Tri91 01+มหาวิภังค์+เล่ม+๑+ภาค+๑ (1)

Description
1. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 1 พระวินัยปฎก…

Please download to get full document.

View again

of 864
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Slides

Publish on:

Views: 3 | Pages: 864

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
  • 1. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 1 พระวินัยปฎก เลม ๑ มหาวิภังค ปฐมภาค ขอนอมแดพระผูมีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจาพระองคนั้น เวรัญชภัณฑ เรื่องเวรัญชพราหมณ [๑] โดยสมัยนั้น พระผูมีพระภาคพระพุทธเจาประทับอยู ณควงไมสะเดาที่นเฬรุยักษสิงสถิต เขตเมืองเวรัญชา พรอมดวยภิกษุสงฆหมูใหญประมาณ ๕๐๐ รูป เวรัญชพราหมณไดสดับขาวถนัดแนวา ทานผูเจริญพระสมณโคดมศากยบุตร ทรงผนวชจากศากยตระกูล ประทับอยู ณ บริเวณตนไมสะเดาทีนเฬรุยักษสิงสถิต เขตเมืองเวรัญชา พรอมดวยภิกษุสงฆหมูใหญ ่ประมาณ ๕๐๐ รูป ก็แลพระกิตติศัพทอนงามของทานพระโคดมพระองคนั้น ัขจรไปแลวอยางนี้วา พระผูมีพระภาคเจาพระองคนั้น ทรงเปนพระอรหันตแมเพราะเหตุนี้ ทรงตรัสรูเองโดยชอบแมเพราะเหตุนี้ทรงบรรลุวิชชาและจรณะแมเพราะเหตุนี้ เสด็จไปดีแมเพราะเหตุนี้ ทรงทราบโลกแมเพราะเหตุนี้ทรงเปนสารถีฝกบุรุษที่ควรฝกไมมีผูอื่นยิงกวาแมเพราะเหตุนี้ ทรงเปนศาสดา ่ของเทพและมนุษย ทั้งหลายแมเพราะเหตุนี้ ทรงเปนพุทธะแมเพราะเหตุนี้ทรงเปนพระผูมีพระภาคเจาแมเพราะเหตุนี้ พระองคทรงทําโลกนี้พรอมทั้ง 
  • 2. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 2เทวโลก มารโลก พรหมโลกใหแจงชัดดวยพระปญญาอันยิ่งของพระองคเองแลวทรงสอนหมูสัตว พรอมทั้งสมณะ พราหมณ เทพ และมนุษยใหรู ทรงแสดงธรรมงามในเบื้องตน งามในทามกลาง งามในที่สุด ทรงประกาศพรหมจรรยพรอมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะครบบริบูรณบริสุทธิ์ อนึ่ง การเห็นพระอรหันตทงหลายเห็นปานนั้น เปนความดี ั้ เวรัญชพราหมณกลาวตูพระพุทธเจา [๒] หลักจากนัน เวรัญชพราหมณไดไปในพุทธสํานัก ครั้นถึงแลว ้ไดทูลปราศรัยกับพระผูมีพระภาคเจา ครั้นผานการทูลปราศรัยพอใหเปนที่บันเทิงเปนที่ระลึกถึงกันไปแลว จึงนั่ง ณ ที่ควรสวนขางหนึ่ง เวรัญชพราหมณนั่ง ณ ที่ควรสวนขางหนึ่งแลว ไดทูลคํานี้แดพระผูมีพระภาคเจาวา ทานพระโคดม ขาพเจาไดทราบมาวา พระสมณโคดมไมไหว ไมลุกรับพวกพราหมณผูแก ผูเฒา ผูใหญ ผูลวงการผานวัยมาโดยลําดับ หรือไมเชื้อเชิญดวยอาสนะ ขอที่ขาพเจาทราบมานี้นั้นเปนเชนนันจริง อันการที่ทานพระโคดม ้ไมไหวไมลุกรับพวกพราหมณผูแก ผูเฒา ผูใหญ ผูลวงกาลผานวัยมาโดยลําดับ หรือไมเชื้อเชิญดวยอาสนะนี้นน ไมสมควรเลย. ั้ พระผูมีพระภาคเจาตรัสวา ดูกอนพราหมณ ในโลก ทั้งเทวโลกมารโลก พรหมโลก ในหมูสัตว พรอมทั้งสมณะ พราหมณ เทพ และมนุษยเราไมเล็งเห็นบุคคลที่เราควรไหว ควรลุกรับ หรือควรเชื้อเชิญดวยอาสนะเพราะวาตถาคตพึงไหว พึงลุกรับ หรือพึงเชื้อเชิญบุคคลใดดวยอาสนะ แมศีรษะของบุคคลนั้นก็พึงขาดตกไป. ว. ทานพระโคดมมีปกติไมไยดี
  • 3. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 3 ภ. มีอยูจริง ๆ พราหมณ เหตุที่เขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมมีปกติไมไยดี ดังนี้ ชื่อวากลาวถูก เพราะความไยดีในรูป เสียง กลิ่น รสโผฏฐัพพะเหลานั้น ตถาคตละไดแลว ตัดรากขาดแลว ทําใหเปนเหมือนตาลยอดดวน ทําไมใหมภายหลัง มีไมเกิดอีกตอไปเปนธรรมดา นี้แล ีเหตุที่เขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมมีปกติไมไยดี ดังนี้ชื่อวากลาวถูกแตไมใชเหตุททานมุงกลาว ี่ ว. ทานพระโคดมไมมสมบัติ. ี ภ. มีอยูจริง ๆ พราหมณ เหตุทเี่ ขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมไมมีสมบัติ ดังนี้ ชื่อวากลาวถูก เพราะสมบัติ คือ รูป เสียง กลิน รส ่โผฏฐัพพะเหลานั้น ตถาคตละไดแลว ตัดรากขาดแลว ทําใหเปนเหมือนตาลยอดดวย ทําไมใหมภายหลัง มีไมเกิดอีกตอไปเปนธรรมดา นี้แล ีเหตุที่เขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมไมมีสมบัติ ดังนี้ ชื่อวากลาวถูก แตไมใชเหตุที่ทานมุงกลาว. ว. ทานพระโคดมกลาวการไมทํา. ภ. มีอยูจริง ๆ พราหมณ เหตุทเี่ ขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมกลาวการไมทา ดังนี้ ชือวากลาวถูก เพราะเรากลาวการไมทํากายทุจริต ํ ่วจีทุจริต มโนทุจริต เรากลาวการไมทาสิ่งที่เปนบาปอกุศลหลายอยาง นี้แล ํเหตุที่เขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมกลาวการไมทํา ดังนี้ ชื่อวากลาวถูกแตไมใชเหตุททานมุงกลาว ี่ ว. ทานพระโคดมกลาวความขาดสูญ. ภ. มีอยูจริง ๆ พราหมณ เหตุทเี่ ขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมกลาวความขาดสูญ ดังนี้ ชือวากลาวถูก เพราะเรากลาวความขาดสูญแหง ่
  • 4. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 4ราคะ โทสะ โมหะ เรากลาวความขาดสูญแหงสภาพทีเ่ ปนบาปอกุศลหลายอยางนี้แล เหตุที่เขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมกลาวความขาดสูญ ดังนี้ ชื่อวากลาวถูก แตไมใชเหตุที่ทานมุงกลาว ว. ทานพระโคดมชางรังเกียจ. ภ. มีอยูจริง ๆ พราหมณ เหตุทเี่ ขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมชางรังเกียจ ดังนี้ ชื่อวากลาวถูก เพราะเรารังเกียจกายทุจริต วจีทจริต ุมโนทุจริต เรารังเกียจความถึงพรอมแหงสภาพที่เปนบาปอกุศลหลายอยางนี้แล เหตุที่เขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมชางรังเกียจ ดังนี้ ชื่อวากลาวถูกแตไมใชเหตุททานมุงกลาว ี่ ว. ทานพระโคดมชางกําจัด ภ. มีอยูจริง ๆ พราหมณ เหตุทเี่ ขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมชางกําจัด ดังนี้ ชื่อวากลาวถูก เพราะเราแสดงธรรมเพื่อกําจัด ราคะ โทสะโมหะ แสดงธรรมเพื่อกําจัดสภาพที่เปนบาปอกุศลหลายอยาง นีแล เหตุที่ ้เขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมชางจํากัด ดังนี้ ชื่อวากลาวถูก แตไมใชเหตุที่ทานมุงกลาว. ว. ทานพระโคดมชางเผาผลาญ ภ. มีอยูจริง ๆ พราหมณ เหตุทเี่ ขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมชางเผาผลาญ ดังนี้ ชื่อวากลาวถูก เพราะเรากลาวธรรมที่เปนบาปอกุศลคือ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต วาเปนธรรมที่ควรเผาผลาญ ธรรมที่เปนบาปอกุศลซึ่งควรเผาผลาญ อันผูใดละไดแลว ตัดรากขาดแลว ทําใหเปนเหมือนตาลยอดดวน ทําไมใหมีในภายหลัง มีไมเกิดอีกตอไปเปนธรรมดาเรากลาวผูนั้นวาเปนคนชางเผาผลาญพราหมณ ธรรมทั้งหลายที่เปนบาป-
  • 5. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 5อกุศล ซึ่งควรเผาผลาญ ตถาคตละไดแลว ตักรากขาดแลว ทําใหเปนเหมือนตาลยอดดวน ทําไมใหมีในภายหลัง มีไมเกิดอีกตอไปเปนธรรมดานี้แล เหตุที่เขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมชางเผาผลาญ ดังนี้ ชื่อวากลาวถูก แตไมใชเหตุที่ทานมุงกลาว ว. ทานพระโคดมไมผุดเกิด. ภ. มีอยูจริง ๆ พราหมณ เหตุทเี่ ขากลาวหาเราวา พระสมณโคดมไมผุดเกิดดังนี้ ชื่อวากลาวถูก เพราะการนอนในครรภตอไป การเกิดในภพใหม อันผูใดละไดแลวแลว ตัดรากขาดแลวทําใหเปนเหมือนตาลยอดดวน ทําไมใหมในภายหลัง มีไมเกิดตอไปเปนธรรมดา เรากลาวผูนั้นวาเปนคน ีไมผุดเกิด พราหมณ การนอนในครรภตอไปการเกิดในภพใหม ตถาคต ละไดแลว ตัดรากขาดแลว ทําใหเปนเหมือนตาลยอดดวนทําไมใหมีในภายหลัง มีไมเกิดอีกตอไปเปนธรรมดา นี้แล เหตุทเี่ ขากลาวหาเราวาพระสมณโคดมไมผุดเกิด ดังนี้ ชื่อวากลาวถูก แตไมใชเหตุที่ทานมุงกลาว. ทรงอุปมาดวยลูกไก [๓] ดูกอนพราหมณ เปรียบเหมือนฟองไก ๘ ฟอง ๑๐ ฟอง หรือ๑๒ ฟอง ฟองไกเหลานัน อันแมไกพึงกกดีแลว อบดีแลว ฟกดีแลว บรรดา ้ลูกไกเหลานัน ลูกไกตัวใดทําลายกระเปาะฟอง ดวยปลายเล็บเทา หรือดวย ้จะงอยปากออกมาไดโดยสวัสดีกอนกวาเขา ลูกไกตัวนันควรเรียกวากระไร ้จะเรียกวาพี่หรือนอง. ว. ทานพระโคดม ควรเรียกวาพี่ เพราะมันแกกวาเขา.
  • 6. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 6 ทรงแสดงฌานสี่และวิชชาสาม ภ. เราก็เหมือนอยางนันแล พราหมณ เมื่อประชาชนผูตกอยูใน ้อวิชชาเกิดในฟอง อันกระเปาะฟองหุมหอไว ผูเดียวเทานั้นในโลก ไดทําลายกระเปาะฟอง คือ อวิชชา แลวไดตรัสรูพระสัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมเรานั้นเปนผูเจริญที่สุด ประเสริฐที่สุดของโลก เพราะความเพียรของเราที่ปรารภแลวแล ไมยอหยอน สติดํารงมั่นไมฟนเฟอน กายสงบ ไมกระสับ-กระสาย จิตตังมั่นมีอารมณเปนหนึ่ง. ้ ปฐมฌาน เรานั้นแล สงัดแลวจากกาม สงัดแลวจากอกุศลธรรม ไดบรรลุปฐมฌานมีวิตก มีวิจาร มีปติและสุขซึ่งเกิดแตวิเวกอยู. ทุติยฌาน เราไดบรรลุทุติยฌาน มีความผองใสแหงจิต ฯ ภายใน เปนธรรมเอกผุดขึ้นไมมีวิตก ไมมีวจาร เพราะวิตก วิจาร สงบไป มีปติและสุขซึ่งเกิด ิแตสมาธิอยู. ตติยฌาน เรามีอุเบกขาอยู มีสติ มีสัมปชัญญะ และเสวยสุขดวยนามกาย เพราะปติสิ้นไป ไดบรรลุตติยฌาน ที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญวา เปนผูมีอุเบกขามีสติ มีสุขอยู ดังนี้. จตุตถฌาน เราไดบรรลุจตุตถฌาน ไมมีทุกขไมมสุข เพราะละสุขละทุกขและ ีดับโสมนัสโทมนัสกอน ๆ มีอุเบกขาเปนเหตุใหสติบริสทธิ์อยู. ุ
  • 7. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 7 บุพเพนิวาสานุสติญาณ เรานั้น เมื่อจิตเปนสมาธิ บริสุทธิ์ ผุดผอง ไมมีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส ออน ควรแกการงาน ตั้งมั่น ไมหวั่นไหว อยางนี้แลว ไดนอมจิตไปเพื่อบุพเพนิวาสานุสติญาณ เรานั้นยอมระลึกชาติกอนไดเปนอันมาก คือระลึกชาติไดหนึ่งชาติบาง สองชาติบาง สามชาติบาง สี่ชาติบาง หาชาติบางสิบชาติบาง ยี่สิบชาติบาง สามสิบชาติบาง สี่สิบชาติ หาสิบชาติบางรอยชาติบาง พันชาติบาง แสนชาติบาง ตลอดสังวัฏฏกัลปเปนอันมากบาง วาตลอดวิวัฏฏกัลปเปนอันมากบาง ตลอดสังวัฏฏวิวัฏฏกัลปเปนอันมากบาง วาในภพนั้นเราไดมีชื่ออยางนัน มีโคตรอยางนั้น มีผิวพรรณอยางนัน มีอาหาร ้ ้อยางนั้น เสวยสุขทุกขอยางนั้น ๆ มีกําหนดอายุเพียงเทานั้น ครั้นจุตจากภพ ินั้นแลว ไดไปเกิดในภพโนน แมในภพโนนนั้น เราก็ไดมีชื่ออยางนั้นมีโคตรอยางนั้น มีผิวพรรณอยางนั้น มีอาหารอยางนั้น เสวยสุขทุกขอยางนั้น ๆ มีกําหนดอายุเพียงเทานั้น ครั้นจุตจากภพโนนนันแลว ไดมาเกิดใน ิ ้ภพนี้ ยอมระลึกถึงชาติกอนไดเปนอันมาก พรอมทั้งอุเทศ พรอมทั้งอาการดวยประการฉะนี้ พราหมณ วิชชาที่หนึ่งนีแล เราไดบรรลุแลวในปฐมยาม ่แหงราตรี อวิชชา เรากําจัดไดแลว วิชชาเกิดแกการแลว ความมืด เรากําจัดไดแลว แสงสวางเกิดแกเราแลว เหมือนที่เกิดแกบุคคลผูไมประมาทมีความเพียร เผากิเลส สงจิตไปแลวอยูฉะนั้น ความชําแรกออกครั้งที่หนึ่งของเรานี้แล ไดเปนเหมือนการทําลายออกจากกระเปาะฟองแหงลูกไก ฉะนัน. ้ จุตูปปาตญาณ เรานั้น เมื่อจิตเปนสมาธิ บริสุทธิ์ ผุดผอง ไมมีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส ออน ควรแกการงาน ตั้งมั่น ไมหวั่นไหว อยางนี้แลว ไดนอมจิต
  • 8. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 8ไปเพื่อญาณ เครื่องรูจุติและอุปบัติของสัตวทั้งหลาย เรานั้นยอมเล็งเห็นหมูสัตวผูกําลังจุติ กําลังอุปบัติ เลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทรามไดดี ตกยาก ดวยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ลวงจักษุของมนุษย ยอมรูชัดซึ่งหมูสัตวผูเขาถึงตามกรรมวา หมูสัตวผูเกิดเปนอยูเ หลานี้ ประกอบดวยกายทุจริตวจีทุจริต มโนทุจริต ติเตียนพระอริยเจา เปนมิจฉาทิฏฐิ ยึดถือการกระทําดวยอํานาจมิจฉาทิฏฐิ หมูสัตวผูเกิดเปนอยางเหลานัน เบื้องหนาแตแตกกายตายไป ้เขาถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก หรือวาหมูสัตวผูเกิดเปนอยูเหลานี้ ประกอบดวยการสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ไมติเตียนพระอริยเจา เปนสัมมาทิฏฐิยึดถือการกระทําดวยอํานาจสัมมาทิฏฐิ หมูสัตวผูเกิดเปนอยูเหลานั้น เบื้องหนาแตแตกกายตายไป เขาถึงสุคติโลกสวรรค เรายอมเล็งเห็นหมูสัตวผูกาลังจุติ ํกําลังอุปบัติ เลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทราม ไดดี ตกยากดวยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ลวงจักษุของมนุษย ยอมรูชดซึ่งหมูสัตวผูเขาถึงตาม ักรรมดวยประการดังนี้ พราหมณ วิชาที่สองนี้แล เราไดบรรลุแลวในมัชฌิมยามแหงราตรี อวิชชาเรากําจัดไดแลว วิชชาเกิดแกเราแลว ความมืดเรากําจัดไดแลว แสงสวางเกิดแกเราแลว เหมือนที่เกิดแกบุคคลผูไมประมาทมีความเพียรเผากิเลส สงจิตไปแลวอยูฉะนั้น ความชําแรกออกครั้งทีสองของ ่เรานี้แล ไดเปนเหมือนการทําลายออกจากกระเปาะฟองแหงลูกไก ฉะนั้น. อาสวักขยญาณ เรานั้น เมื่อจิตเปนสมาธิ บริสุทธิ์ ผุดผอง ไมมีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส ออน ควรแกการงาน ตั้งมั่น ไมหวั่นไหว อยางนี้แลว ไดนอมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ เรานั้นไดรูชัดตามเปนจริงวา นี้ทุกข ไดรชัดตาม ูเปนจริงวา นี้เหตุใหเกิดทุกข ไดรูชัดตามเปนจริงวา นีความดับทุกข ไดรูชัด ้
  • 9. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 9ตามเปนเปนจริงวา นี้ขอปฏิบัติใหถึงความดับทุกข ไดรูชัดตามเปนจริงวา เหลานี้อาสวะ ไดรูชดตามเปนจริงวา นี้เหตุใหเกิดอาสวะ ไดรูชัดตามเปนจริงวา ันี้ความดับอาสวะ ไดรูชดตามเปนจริงวา นี้ขอปฏิบัติใหถึงความดับอาสวะ ัเมื่อเรานั้นรูอยูอยางนี้ เห็นอยูอยางนี้ จิตไดหลุดพนแลวแมจากกามาสวะ  ไดหลุดพนแลวแมจากภวาสวะ ไดหลุดพนแลวแมจากอวิชชาสวะ เมือจิต ่หลุดพนแลวไดมีญาณหยั่งรูวาหลุดพนแลว ไดรูดวยปญญาอันยิ่งวา ชาติ  สิ้นแลว พรหมจรรยอยูจบแลว กิจที่ควรทําไดทําเสร็จแลว กิจอื่นอีกเพื่อความเปนอยางนี้มิไดมี พราหมณ วิชชาที่สามนี้แล เราไดบรรลุแลวในปจฉิมยามแหงราตรี อวิชชา เรากําจัดไดแลว วิชชาเกิดแกเราแลว ความมืดเรากําจัดไดแลว แสงสวางเกิดแกเราแลว เหมือนที่เกิดแกบุคคลผูไมประมาทมีความเพียรเผากิเลส สงจิตไปแลวอยู ฉะนั้น ความชําแรกออกครั้งที่สามของเรานี้แล ไดเปนเหมือนการทําลายออกจากกระเปาะฟองแหงลูกไก ฉะนัน. ้ เวรัญชพราหมณแสดงตนเปนอุบาสก [๔] เมื่อพระผูมีพระภาคเจาตรัสอยางนี้แลว เวรัญชพราหมณไดทล ูคํานี้แดพระผูมีพระภาคเจาวา ทานพระโคดมเปนผูเจริญที่สุด ทานพระโคดมเปนผูประเสริฐที่สุด ขาแตทานพระโคดม ภาษิตของพระองคแจมแจงนักภาษิตของพระองคไพเราะนัก พระองคทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยายอยางนี้ เปรียบเหมือบุคคลหงายของที่คว่า เปดของที่เปดบอกทางแกคน ํหลงทางหรือสองประทีปในที่มืดดวยตั้งใจวา คนมีจกษุจกเห็นรูปดังนี้ ั ัขาพเจานี้ขอถึงทานพระโคดม พระธรรม และพระสงฆวาเปนสรณะ ขอพระองคจงทรงจําขาพเจาวาเปนอุบาสกผูถึงสรณะตลอดชีวิต จําเดิมแตวันนี้
  • 10. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 10เปนตนไป และขอพระองคพรอมดวยภิกษุสงฆจงทรงรับอาราธนาอยูจําพรรษาที่เมืองเวรัญชาของขาพเจาเถิด. พระผูมีพระภาคเจาทรงรับอาราธนาดวยพระอาการดุษณี ครั้นเวรัญช-พราหมณทราบการรับอาราธนาของพระผูมีพระภาคเจาแลว ไดลุกจากที่นั่งถวายบังคมพระผูมีพระภาคเจา ทําประทักษิณหลีกไป. เมืองเวรัญชาเกิดทุพภิกขภัย [๕] ก็โดยสมัยนั้นแล เมืองเวรัญชา มีภิกษาหารนอย ประชาชนหาเลี้ยงชีพฝดเคือง มีกระดูกคนตายขาวเกลื่อน ตองมีฉลากซื้ออาหารภิกษุสงฆจะยังอัตภาพใหเปนไปดวยการถือบาตรแสวงหา ก็ทําไมไดงาย ครั้งนั้นพวกพอคามาชาวอุตราปถะมีมาประมาณ ๕๐๐ ตัว ไดเขาพักแรมตลอดฤดูฝนในเมืองเวรัชญา พวกเขาไดตกแตงขาวแดงสําหรับภิกษุรูปละแลงไวที่คอกมาเวลาเชาภิกษุทงหลายครองอันตรวาสกแลวถือบาตรจีวรเขาไปบิณฑบาตใน ้ัเมืองเวรัญชา เมื่อไมไดบณฑบาต จึงเที่ยวไปบิณฑบาตที่คอกมา รับขาวแดง ิรูปละแลงนําไปสูอารามแลวลงครกโขลกฉัน สวนทานพระอานนทบดขาวแดงแลงหนึ่งที่ศิลา แลวนอมเขาไปถวายแดพระผูมีพระภาคเจา ๆ เสวยพระกระ-ยาหารที่บดถวายนั้นอยูไดทรงสดับเสียงครกแลว. พระพุทธประเพณี พระตถาคตทั้งหลายทรงทราบอยู ยอมตรัสถามก็มี ทรงทราบอยูยอมไมตรัสถามก็มี ทรงทราบกาลแลวตรัสถาม ทรงทราบกาลแลวไมตรัสถามพระตถาคตทั้งหลายยอมตรัสถามสิ่งที่ประกอบดวยประโยชน ไมตรัสถามสิ่งที่ไมประกอบดวยประโยชน พระตถาคตทั้งหลายทรงจํากัดสิ่งที่ไมประกอบดวย
  • 11. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 11ประโยชนดวยขอปฏิบัติ พระผูมีภาคพุทธเจาทั้งหลายยอมทรงสอบถามภิกษุ ทั้งหลาย ดวยอาการสองอยาง คือ จักทรงแสดงธรรมอยางหนึ่ง จักทรงบัญญัติ-สิขาบทแกพระสาวกทั้งหลายอยางหนึ่ง. ครั้นนั้น พระผูมีพระภาคเจาตรัสถามทานพระอานนทวา อานนทนั่นเสียงครกหรือหนอ จึงทานพระอานนทกราบทูลเนื้อความนั้นใหทรงทราบพระผูมีพระภาคเจาตรัสสรรเสริญวา ดีละ ดีละ อานนท พวกเธอเปนสัตบุรุษชนะวิเศษแลว พวกเพื่อนพรหมจารีชั้นหลังจักดูหมิ่นขาวสาลีและขาวสุกอันระคนดวยเนื้อ. พระมหาโมคคัลลานะเปลงสีหนาท [๖] ครั้งนั้น ทานพระมหาโมคคัลลานะเขาไปเฝาพระผูมีพระภาคเจาถวายบังคมแลวนั่ง ณ ที่ควรสวนขางหนึ่ง ไดกราบทูลคํานี้แดพระผูมีพระ-ภาคเจาวา พระพุทธเจาขา บัดนี้เมืองเวรัญชามีภิกษาหารนอย ประชาชนหาเลี้ยงชีพฝดเคือง มีกระดูกคนตายขาวเกลื่อน ตองมีสลากซื้ออาหารภิกษุสงฆจะยังอัตภาพใหเปนไป ดวยการถือบาตรแสวงหา ก็ทําไมไดงาย พระพุทธเจาขาพื้นเบื้องลางแหงแผนดินผืนใหญนี้ สมบูรณ มีรสอันโอชา เหมือนน้ําผึ้งหวี่ที่ไมมีตัวออนฉะนั้น ขอประทานพระวโรกาส ขาพระพุทธเจาจะพึงพลิกแผนดิน ภิกษุทั้งหลายจักไดฉันงวนดิน พระพุทธเจาขา. พระผูมีพระภาคเจาตรัสถามวา ดูกอนโมคคัลลานะ ก็สัตวผูอาศัยแผนดินเลา เธอจะทําอยางไรแกสัตวเหลานั้น. ม. ขาพระพุทธเจาจักนิรมิตฝามือขาหนึ่งใหเปนดุจแผนดินใหญ ยังสัตวผูอาศัยแผนดินเหลานั้นใหไปอยูในฝามือนั้น จักพลิกแผนดินดวยมืออีกขางหนึ่ง พระพุทธเจาขา.
  • 12. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 12 ภ. อยาเลย โมคคัลลานะ การพลิกแผนดิน เธออยาพอใจเลยสัตวทั้งหลายจะพึงไดรับผลตรงกันขาม. ม. ขอประทานพระวโรกาส ขอภิกษุสงฆทั้งหมดพึงไปบิณฑบาตในอุตรกุรุทวีป พระพุทธเจาขา. ภ. ก็ภิกษุผูไมมีฤทธิ์เลา เธอจักทําอยางไรแกภกษุเหลานั้น ิ ม. ขาพระพุทธเจาเจาจักทําใหภิกษุทงหมดไปได พระพุทธเจาขา. ั้ ภ. อยาเลย โมคคัลลานะ การทีภิกษุสงฆทั้งหมดไปบิณฑบาตถึง ่อุตรกุรุทวีป เธออยาพอใจเลย. เหตุใหพระศาสนาดํารงอยูไมนานและนาน [๗] ครั้งนั้น ทานพระสารีบุตรไปในที่สงัดหลีกเรนอยู ไดมีความปริวิตกแหงจิตเกิดขึ้นอยางนี้วา พระศาสนาของพระผูมีพระภาคพุทธเจาทั้งหลาย พระองคไหนไมดํารงอยูนาน ของพระองคไหนดํารงอยูนาน ดังนี้ครั้นเวลาสายัณหทานออกจากที่เรนแลว เขาไปเฝาพระผูมีพระภาคเจาถวายบังคมนั่ง ณ ที่ควรสวนขางหนึ่งแลวกราบทูลวา พระพุทธเจาขาขาพระพุทธเจาไปในที่สงัดหลีกเรนอยู ณ ตําบลนี้ ไดมีความปริวิตกแหงจิตเกิดขึ้นอยางนีวา พระศาสนาของพระผูมีพระภาคพุทธเจาทั้งหลาย พระองค ้ไหน ไมดํารงอยูนาน ของพระองคไหนดํารงอยูนาน. พระผูมีพระภาคเจาตรัสตอบวา ดูกอนสารีบุตร พระศาสนาของพระผูมีพระภาคเจาพระนามวิปสสี พระนามสิขี และพระนามเวสสภู ไมดํารงอยูนาน ของพระผูมีพระภาคเจาพระนามกกุสันธะ พระนามโกนาคมนะ และพระนามกัสสปะดํารงอยูนาน. 
  • 13. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 13 ส. อะไรเปนเหตุ อะไรเปนปจจัย ใหพระศาสนาของพระผูมีพระ-ภาคเจาพระนามวิปสสี พระนามสิขี และพระนามเวสสภู ไมดํารงอยูนาน พระพุทธเจาขา. ภ. ดูกอนสารีบุตร พระผูมีพระภาคเจาพระนามวิปสสี พระนามสิขี และพระนามเวสสภู ทรงทอพระหฤทัยเพื่อจะทรงแสดงธรรมโดยพิสดารแกสาวกทั้งหลาย อนึ่ง สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ ของพระผูมีพระภาคเจาทั้งสามพระองคนั้นมีนอย สิขาบทก็มิไดทรงบัญญัติ ปาฏิโมกขก็มิไดทรงแสดงแกสาวก เพราะอันตรธานแหงพระผูมีพระภาคพุทธเจาเหลานั้น เพราะอันตรธานแหงสาวกผูตรัสรูตามพระพุทธเจาเหลานั้น สาวกชั้นหลังที่ตางชื่อกัน ตางโคตรกัน ตางชาติกันออกบวชจากตระกูลตางกัน จึงยังพระศาสนานั้นใหอันตรธานโดยฉับพลันดูกอนสารีบุตร ดอกไมตางพรรณที่เขากอบไวบนพื้นกระดาน ยังไมไดรอยดวยดาย ลมยอมกระจาย ขจัด กําจัดซึ่งดอกไมเหลานั้นได ขอนันเพราะเหตุ ้อะไร เพราะเขาไมไดรอยดวยดาย ฉันใด เพราะอันตรธานแหงพระผูมีพระภาคพุทธเจาเหลานั้น เพราะอันตรธานแหงสาวกผูตรัสรูตามพระพุทธเจาเหลานั้น สาวกชั้นหลังที่ตางชื่อกัน ตางโคตรกัน ตางชาติกัน ออกบวชจากตระกูลตางกัน จึงยังพระศาสนานั้นใหอันตรธานโดยฉับพลันฉันนันเหมือนกัน ้เพราะพระผูมพระภาคพุทธเจาเหลานั้น ทรงทอพระหฤทัยเพื่อจะทรงกําหนด ีจิตของสาวกดวยพระหฤทัย แลวทรงสั่งสอนสาวก. ดูกอนสารีบุตร เรื่องเคยมีมาแลว พระผูมีพระภาคอรหันตสัมมา-สัมพุทธเจาพระนามเวสสภู ทรงกําหนดจิตภิกษุสงฆดวยพระหฤทัยแลวทรง สั่งสอน พร่ําสอน ภิกษุสงฆประมาณพันรูป ในไพรสณฑอันนาพึงกลัวแหง
  • 14. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 14หนึ่งวา พวกเธอจงตรึกอยางนี้ อยาไดตรึกอยางนัน จงทําในใจอยางนี้ ้อยาไดทําในใจอยางนัน จงละสวนนี้ จงเขาถึงสวนนี้อยูเถิด ดังนี้ ลําดับนั้นแล ้จิตของภิกษุประมาณพันรูปนั้น อันพระผูมีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจาพระนามเวสสภูทรงสั่งสอนอยูอยางนัน ทรงพร่ําสอนอยูอยางนัน ไดหลุดพน ้ ้แลวจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไมถือมัน ในเพราะความที่ไพรสณฑอันนา ่พึงกลัวนันซิ เปนถิ่นที่นาสยดสยองจึงมีคํานี้วา ผูใดผูหนึ่งซึ่งยังไมปราศจาก ้ราคะเขาไปสูไพรสณฑนั้น โดยมากโลมชาติยอมชูชัน. ดูกอนสารีบุตร อันนี้แลเปนเหตุ อันนี้แลเปนปจจัย ใหพระศาสนาของพระผูมีพระภาคเจาพระนามวิปสสี พระนามสิขี และพระนามเวสสภูไมดํารงอยูนาน. ส. อะไรเปนเหตุ อะไรเปนปจจัย ใหพระศาสนาของพระผูมีพระ-ภาคเจา พระนามกกุสันธะ พระนามโกนาคมนะ และพระนามกัสสปะ ดํารงอยูนาน พระพุทธเจาขา. ภ. ดูกอนสารีบุตร พระผูมีพระภาคเจาพระนามกกุสันธะ พระนามโกนาคมนะ และพระนามกัสสปะ มิไดทรงทอพระหฤทัยเพื่อจะทรงแสดงธรรมโดยพิสดารแกสาวกทั้งหลาย อนึ่ง สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทานอิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ ของพระผูมีพระภาคเจาทั้งสามพระองคนั้นมีมาก สิขาบทก็ทรงบัญญัติ ปาติโมกขก็ทรงแสดงแกสาวกเพราะอันตรธานแหงพระผูมีพระภาคพุทธเจาเหลานั้น เพราะอันตรธานแหง สาวกผูตรัสรูตามพระพุทธเจาเหลานั้น สาวกชั้นหลังทีตางชื่อกัน ตางโคตรกัน ่ตางชาติกัน ออกบวชจากตระกูลตางกัน จึงดํารงพระศาสนานั้นไวไดตลอดระยะกาลยืนนาน ดูกอนสารีบุตร ดอกไมตางพรรณที่เขากองไวบนพื้นกระดาน
  • 15. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 15รอยดีแลวดวยดาย ลมยอมกระจายไมได ขจัดไมได กําจัดไมไดซึ่งดอกไมเหลานั้นขอนันเพราะเหตุไร เพราะเขารอยดีแลวดวยดาย ฉันใด เพราะ ้อันตรธานแหงพระผูมีพระภาคพุทธเจาเหลานั้น เพราะอันตรธานแหงสาวกผูตรัสรูตามพระพุทธเจาเหลานั้น สาวกชันหลังที่ตางชือกัน ตางโคตรกัน ้ ่ตางชาติกัน ออกบวชจากตระกูลตางกัน จึงดํารงพระศาสนานั้นไวไดตลอดระยะกาลยืนนาน ฉันนั้นเหมือนกัน. ดูกอนสารีบุตร อันนี้แลเปนเหตุ อันนี้แลเปนปจจัย ใหพระศาสนาของพระผูมีพระภาคเจาพระนามกกุสันธะ พระนามโกนาคมนะ และพระนามกัสสปะ ดํารงอยูนาน. ปรารภเหตุใหทรงบัญญัติสิกขาบท [๘] ลําดับนั้นแล ทานพระสารีบุตรลุกจากอาสนะ ทําผาอุตราสงคเฉวียงบาขางหนึ่ง ประนมอัญชลี ไปทางพระผูมีพระภาคเจาแลวกราบทูลวาถึงเวลาแลว พระพุทธเจาขา ขาแตพระสุคต ถึงเวลาแลว ที่จะทรงบัญญัติสิกขาบท ที่จะทรงแสดงปาติโมกขแกสาวก อันจะเปนเหตุใหพระศาสนานี้ยั่งยืนดํารงอยูไดนาน  พระผูมีพระภาคเจาตรัสวา จงรอกอน สารีบุตร จงยับยั้งกอนสารีบุตรตถาคตผูเดียวจักรูกาลในกรณียนน พระศาสดายังไมบัญญัติสิกขาบท ยังไม ั้แสดงปาติโมกขแกสาวก ตลอดเวลาที่ธรรมอันเปนที่ตั้งแหงอาสวะบางเหลายังไมปรากฏในสงฆในศาสนานี้ ตอเมื่อใดอาสวัฏฐานิยธรรมบางเหลา ปรากฏในสงฆในศาสนานี้ เมื่อนันพระศาสดาจึงจะบัญญัติสิกขาบท แสดงปาติโมกข ้แกสาวก เพื่อกําจัดอาสวัฏฐานิยธรรมเหลานั้นแหละ อาสวัฏฐานิยธรรม
  • 16. พระวินัยปฎก มหาวิภังค เลม ๑ ภาค ๑ - หนาที่ 16บางเหลายังไมปรากฏในสงฆในศาสนานี้ ตลอดเวลาที่สงฆยังไมถึงความเปนหมูใหญโดยภิกษุผูบวชนาน ตอเมื่อใดสงฆถึงความเปนหมูใหญโดยภิกษุผูบวชนานแลว และอาสวัฏฐานิยธรรมบางเหลายอมปรากฏในสงฆในศาสนานี้ เมื่อนั้นพระศาสดาจึงจะบัญญัติสิกขาบท แสดงปาติโมกขแกสาวก เพื่
  • Similar documents
    View more...
    We Need Your Support
    Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

    Thanks to everyone for your continued support.

    No, Thanks