา จริงหรือ. พระฉัพพัคคียทูลรับวา จริง พระพุทธเจาขา. พระผูมีพระภาคพุทธเจาทรงติเตียนวา ดูกอนโมฆบุรุษทั้งหลาย การกระทําของพวกเธอนั่น ไมเหมาะ ไมสม ไมควร มิใชกิจของสมณะ ใชไมได
  • 11. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 11ไมควรทํา ไฉนพวกเธอจึงไดลักหอผาของชางยอมมาเลา การกระทําของพวกเธอนั่น ไมเปนไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไมเลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแลว โดยที่แท การกระทําของพวกเธอนั่นเปนไปเพื่อความไมเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไมเลื่อมใสและเพื่อความเปนอยางอื่นของคนบางพวกที่เลื่อมใสแลว ครั้นทรงติเตียนพระฉัพพัคคียโดยอเนกปริยายแลว จึงตรัสโทษแหงความเปนคนเลี้ยงยาก ความเปนคนบํารุงยาก ความเปนคนมักมาก ความเปนคนไมสันโดษ ความคลุกคลี ความเกียจครานตรัสคุณแหงความเปนคนเลี้ยงงาย ความเปนคนบํารุงงาย ความมักนอย ความสันโดษ ความขัดเกลา ความกําจัด อาการที่นาเลื่อมใส การไมสะสม การปรารภความเพียรโดยอเนกปริยาย ทรงกระทําธรรมีกถาที่สมควรแกเรื่องนั้นที่เหมาะสมแกเรื่องนั้น แกภิกษุทั้งหลาย แลวรับสังกะภิกษุทั้งหลายวา ่ ดูกอนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแกภิกษุทั้งหลาย อาศัยอํานาจประโยชน ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับวาดีแหงสงฆ ๑เพื่อความสําราญแหงสงฆ ๑ เพื่อขมบุคคลผูเกอยาก ๑ เพื่ออยูสําราญแหงภิกษุผูมีศีลเปนที่รัก ๑ เพื่อปองกันอาสวะอันจะบังเกิดในปจจุบัน ๑ เพื่อกําจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไมเลื่อมใส ๑เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแลว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแหงพระสัท -ธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑. ดูกอนภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอยางนี้วาดังนี้ :-
  • 12. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 12 พระอนุบัญญัติ ๒. ก. อนึ่ง ภิกษุใด ถือเอาทรัพยอันเจาของไมไดใหดวยสวนแหงความเปนขโมย จากบานก็ดี จากปาก็ดี พระราชาทั้งหลายจับโจรไดแลว ประหารเสียบาง จองจําไวบาง เนรเทศเสียบางดวยบริภาษวา เจาเปนโจร เจาเปนคนพาล เจาเปนคนหลง เจาเปนขโมย ดังนี้ ในเพราะถือเอาทรัพยอันเจาของไมไดใหเห็นปานใดภิกษุถือเอาทรัพยอันเจาของไมไดใหเห็นปานนั้น แมภิกษุนี้ ก็เปนปาราชิก หาสังวาสมิได. เรื่องพระฉัพพัคคีย จบ สิกขาบทวิภังค [๘๕] บทวา อนึ่ง ... ใด ความวา ผูใด คือ ผูเชนใด มีการงานอยางใด มีชาติอยางใด มีชื่ออยางใด มีโคตรอยางใด มีปกติอยางใด มีธรรมเครื่องอยูอยางใด มีอารมณอยางใด เปนเถระก็ตาม เปนนวกะก็ตาม เปนมัชฌิมะก็ตาม นี้พระผูมพระภาคเจาตรัสวา อนึ่ง ... ใด. ี บทวา ภิกษุ ความวา ที่ชื่อวา ภิกษุ เพราะอรรถวาเปนผูขอชื่อวา ภิกษุ เพราะอรรถวาประพฤติภิกขาจรยวัตร ชื่อวา ภิกษุ เพราะอรรถวาทรงผืนผาที่ถูกทําลายแลว ชื่อวา ภิกษุ โดยสมญา ชื่อวา ภิกษุโดยปฏิญญา ชื่อวา ภิกษุ เพราะอรรถวาเปนเอหิภิกษุ ชื่อวา ภิกษุ เพราะอรรถวาเปนผูเจริญ ชื่อวา ภิกษุ เพราะอรรถวามีสารธรรม ชื่อวา ภิกษุเพราะอรรถวาเปนพระเสขะ ชื่อวา ภิกษุ เพราะอรรถวา เปนพระอเสขะ
  • 13. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 13ชื่อวา ภิกษุ เพราะอรรถวา เปนผูอันสงฆพรอมเพรียงกันใหอุปสมบทแลวดวยญัตติจตุตถกรรม อันไมกําเริบ ควรแกฐานะ บรรดาผูที่ชอวาภิกษุ ื่เหลานั้น ภิกษุนี้ใด ที่สงฆพรอมเพรียงกันใหอุปสมบทแลวดวยญัตติจตุตถ-กรรม อันไมกําเริบ ควรแกฐานะ ภิกษุนี้ พระผูมีพระภาคเจาทรงประสงควา ภิกษุ ในอรรถนี้ ประเทศที่ชื่อวา บาน มีอธิบายวา บานมีกระทอมหลังเดียวก็ดี มีกระทอม ๒ หลังก็ดี มีกระทอม ๓ หลังก็ดี มีกระทอม ๔ หลังก็ดี มีคนอยูก็ดี ไมมีคนอยูดี แมที่เขาลอมไวก็ดี แมที่เขาไมไดลอมไวก็ดี แมที่เขาสรางดุจเปนที่โคจอมเปนตนก็ดี แมหมูเกวียนหรือตางที่อาศัยอยูเกิน ๔ เดือนก็ดี พระผูมีพระภาคเจาตรัสวา บาน. ที่ชื่อวา อุปจารบาน กําหนดเอาที่ ซึ่งบุรษขนาดกลาง ผูยืนอยู ุณ เสาเขื่อนแหงบานที่ลอม โยนกอนดินไปตก หรือกําหนดเอาที่ซึ่งบุรุษขนาดกลาง ผูยืนอยู ณ อุปจารเรือนแหงบานที่ไมไดลอม โยนกอนดินไปตก. ที่ชื่อวา ปา มีอธิบายวาสถานที่ที่เวนบานและอุปจารบาน นอกนั้นชื่อวา ปา. ที่ชื่อวา ทรัพยอันเจาของไมไดให มีอธิบายวา ทรัพยใดอันเจาของไมไดให ไมไดละวาง ยังรักษาปกครองอยู ยังถือกรรมสิทธิ์อยูวาเปนของเรา ยังมีผูอื่นหวงแหน ทรัพยนั้นชื่อวา ทรัพยอันเจาของไมไดให. บทวา ดวยสวนแหงความเปนขโมย ไดแก มีจิตคิดขโมย คือมีจิตคิดลัก. [๘๖] บทวา ถือเอา คือ ยึดเอา เอาไป เอาลง ยังอริยาบทใหกําเริบ ใหเคลื่อนจากฐาน ใหลวงเลยเขตหมาย.
  • 14. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 14 [๘๗] ที่ชื่อวา เห็นปานใด คือ หนึ่งบาทก็ดี ควรแกหนึ่งบาทก็ดีเกินกวาหนึ่งบาทก็ดี. ที่ชื่อวา พระราชาทั้งหลาย ไดแกพระเจาแผนดิน เจาผูปกครองประเทศ ทานผูปกครองมณฑล นายอําเภอ ผูพิพากษา มหาอํามาตย หรือทานผูสั่งประหารและจองจําได ทานเหลานี้ ชื่อวา พระราชาทั้งหลาย. ที่ชื่อวา โจร มีอธิบายวา ผูใดถือเอาสิ่งของอันเขาไมไดให ไดราคา ๕ มาสกก็ดี เกินกวา ๕ มาสกก็ดี ดวยสวนแหงความเปนขโมย ผูนั้น ชื่อวา โจร. บทวา ประหารเสียบาง คือ ประหารดวยมือหรือเทา ดวยแสหรือดวยหวาย ดวยไมคอนสั้นหรือดวยดาบ. บทวา จองจําไวบาง คือ ผูกลามไวดวยเครื่องมัดคือเชือก ดวยเครื่องจองจําคือขื่อคา โซตรวน หรือดวยเขตจํากัดคือเรือน จังหวัด หมูบานตําบลบาน หรือใหบุรุษควบคุม. บทวา เนรเทศเสียบาง คือ ขับไลเสียจากหมูบาน ตําบลบานจังหวัด มณฑล หรือประเทศ. บทวา เจาเปนโจร เจาเปนคนพาล เจาเปนคนหลง เจาเปนขโมย นี้เปนคําบริภาษ. [๘๘] ที่ชื่อวา เห็นปานนั้น คือ หนึ่งบาทก็ดี ควรแกหนึ่งบาทก็ดีเกินกวาหนึ่งบาทก็ดี. บทวา ถือเอา คือ ตู วิ่งราว ฉอ ยังอิริยาบทใหกําเริบ ใหเคลื่อนจากฐาน ใหลวงเลยเขตหมาย. [๘๙] คําวา แมภิกษุนี้ พระผูมีพระภาคเจาตรัสเทียบเคียงภิกษุรูปกอน.
  • 15. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 15 คําวา เปนปาราชิก มีอธิบายวา ใบไมเหลืองหลนจากขั้วแลวไมอาจจะเปนของเขียวสดขึ้นได แมฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นแหละ ถือเอาทรัพยอันเขาไมไดให ดวยสวนแหงความเปนขโมย หนึ่งบาทก็ดี ควรแกหนึ่งบาทก็ดี เกินกวาหนึ่งบาทก็ดี แลวไมเปนสมณะ ไมเปนเชื้อสายพระศากยบุตรเพราะเหตุนั้นจึงตรัสวา เปนปาราชิก. บทวา หาสังวาสมิได ความวา ที่ชื่อวา สังวาส ไดแกกรรมที่พึงทํารวมกัน อุเทศที่พึงสวดรวมกัน ความเปนผูมีสิกขาเสมอกันนั่นชื่อวาสังวาส สังวาสนั้นไมมีรวมกับภิกษุนั้น เพราะเหตุนั้นจังตรัสวา หาสังวาสมิได. บทภาชนีย มาติกา [๙๐] ทรัพยอยูในดิน ทรัพยตั้งอยูบนดินทรัพยลอยอยูในอากาศ ทรัพยตั้งอยูในที่แจงทรัพยตั้งอยูในน้ํา เรือ และทรัพยอยูในเรือยาน และทรัพยอยูในยาน ทรัพยที่ตนนําไปสวน และทรัพยอยูในสวน ทรัพยอยูในวัดนา และทรัพยอยูในนา พืนที่และทรัพยอยูในพื้นที่ ้ทรัพยอยูในบาน ปา และทรัพยอยูในปาน้ํา ไมชําระฟน ตนไมเจาปา ทรัพยที่มีผูนําไปทรัพยที่เขาฝากไว ดานภาษี สัตวมีชีวิตสัตวไมมีเทา สัตวสองเทา สัตวสี่เทา สัตวมีเทามาก
  • 16. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 16ภิกษุผูสั่ง ภิกษุผูรับของฝาก การชักชวนกันไปลักการนัดหมาย การทํานิมิต. ภุมมัฏฐวิภาค [๙๑] ที่ชื่อวา ทรัพยอยูในแผนดิน ไดแกทรัพยที่ฝงกลบไวในแผนดิน. ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพยอยูในแผนดิน เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ตาม แสวงหาจอบหรือตะกราก็ตาม เดินไปก็ตาม ตองอาบัติทุกกฏ ตัดไมหรือเถาวัลย ซึ่งเกิดอยูในที่นั้น ตองอาบัติทุกกฏ ขุดก็ตาม คุยก็ตาม โกยขึ้นก็ตามซึ่งดินรวนตองอาบัติทุกกฏ จับตองหมอ ตองอาบัติทุกกฏ ทําหมอใหไหวตองอาบัติถุลลัจจัย ทําหมอใหเคลื่อนจากฐาน ตองอาบัติปาราชิก. ภิกษุมีไถยจิต หยอนภาชนะของตนลงไป ถูกตองทรัพยควรแกคา๕ มาสก หรือเกินกวา ๕ มาสก ตองอาบัติทุกกฏ ทําใหไหว ตองอาบัติถุลลัจจัย กระทําใหทรัพยอยูในภาชนะของตนก็ตาม ตัดขาดดวยกํามือก็ตามตองอาบัติปาราชิก. ภิกษุมีไถยจิต จับตองทรัพยที่เขารอยดายก็ดี สังวาลก็ดี สรอยคอก็ดีเขมขัดก็ดี ผาสาฎกก็ดี ผาโพกก็ดี ตองอาบัติทุกกฏ ทําใหไหวตองอาบัติถุลลัจจัย จับที่สุดยกขึ้น ตองอาบัติถุลลัจจัย ดึงครูดออกไป ตองอาบัติถุลลัจจัยใหพนปากหมอ โดยที่สดแมชั่วเสนผม ตองอาบัติปาราชิก. ุ ภิกษุมีไถยจิต ดื่มเนยใสก็ดี น้ามันก็ดี น้ําผึ้งก็ดี น้ําออยก็ดี ควร ํแกคา ๕ มาสก หรือเกินกวา ๕ มาสก ดวยประโยคอันเดียว ตองอาบัติปาราชิก ทําลายเสียก็ดี ทําใหหกลนก็ดี เผาเสียก็ดี ทําใหบริโภคไมไดก็ดีในที่นั้นเอง ตองอาบัติทุกกฏ.
  • 17. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๒ - หนาที่ 17 ถลัฏฐวิภาค [๙๒] ที่ชื่อวา ทรัพยตั้งอยูบนพื้น ได
  • Similar documents
    View more...
    We Need Your Support
    Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

    Thanks to everyone for your continued support.

    No, Thanks