6. ----------------- ---6

Description
1. คำำนำำ กำรศึกษำพระปริยัติธรรม…

Please download to get full document.

View again

of 546
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Slides

Publish on:

Views: 0 | Pages: 546

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
  • 1. คำำนำำ กำรศึกษำพระปริยัติธรรม ที่จะอำำนวยประโยชน์แก่ผู้ศึกษำเต็มที่ จำำต้องมีหนังสือเครื่องประกอบหลักสูตรครบบริบูรณ์เพรำะหนังสือเครื่องประกอบเท่ำกับดวงประทีปสำำหรับส่องมรรคำให้ผู้ศึกษำมองเห็นแนวทำงได้สะดวกชัดเจน เพรำะฉะนั้น กองตำำรำแห่งมหำมกุฏรำชวิทยำลัย ในพระบรมรำชูปถัมภ์ ซึงมีหน้ำที่จัด ่พิมพ์หนังสือที่เกี่ยวแก่กำรศึกษำพระปริยัติธรรมทุกประเภท จึงได้คิดจัดพิมพ์หนังสือเครื่องอุปกรณ์ทั้งฝ่ำยนักธรรมทั้งฝ่ำยบำลีขึ้น เพื่อให้ผู้ศึกษำได้รับควำมสะดวกในกำรศึกษำ และได้จัดพิมพ์เสร็จไปแล้วหลำยเรื่อง เฉพำะหนังสือธัมมปทัฏฐกถำ ก็นับว่ำเป็นหนังสือสำำคัญเรื่องหนึ่งเพรำะใช้เป็นหลักสูตรเปรียญธรรมประโยค ๓ ผู้ศึกษำบำลีเมื่อเรียนบำลีไวยำกรณ์จบแล้ว ก็เริ่มเรียนหนังสือนี้เป็นลำำดับไป เห็นควรแปลเป็นภำษำไทยให้ตลอดเรื่อง และได้มอบให้พระมหำอู นิสฺสโภ ป. ธ. ๗วัดบวรนิเวศ-วิหำร เป็นผู้รับไปดำำเนินกำร. ท่ำนได้ค้นคว้ำรวบรวมจำกหนังสือต่ำง ๆซึ่งพระเถรำนุเถระได้แปลไว้บ้ำง ขอให้ท่ำนที่เป็นกรรมกำรกองตำำรำช่วยแปลบ้ำง ขอให้ท่ำนที่เป็นเปรียญในสำำนักเดียวและต่ำง
  • 2. สำำนักช่วยแปลบ้ำง. แต่กำรแปลนั้น ได้ขอให้แปลตำมวิธีกำรที่กองตำำรำได้วำงไว้เพื่อให้หนังสือเป็นระเบียบเดียวกัน ไม่ลักลั่น โดยถือหลักว่ำแปลให้ได้ควำมชัด สำำนวนเรียบร้อย ไม่โลดโผนจนเสียหลักของภำษำและแปลเท่ำศัพท์อย่ำงพระกรรมกำรแปลเป็นตัวอย่ำงในสนำมหลวงและแปลเท่ำศัพท์ อย่ำงพระกรรมกำรแปลเป็นตัวอย่ำงในสนำมหลวงถ้ำที่ไหนไม่มีศัพท์ เพิ่มเข้ำใหม่ ก็ทำำเครื่องหมำยวงเล็บ [ ]ไว้ถ้ำที่ไหนบ่งถึงข้อธรรมก็ดี เกี่ยวกับลัทธิธรรมเนียมก็ดี ท่ำนชักควำมมำจำกบำลีหรือคัมภีร์อื่น ๆ ก็ดี ก็ได้ทำำเชิงอรรถบอกไว้ให้ทรำบเพื่อสะดวกแก่ผู้ศึกษำซึ่งสนใจในกำรค้นคว้ำ. กองตำำรำ ฯ ขอแสดงควำมขอบใจท่ำนผู้ช่วยแปลและผู้มีส่วนช่วยให้หนังสือนี้สำำเร็จทุก ๆ ท่ำน และขออุทศส่วนกุศลซึ่ง ิเกิดจำกหนังสือนี้ แต่ท่ำนบุรพูปัธยำจำรย์ผู้บริหำรพระศำสนำสืบ ๆกันมำ. กองตำำ รำมหำกุฏรำชวิทยำลัย๕ เมษำยน ๒๔๘๑
  • 3. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 1 ๑๒. อัตตวรรค วรรณนำ ๑. เรื่องโพธิรำชกุมำร* [ ๑๒๗ ] [ ข้อควำมเบื้องต้น ] พระศำสดำ เมื่อประทับอยู่ในเภสกฬำวัน ทรงปรำรภโพธิ-รำชกุมำร ตรัสพระธรรมเทศนำนี้ว่ำ " อตฺต ำนฺฺเ จ "เป็นต้น. [ โพธิรำชกุมำรสร้ำงปรำสำทแล้วคิดฆ่ำนำยช่ำง] ดังได้สดับมำ โพธิรำชกุมำรนั้น รับสั่งให้สร้ำงปรำสำท ชือ ่โกนนท มีรูปทำงไม่เหมือนปรำสำทอื่น ๆ บนพื้นแผ่นดิน ๑ปำนดั่งลอยอยู่ในอำกำศแล้ว ตรัสถำมนำยช่ำงว่ำ " ปรำสำทที่มีรูปทรงอย่ำงนี้เธอเคยสร้ำงในที่อื่นบ้ำงแล้วหรือ ?, หรือว่ำนี้เป็นศิลปะครั้งแรกของเธอทีเดียว. " เมื่อเขำทูลว่ำ " ข้ำแต่สมมติเทพ นี้เป็นศิลปะครั้งแรกทีเดียว. " ท้ำวเธอทรงดำำริว่ำ " ถ้ำนำยช่ำงผู้นี้จักสร้ำงปรำสำทมีรูปทรงอย่ำงนี้แม้แก่คนอื่นไซร้, ปรำสำทนี้ก็จักไม่น่ำอัศ-จรรย์; กำรที่เรำฆ่ำนำยช่ำงนี้เสีย หรือตัดมือและเท้ำของเขำ หรือควักนัยน์ตำทั้ง ๒ เสีย ควร; เมื่อเป็นเช่นนั้น เขำจักสร้ำงปรำสำทแก่คนอื่นไม่ได้ " ท้ำวเธอตรัสบอกควำมนั้น แก่มำณพน้อยบุตรของสัญชีวก ผู้เป็นสหำยที่รักของตน.
  • 4. * พระมหำอู ป.ธ. ๗ วัดบวรนิเวศวิหำร แปล. ๑. บัวแดง.
  • 5. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 2 [ นำยช่ำงทำำนกครุฑขี่หนีภัย ] มำณพน้อยนั้น คิดว่ำ " พระรำชกุมำรพระองค์นี้จักผลำญนำยช่ำงให้ฉิบหำยอย่ำงไม่ตองสงสัย, คนผู้มีศิลปะเป็นผู้หำ ้ค่ำมิได้,เมื่อเรำยังมีอยู่ เขำจงอย่ำฉิบหำย, เรำจักให้สัญญำแก่เขำ." มำณพน้อยนั้นเข้ำไปหำเขำแล้ว ถำมว่ำ " กำรงำนของท่ำนที่ปรำสำทสำำเร็จแล้วหรือยัง ? " เมื่อเขำบอกว่ำ " สำำเร็จแล้ว, " จึงกล่ำวว่ำ" พระรำชกุมำรมีพระประสงค์จะผลำญท่ำนให้ฉิบหำย, เพรำะฉะนั้น ท่ำนพึงรักษำตน ( ให้ดี ). " นำยช่ำงพูดว่ำ " นำย ท่ำนบอก ( ควำมนั้น ) แก่ข้ำพเจ้ำทำำกรรมอันงำมแล้ว, ข้ำพเจ้ำจักทรำบกิจที่ควรทำำในเรื่องนี้ "ดังนี้แล้วอันพระรำชกุมำรตรัสถำมว่ำ " สหำย กำรงำนของท่ำนที่ปรำสำทของเรำสำำเร็จแล้วหรือ ? " จึงทูลว่ำ " ข้ำแต่สมมติเทพ กำรงำน( ที่ปรำสำท ) ยังไม่สำำเร็จก่อน, ยังเหลืออีกมำก. " รำชกุมำร. ชือว่ำกำรงำนอะไร ? ยังเหลือ. ่ นำยช่ำง. ข้ำแต่สมมติเทพ ข้ำพระองค์จักทูล ( ให้ทรงทรำบ )ภำยหลัง, ขอพระองค์จงตรัสสั่งให้ใคร ๆ ขนไม้มำก่อนเถิด. รำชกุมำร. จะให้ขนไม้ชนิดไหนเล่ำ ? นำยช่ำง. ไม้แห้งหำแก่นมิได้ พระเจ้ำข้ำ.
  • 6. ท่ำวเธอ ได้รับสั่งให้ขนมำให้แล้ว. ลำำดับนั้น นำยช่ำงทูลพระรำชกุมำรนั้นว่ำ " ข้ำแต่สมมติเทพ จำำเดิมแต่นี้ พระองค์ไม่พึงเสด็จมำยังสำำนักของข้ำพระองค์ เพรำะเมื่อข้ำพระองค์ ทำำกำรงำนที่
  • 7. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 3ละเอียดอยู่ เมื่อมีกำรสนทนำกับคนอื่น ควำมฟุ้งซ่ำนก็จะมี,อนึ่งเวลำรับประทำนอำหำร ภรรยำของข้ำพระองค์เท่ำนั้น จักนำำอำหำรมำ. " พระรำชกุมำรทรงรับว่ำ " ดีแล้ว. " ฝ่ำยนำยช่ำงนั่งถำกไม้เหล่ำนั้นอยู่ในห้อง ๆ หนึ่ง ทำำเป็นนกครุฑ ควรที่บุตรภรรยำของตนนั่งภำยในได้ ในเวลำรับประทำนอำหำร สั่งภรรยำว่ำ "หล่อนจงขำยของทุกสิ่งอันมีอยู่ในเรือนแล้ว รับเอำเงินและทองไว้. [ นำยช่ำงพำครอบครัวหนี ] ฝ่ำยพระรำชกุมำร รับสั่งให้ล้อมเรือนไว้ ทรงจัดตั้งกำรรักษำเพื่อประโยชน์จะไม่ให้นำยช่ำงออกไปได้. แม้นำยช่ำง ในเวลำที่นกสำำเร็จแล้ว สั่งภรรยำว่ำ " วันนี้ หล่อนพึงพำเด็ก แม้ทั้งหมดมำรับประทำนอำหำรเช้ำเสร็จแล้ว ให้บุตรและภรรยำนั่งในท้องนกออกทำงหน้ำต่ำงหลบหนีไปแล้ว. นำยช่ำงนั้น เมื่อพวกอำรักขำเหล่ำนั้น ทูลพิไรรำ่ำว่ำ " ขอเดชะสมมติเทพ นำยช่ำงหลบหนีไปได้ " ดังนี้อยู่นั่นแหละ ก็ไปลงที่หิมวันตประเทศ สร้ำงนครขึ้นนครหนึ่ง ได้เป็นพระรำชำ ทรงพระนำมว่ำ กัฏฐำหนะ ในนคร๑นั้น. [ พระศำสดำไม่ทรงเหยียบผ้ำที่ลำดไว้ ]
  • 8. ฝ่ำยพระรำชกุมำร ทรงดำำริว่ำ " เรำจักทำำกำรฉลองปรำสำท "จึงนิมนต์พระศำสดำ ทรงทำำกำรประพรมในปรำสำทด้วยของหอมที่ผสมกัน ๔ อย่ำง ทรงลำดแผ่นผ้ำน้อย ตั้งแต่ธรณีแรก.ได้ยิน๑. ผู้มีทอนไม้เป็นพำหนะ หรือผู้มีพำหนะอันทำำด้วยท่อนไม้. ่
  • 9. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 4ว่ำ ท้ำวเธอไม่มีพระโอรส. เพรำะฉะนั้น จึงทรงดำำริว่ำ "ถ้ำเรำจักได้บุตรหรือธิดำไซร้, พระศำสดำจักทรงเหยียบแผ่นผ้ำน้อยนี้แล้วจึงทรงลำด. ท้ำวเธอ เมื่อพระศำสดำเสด็จมำ ถวำยบังคมพระศำสดำด้วยเบญจำงคประดิษฐ์แล้ว รับบำตร กรำบทูลว่ำ " ขอเชิญพระองค์เสด็จเข้ำไปเถิด พระเจ้ำข้ำ. " พระศำสดำไม่เสด็จเข้ำไป.ท้ำวเธอทรงอ้อนวอนถึง ๒-๓ ครั้ง. พระศำสดำก็ยังไม่เสด็จเข้ำไปทรงแลดูพระอำนนทเถระ. พระเถระทรำบควำมที่ไม่ทรงเหยียบผ้ำทั้งหลำยด้วยสัญญำที่พระองค์ทรงแลดูนั่นเอง จึงทูลให้พระรำชกุมำรเก็บผ้ำทั้งหลำยเสียด้วยคำำว่ำ " พระรำชกุมำร ขอพระองค์จงทรงเก็บผ้ำทั้งหลำยเสียเถิด, พระผู้มีพระภำคจักไม่ทรงเหยียบแผ่นผ้ำ, ( เพรำะ ) พระตถำคตทรงเล็งดูหมูชนผู้เกิดภำยหลัง. " ่ [ พระศำสดำตรัสเหตุที่ไม่ทรงเหยียบผ้ำ ] ท้ำวเธอทรงเก็บผ้ำทั้งหลำยแล้ว ทูลอำรำธนำพระศำสดำให้เสด็จเข้ำไปภำยใน ทรงอังคำสให้อิ่มหนำำด้วยยำคูและของเคี้ยวแล้วประทับนั่งอยู่ ณ ส่วนข้ำงหนึ่ง ถวำยบังคมแล้ว ทูลว่ำ " ข้ำแต่พระองค์ผู้เจริญ
  • 10. หม่อมฉันเป็นอุปัฏฐำกของพระองค์ ถึง ( พระองค์ ) ว่ำเป็นที่พึ่ง ๓ ครั้งแล้ว ( คือ ) นัยว่ำ ข้ำพระองค์อยู่ในท้อง ถึง ( พระองค์ )ว่ำเป็นที่พึ่งครั้งที่ ๑ แม้ครั้งที่ ๒ ในเวลำที่หม่อมฉันเป็นเด็กรุ่นหนุ่ม,แม้ครั้ง
  • 11. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 5ที่ ๓ ในกำลที่หม่อมฉัน ถึงควำมเป็นผู้รู้ดีรู้ชั่ว; พระองค์ไม่ทรงเหยียบแผ่นผ้ำน้อยของหม่อมฉันนั้น เพรำะเหตุอะไร ? " พระศำสดำ. รำชกุมำร ก็พระองค์ทรงดำำริอย่ำงไร? จึงทรงลำดแผ่นผ้ำน้อย. รำชกุมำร. ข้ำแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันคิดดังนี้ว่ำ " ถ้ำเรำจักได้บุตรหรือธิดำไซร้, พระศำสดำจักทรงเหยียบแผ่นผ้ำน้อยของเรำ,แล้วจึงลำดแผ่นผ้ำน้อย. พระศำสดำ. รำชกุกำร เพรำะเหตุนั้น อำตมภำพจึงไม่เหยียบ. รำชกุมำร. ข้ำแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็หม่อมฉันจักไม่ได้บุตรหรือธิดำเลยเทียวหรือ ? พระศำสดำ. อย่ำงนั้น รำชกุมำร. รำชกุมำร. เพรำะเหตุไร ? พระเจ้ำข้ำ. พระศำสดำ. เพรำะควำมที่พระองค์กับพระชำยำเป็นผู้ถึงควำมประมำทแล้วในอัตภำพก่อน. รำชกุมำร. ในกำลไหน ? พระเจ้ำข้ำ. [ บุรพกรรมของโพธิรำชกุมำร ] ลำำดับนั้น พระศำสดำทรงนำำอดีตนิทำน มำแสดงแด่พระรำช-กุมำรนั้น :- ดังได้สดับมำ ในอดีตกำล มนุษย์หลำยร้อยคนแล่นเรือลำำใหญ่ไปสู่สมุทร. เรืออัปปำงในกลำงสมุทร สองภรรยำสำมี คว้ำ
  • 12. ได้แผ่น
  • 13. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 6กระดำนแผ่นหนึ่ง ( อำศัย ) ว่ำยเข้ำไปสู่เกำะน้อยอันมีในระหว่ำง.มนุษย์ที่เหลือทั้งหมดตำยในสมุทรนั้นนั่นแล. ก็หมู่นกเป็นอันมำกอยู่ที่เกำะนั้นแล เขำทั้ง ๒ ไม่เห็นสิ่งอื่นที่ควรกินได้ ถูกควำมหิวครอบงำำแล้ว จังเผำฟองนกทั้งหลำย ที่ถ่ำนเพลิงแล้วเคี้ยวกิน, เมื่อฟองนกเหล่ำนั้น ไม่เพียงพอ, ก็จับลูกนกทั้งหลำยปิ้งกิน, เมื่อลูกนกเหล่ำนั้นไม่เพียงพอ, ก็จับนกทั้งหลำย ( ปิ้ง ) กิน, ในปฐมวัยก็ดีมัชฌิมวัยก็ดีปัจฉิมวัยก็ดี ก็ได้เคี้ยวกินอย่ำงนี้แหละ, แม้ในวัยหนึ่ง ก็มิได้ถึงควำมไม่ประมำท. อนึ่ง บรรดำชน ๒ คนนั้น แม้คนหนึ่งไม่ได้ถึงควำมไม่ประมำท. [ พึงรักษำตนไว้ให้ดในวัยทั้ง ๓ ] ี พระศำสดำ ครั้งทรงแสดงบุรพกรรมนี้ ของโพธิรำชกุมำรนั้นแล้ว ตรัสว่ำ " รำชกุมำร ก็ในกำลนั้น ถ้ำพระองค์กับภรรยำ จักถึงควำมไม่ประมำท แม้ในวัย ๑ ไซร้, บุตรหรือธิดำ พึงเกิดขึ้นแม้ในวัย ๑; ก็ถ้ำบรรดำท่ำนทั้ง ๒ แม้คนหนึ่ง จักได้เป็นผู้ไม่ประมำทแล้วไซร้. บุตรหรือธิดำ จักอำศัยผู้ไม่ประมำทนั้นเกิดขึ้น,รำชกุมำรก็บุคคลเมื่อสำำคัญตนว่ำ เป็นที่รักอยู่ พึงไม่ประมำท รักษำ
  • 14. ตนแม้ในวันทั้ง ๓: เมื่อไม่อำจ ( รักษำ ) ได้อย่ำงนั้น พึงรักษำให้ได้แม้ในวัย ๑ " ดังนี้แล้ว จึงตรัสพระคำถำนี้ว่ำ :- " ถ้ำ บุค คลทรำบตนว่ำ เป็น ที่ร ัก พึง รัก ษำตนนั้น ให้เ ป็น อัน รัก ษำด้ว ยดี, บัณ ฑิต พึง ประคับประคอง ( ตน ) ตลอดยำมทั้ง ๓ ยำมใดยำมหนึ่ง . "
  • 15. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 7 [ แก้อรรถ ] บรรดำบทเหล่ำนั้น ในบทว่ำ ยำม  นี้ พระศำสดำทรงแสดงทำำวัยทั้ง ๓ วัยใดวัยหนึ่งให้ชื่อว่ำ ยำม เพรำะควำมที่พระองค์ทรงเป็นใหญ่ในธรรม และเพรำะควำมที่พระองค์ทรงฉลำดในเทศนำวิธี.เพรำะเหตุนั้น ในพระคำถำนี้ บัณฑิตพึงทรำบเนื้อควำมอย่ำงนี้ว่ำ" ถ้ำบุคคลทรำบตนว่ำ เป็นที่รัก, พึงรักษำตนนั้น ให้เป็นอันรักษำดีแล้ว; คือพึงรักษำตนนั้น โดยประกำรที่ตนเป็นอันรักษำดีแล้ว. " บรรดำชนผู้รักษำตนเหล่ำนั้น ถ้ำผู้เป็นคฤหัสถ์คิดว่ำ จักรักษำตน, ดังนี้แล้ว เข้ำไปสู่ห้องที่เขำปิดไว้ให้เรียบร้อย เป็นผู้มีอำรักขำสมบูรณ์ อยู่บนพื้นปรำสำทชั้นบนก็ดี, ผู้เป็นบรรพชิต อยู่ในถำ้ำอันปิดเรียบร้อย มีประตูและหน้ำต่ำงอันปิดแล้วก็ดี ยังไม่ชื่อว่ำรักษำตนเลย. แต่ผู้เป็นคฤหัสถ์ ทำำบุญทั้งหลำยมีทำนศีลเป็นต้นตำมกำำลังอยู่, หรือผู้เป็นบรรพชิต ถึงควำมขวนขวำยในวัตร ปฏิวัตรปริยัติและกำรทำำไว้ในใจอยู่ ชือว่ำย่อมรักษำตน. ่ บุรุษผู้เป็นบัณฑิต เมื่อไม่อำจ ( ทำำ ) อย่ำงนั้นได้ใน ๓ วัย( ต้อง ) ประคับประคองตนไว้ แม้ในวัยใดวัยหนึ่งก็ได้
  • 16. เหมือนกัน. ก็ ถ้ำผู้เป็นคฤหัสถ์ ไม่อำจทำำกุศลได้ในปฐมวัย เพรำะควำมเป็นผู้หมกมุ่นอยู่ในกำรเล่นไซร้, ในมัชฌิมวัย พึงเป็นผู้ไม่ประมำทบำำเพ็ญกุศล.ถ้ำในมัชฌิมวัย ยังต้องเลี้ยงบุตรและภรรยำ ไม่อำจบำำเพ็ญกุศลได้ไซร้,ในปัจฉิมวัย พึงบำำเพ็ญกุศลให้ได้. ด้วยอำกำรแม้อย่ำงนี้ตนต้องเป็นอันเขำประคับประคองแล้วทีเดียว. แต่เมื่อเขำไม่ทำำอย่ำงนั้นตน
  • 17. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 8ย่อมชื่อว่ำ ไม่เป็นที่รัก. ผู้นั้น ( เท่ำกับ ) ทำำตนนั้น ให้มีอบำยเป็นที่ไปในเบื้องหน้ำทีเดียว. ก็ถ้ำว่ำ บรรพชิต ในปฐมวัย ทำำกำรสำธยำยอยู่ทรงจำำ บอกทำำวัตรและปฏิวัตรอยู่ ชือว่ำถึง ควำมประมำท, ใน ่มัชฌิมวัยพึงเป็นผู้ไม่ประมำท บำำเพ็ญสมณธรรม. อนึ่ง ถ้ำยังสอบถำมอรรถกถำและวินิจฉัย และเหตุแห่งพระปริยัติอันตนเรียนแล้วในปฐมวัยอยู่ ชื่อว่ำ ถึงควำมประมำท ในมัชฌิมวัย.ในปัจฉิมวัย พึงเป็นผู้ไม่ประมำทบำำเพ็ญสมณธรรม. ด้วยอำกำรแม้อย่ำงนี้ ตนย่อมเป็นอันบรรพชิตนั้น ประคับประคองแล้วทีเดียว.แต่เมื่อไม่ทำำอย่ำงนั้น ตนย่อมชื่อว่ำ ไม่เป็นที่รัก, บรรพชิตนั้น ( เท่ำกับ ) ทำำตนนั้นให้เดือดร้อน ด้วยกำรตำมเดือดร้อนในภำยหลังแท้. ในกำลจบเทศนำ โพธิรำชกุมำร ตั้งอยูในโสดำ ่ปัตติผลแล้ว.พระธรรมเทศนำได้สำำเร็จประโยชน์ แม้แก่บริษัทที่ประชุมกันแล้วดังนี้แล. เรื่องโพธิรำชกุมำร จบ.
  • 18. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 9 ๒. เรื่องพระอุปนันทศำกยบุตร * [ ๑๒๘ ] [ ข้อควำมเบื้องต้น ] พระศำสดำ เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรำรภพระอุป-นันทศำกยบุตร ตรัสพระธรรมเทศนำนี้ว่ำ " อตฺต ำนเมวปม  "เป็นต้น. [ พระเถระออกอุบำยหำลำภ ] ดังได้สดับมำ พระเถระนั้น ฉลำดกล่ำวธรรมกถำ.ภิกษุเป็นอันมำก ฟังธรรมกถำอันปฏิสังยุตด้วยควำมเป็นผู้มีควำมปรำรถนำน้อยเป็นต้นของท่ำนแล้ว จึงบูชำท่ำนด้วยจีวรทั้งหลำย สมำทำนธุดงค์. พระอุปนันทะนั้นรูปเดียว รับเอำบริขำรที่ภิกษุเหล่ำนั้นสละแล้ว. เมื่อภำยในกำลฝนหนึ่งใกล้เข้ำมำ พระอุปนันทะนั้นได้ไปสู่ชนบทแล้ว. ลำำดับนั้น ภิกษุหนุ่มและสำมเณรในวิหำรแห่งหนึ่งกล่ำวกะท่ำน ด้วยควำมรักในธรรมกถึงกว่ำ " ท่ำนผู้เจริญขอท่ำนจงเข้ำพรรษำในที่นี้เถิด. " พระอุปนันทะ ถำมว่ำ " ในวิหำรนี้ ได้ผ้ำจำำนำำพรรษำกี่ผืน ? " เมื่อภิกษุเหล่ำนั้น ตอบว่ำ " ได้ผ้ำสำฎกองค์ละผืน " จึงวำงรองเท่ำไว้ในวิหำรนั้น ได้ไปวิหำรอื่น, ถึงวิหำรที่ ๒แล้ว ถำมว่ำ " ในวิหำรนี้ ภิกษุทั้งหลำยได้อะไร ? " เมื่อ
  • 19. พวกภิกษุตอบว่ำ " ได้ผ้ำสำฎก ๒ ผืน, " จึงวำงไม้เท้ำไว้ : ถึงวิหำรที่ ๓ ถำม* พระมหำอุ่น ป. ธ. ๖. วัดพิชัยญำติกำรำม แปล.
  • 20. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 10ว่ำ " ในวิหำรนี้ ภิกษุทั้งหลำยได้อะไร ? " เมื่อพวกภิกษุตอบว่ำ" ได้ผ้ำสำฎก ๓ ผืน, " จึงวำงลักกะจั่นนำ้ำไว้; ถึงวิหำรที่๔ ถำมว่ำ ในวิหำรนี้ ภิกษุทั้งหลำยได้อะไร ? " เมื่อพวกภิกษุตอบว่ำ" ได้ผ้ำสำฎก ๔ ผืน, " จึงกล่ำวว่ำ " ดีละ เรำจักอยู่ในที่นี้ "ดังนี้แล้วเข้ำพรรษำในวิหำรนั้น กล่ำวธรรมกถำแก่คฤหัสถ์และภิกษุทั้งหลำยนั่นแล. คฤหัสถ์และภิกษุทั้งหลำยเหล่ำนั้น บูชำพระอุปนันทะนั้นด้วยผ้ำและจีวรเป็นอันมำทีเดียว. พระอุปนันทะนั้น ออกพรรษำแล้ว ส่งข่ำวไปในวิหำรแม้นอกนี้ว่ำ " เรำควรจะได้ผ้ำจำำนำำพรรษำเพรำะเรำวำงบริขำรไว้, ภิกษุทั้งหลำยจงส่งผ้ำจำำนำำพรรษำนั้นให้เรำ "ให้นำำผ้ำจำำนำำพรรษำทั้งหมดมำแล้ว บรรทุกยำนน้อยขับไป. [ พระอุปนันทะตัดสินข้อพิพำท ] ครั้งนั้นภิกษุหนุ่ม ๒ รูปในวิหำรแห่งหนึ่ง ได้ผ้ำสำฎก ๒ ผืนและผ้ำกัมพลผืนหนึ่ง ไม่อำจจะแบ่งกันได้ว่ำ " ผ้ำสำฎกจงเป็นของท่ำน, ผ้ำกัมพลเป็นของเรำ " นั่งทะเลำะกันอยู่ใกล้หนทำง.ภิกษุหนุ่ม ๒ รูปนั้น เห็นพระเถระนั้นเดินมำ จึงกล่ำวว่ำ " ขอท่ำนจงช่วยแบ่งให้แก่พวกผมเถิด ขอรับ. "
  • 21. เถระ. พวกคุณจงแบ่งกันเองเถิด. ภิกษุ. พวกผมไม่สำมำรถ ขอรับ, ขอท่ำนจงแบ่งให้พวกผมเถิด. เถระ. พวกคุณจักตั้งอยู่ในคำำของเรำหรือ ? ภิกษุ. ขอรับ พวกผมจักตั้งอยู่. พระเถระนั้น กล่ำวว่ำ " ถ้ำกระนั้น ดีละ " ให้ผ้ำสำฎก ๒ ผืน
  • 22. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 11แก่ภิกษุหนุ่ม ๒ รูปนั้นแล้ว กล่ำวว่ำ " ผ้ำกัมพลผืนนี้ จงเป็นผ้ำห่มของเรำผู้กล่ำวธรรมกถำ " ดังนี้แล้ว ก็ถือเอำผ้ำกัมพลมีค่ำมำกหลีกไป. พวกภิกษุหนุมเป็นผู้เดือดร้อน ไปสู่สำำนักพระ ่ศำสดำกรำบทูลเนื้อควำมนั้นแล้ว. [ บุรพกรรมของพระอุปนันทะ ] พระศำสดำ ตรัสว่ำ " ภิกษุทั้งหลำย อุปนันทะนี้ถือเอำของ ๆ พวกเธอ กระทำำให้พวกเธอเดือดร้อนในบัดนี้เท่ำนั้นก็หำมิได้,แม้ในกำลก่อน ก็ได้ทำำแล้วเหมือนกัน " ดังนี้แล้ว ทรงนำำอดีตนิทำนมำ( ตรัส ) ว่ำ :- " ก็ในอดีตกำล นำก ๒ ตัว คือ นำกเที่ยวหำกินตำมริมฝั่ง ๑นำกเที่ยวหำกินทำงนำ้ำลึก ๑ ได้ปลำตะเพียนตัวใหญ่ ถึงควำมทะเลำะกันว่ำ " ศีรษะจงเป็นของเรำ, หำงจงเป็นของท่ำน. " ไม่อำจจะแบ่งกันได้ เห็นสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง จึงกล่ำวว่ำ " ลุง ขอท่ำนจงช่วยแบ่งปลำนี้ให้แก่ข้ำพเจ้ำ. " สุนัขจิ้งจอก. เรำอันพระรำชำตั้งไว้ในตำำแหน่งผู้พิพำกษำ, เรำนั่งในที่วินิจฉัยนั้นนำนแล้ว จึงมำเสียเพื่อต้องกำรเดินเที่ยวเล่น, เดี๋ยว ๑นี้ โอกำสของเรำไม่มี.
  • 23. นำก. ลุง ท่ำนอย่ำทำำอย่ำงนี้เลย, โปรดช่วยแบ่งให้พวกข้ำพเจ้ำเถิด. สุนัขจิ้งจอก. พวกเจ้ำจักตั้งอยู่ในคำำของเรำหรือ ?๑. ชงฺฆวิหำร ศัพท์นี้ แปลว่ำ เดินเที่ยวเล่นหรือพักแข้ง.
  • 24. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 12 นำก. พวกข้ำพเจ้ำจักตั้งอยู่ ลุง. สุนัขจิ้งจอกนั้น กล่ำวว่ำ " ถ้ำเช่นนั้น ดีละ " จึงได้ตดทำำหัวไว้ ัข้ำงหนึ่ง. หำงไว้ข้ำงหนึ่ง; ก็แลครั้นทำำแล้ว จึงกล่ำวว่ำ "พ่อทั้ง ๒บรรดำพวกเจ้ำทั้ง ๒ ตัวใด เที่ยวไปริมฝั่ง, ตัวนั้นจงถือเอำหำง;ตัวใด เที่ยวไปในนำ้ำลึก, ศีรษะจงเป็นของตัวนั้น; ส่วนท่อนกลำงนี้จักเป็นของเรำ ผู้ตั้งอยูในวินิจฉัยธรรม " เมื่อจะให้นำก ่เหล่ำนั้นยินยอม จึงกล่ำวคำถำ นี้ว่ำ :- ๑ " หำงเป็น ของนำก ตัว เที่ย วหำกิน ตำมริมฝั่ง , ศีร ษะเป็น ของนำก ตัว เที่ย วหำกิน ในนำ้ำลึก , ส่ว นท่อ นกลำงนี้ จัก เป็น ของเรำ ผู้ต ั้ง อยู่ ในธรรม "ดังนี้แล้ว คำบเอำท่อนกลำงหลีกไป. แม้นำกทั้ง ๒ นั้นเดือดร้อนได้ยินแลดูสุนัขจิ้งจอกนั้นแล้ว. พระศำสดำ ครั้งทรงแสดงเรื่องอดีตนี้แล้ว ตรัสว่ำ" แม้ในอดีตกำล อุปนันทะนี้ ได้กระทำำพวกเธอให้เดือดร้อนอย่ำงนี้เหมือนกัน " ให้ภิกษุเหล่ำนั้นยินยอมแล้ว เมื่อจะทรงติเตียนพระอุปนันทะจึงตรัสว่ำ " ภิกษุทั้งหลำย ธรรมดำผู้จะสั่งสอนผู้อื่น พึงให้ตนตั้งอยู่
  • 25. ในคุณอันสมควรเสียก่อนทีเดียว " ดังนี้แล้ว ได้ตรัสพระคำถำนี้ว่ำ :- " บัณ ฑิต พึง ตั้ง ตนนั่น แล ในคุณ อัน สมควร ก่อ น, พึง สั่ง สอนผู้อ ื่น ในภำยหลัง จะไม่พ ึง๑. ขุ. ชำ. สตฺตก. ๒๗/๒๖๑. ตทฏฺกถำ. ๕/๑๓๗.
  • 26. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 13 เศร้ำ หมอง. " [ แก้อรรถ ] บรรดำบทเหล่ำนั้น บำทพระคำถำว่ำ ปฏิร ูเ ป นิเวสเย ได้แก่พึงยังตนให้ตงอยู่ในคุณอันสมควร. พระศำสดำตรัสคำำนี้ว่ำ " ั้บุคคลใดประสงค์จะสั่งสอนผู้อื่น ด้วยคุณมีควำมปรำรถนำน้อยเป็นต้น หรือด้วยปฏิปทำของอริยวงศ์เป็นต้น, บุคคลนั้น พึงยังตนนั่นแลให้ตงอยู่ ั้ในคุณนั้นก่อน; ครั้นตั้งตนไว้อย่ำงนั้นแล้ว พึงสั่งสอนผู้อื่นด้วยคุณนั้นในภำยหลัง. ด้วยว่ำบุคคล เมื่อไม่ยังตนให้ตงอยู่ในั้คุณนั้นสอนผู้อื่นอย่ำงเดียวเท่ำนั้น ได้ควำมนินทำจำกผู้อื่นแล้ว ชือ ่ว่ำย่อมเศร้ำหมอง. บุคคลเมื่อยังตนให้ตังอยู่ในคุณนั้นแล้ว สั่งสอนผู้อื่นอยู่ ย่อมได้รับควำมสรรเสริญจำกผู้อื่น; เพรำะฉะนั้น ชื่อว่ำย่อมไม่เศร้ำหมอง. บัณฑิตเมื่อทำำอยู่อย่ำงนี้ ชื่อว่ำไม่พึงเศร้ำหมอง. ในกำลจบเทศนำ ภิกษุ ๒ รูปนั้น ดำำรงอยู่แล้วในโสดำปัตติผล.เทศนำได้เป็นไปกับด้วยประโยชน์แม้แก่มหำชน ดังนี้แล. เรื่องพระอุปนันทศำกยบุตร จบ.
  • 27. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 14 ๓. เรื่องพระปธำนิกติสสเถระ * [ ๑๒๙ ] [ ข้อควำมเบื้องต้น ] พระศำสดำ เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรำรภพระปธำนิกติสสเถระ ตรัสพระธรรมเทศนำนี้ว่ำ " อตฺตำนฺฺเ จ " เป็นต้น. [ พระปธำนิกติสสเถระดีแต่สอนคนอื่น ตนไม่ทำำ ] ดังได้สดับมำ พระเถระนั้น เรียนพระกัมมัฏฐำนในสำำนักของพระศำสดำแล้ว พำภิกษุประมำร ๕๐๐ รูป ไปจำำพรรษำในป่ำกล่ำวสอนว่ำ " ผู้มีอำยุทั้งหลำย พวกท่ำนเรียนพระกัมมัฏฐำนในสำำนัก ของพระพุทธเจ้ำผู้ทรงพระชนม์อยู่, จงเป็นผู้ไม่ประมำททำำสมณธรรมเถิด " ดังนี้แล้ว ตนเองก็ไปนอนหลับ. ภิกษุเหล่ำนั้นจงกรมในปฐมยำมแล้ว เข้ำไปสู่วิหำรในมัชฌิมยำม. พระเถระนั้นไปสู่สำำนักของภิกษุเหล่ำนั้น ในเวลำตนนอนหลับแล้วตื่นขึ้นกล่ำวว่ำ" พวกท่ำนมำ ด้วยหวังว่ำ จักนอนหลับ ดังนี้หรือ ? จงรีบออกไปทำำสมณธรรมเถิด " ดังนี้แล้ว ตนเองก็ไปนอนเหมือนอย่ำงนั้นนั่นแล. พวกภิกษุนอกนี้ จงกรมในภำยนอกในมัชฌิมยำมแล้วเข้ำไปสู่วิหำรในปัจฉิมยำม. พระเถระนั้น ตื่นขึ้นแม้อีกแล้ว ไปสู่สำำนักของ
  • 28. ภิกษุเหล่ำนั้น นำำภิกษุเหล่ำนั้น ออกจำกวิหำรแล้ว ตนเองก็ไปนอนหลับเสียอีก. เมื่อพระเถรนั้นกระทำำอยู่อย่ำงนั้น ตลอดกำลเป็นนิตย์,ภิกษุเหล่ำนั้น ไม่สำมำรถจะทำำกำรสำธยำย หรือพระกัมมัฏฐำนไว้* พระมหำสอน ป. ธ. ๕ วัดบวรนิเวศวิหำร แปล.
  • 29. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 15ในใจได้. จิตได้ถึงควำมฟุ้งซ่ำนแล้ว. ภิกษุเหล่ำนั้น ปรึกษำกันว่ำ" อำจำรย์ของพวกเรำ ปรำรภควำมเพียรเหลือเกิน, พวกเรำจักคอยจับทำน " เมื่อคอยจับอยู่ เห็นกิริยำของพระเถระนั้นแล้วจึงกล่ำวว่ำ " ผู้มีอำยุทั้งหลำย พวกเรำฉิบหำยแล้ว, อำจำรย์ของพวกเรำย่อมร้องเปล่ำ ๆ " บรรดำภิกษุเหล่ำนั้น ลำำบำกอยู่เหลือเกินภิกษุแม้รูปหนึ่ง ไม่สำมำรถจะยังคุณวิเศษให้บังเกิดได้. ภิกษุเหล่ำนั้น ออกพรรษำแล้ว ไปสู่สำำนักของพระศำสดำ มีปฏิสันถำรอันพระศำสดำทรงทำำแล้ว ตรัสถำมว่ำ " ภิกษุทั้งหลำย พวกเธอเป็นผู้ไม่ประมำททำำสมณธรรมหรือ ? " จึงกรำบทูลควำมนั้น. [ เรื่องไก่ขันไม่เป็นเวลำ ] พระศำสดำ ตรัสว่ำ " ภิกษุทั้งหลำย ภิกษุนี้ได้ทำำอันตรำยแก่พวกเธอ ไม่ใช่แต่ในบัดนี้เท่ำนั้น, แม่ในกำลก่อน ภิกษุนั้นก็ได้ทำำอันตรำยแก่พวกเธอเหมือนกัน " อันภิกษุเหล่ำนั้น ทูลอ้อนวอนแล้วจึงทรงยังอกำลรวกุกกฏชำดก ให้พิสดำร ( ควำมย่อ ) ว่ำ :- ๑ " ไก่ต ัว นี้ เติบ โตแล้ว ในสำำ นัก ของผู้ม ิใ ช่มำรดำและ บิด ำ อยู่ใ นสกุล แห่ง ผู้ม ิใ ช่อ ำจำรย์ จึง ไม่ร ู้จัก กำล
  • 30. หรือ มิใ ช่ก ำล "ดังนี้แล้ว ตรัสว่ำ " ภิกษุทั้งหลำย อันธรรมดำภิกษุ เมื่อกล่ำวสอนคนอื่น พึงทำำตนให้เป็นอันทรมำนดีแล้ว, เพรำะบุคคลเมื่อกล่ำวสอนอย่ำงนั้น เป็นผู้ฝึกดีแล้ว ชื่อว่ำย่อมฝึกได้ " แล้วตรัส๑. ขุ. ชำ. เอก. ๒๗/๓๘. ตทฏฺกกถำ. ๒/๓๐๒.
  • 31. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 16พระคำถำนี้ว่ำ :- " พึง บุค คลพรำ่ำ สอนผู้อ ื่น อยู่ฉ ัน ใด , พึง ทำำตน ฉัน นั้น , บุค คลผู้ม ีต นฝึก ดีแ ล้ว หนอ ( จึง )ควรฝึก ( ผู้อ ื่น ), เพรำะว่ำ ได้ย ิน ว่ำ ตนฝึก ฝนได้โดยยำก. " [ แก้อรรถ ] พึงทรำบควำมแห่งพระคำถำนั้นว่ำ :- " ภิกษุกล่ำวแล้วว่ำ พึงจงกรมในปฐมยำมเป็นต้น ชื่อว่ำย่อมกล่ำวสอนผู้อื่นฉันใด. ตนเองก็ฉันนั้น อธิษฐำนกิจมีจงกรมเป็นต้นชื่อว่ำพึงกระทำำตนเหมือนอย่ำงสอนผู้อื่น. เมื่อเป็นเช่นนี้ภิกษุนั้นเป็นผู้มีตนฝึกดีแล้วหนอ ควรฝึก ( บุคคลอื่น ) " ๑ บำทพระคำถำว่ำ สุท นฺโ ต วต ทเมถ ควำมว่ำภิกษุยอมพรำ่ำ ่สอนผู้อื่น ด้วยคุณอันใด. เป็นผู้ฝึกฝนดีแล้วด้วยตน ด้วยคุณอันนั้นควรฝึก ( ผู้อื่น ). บำทพระคำถำว่ำ อตฺต ำ หิ กิร ทุท ฺท โม ควำมว่ำ เพรำะว่ำชื่อว่ำตนนี้ เป็นสภำพอันบุคคลฝึกฝนได้ยำก. เพรำะเหตุนั้นตนนั้นย่อมเป็นสภำพอันบุคคลฝึกฝนดีแล้ว ด้วยประกำรใด, ควรฝึกตนด้วยประกำรนั้น. ในกำลจบเทศนำ ภิกษุแม้ประมำณ ๕๐๐ รูปนั้น
  • 32. บรรลุพระ-อรหัตผลแล้ว ดังนี้แล. เรื่องพระปธำนิกติสสเถระ จบ.๑. ใช้เป็นบทตั้งอีกครั้งหนึ่ง.
  • 33. ประโยค๓ - พระธัมมปทัฏฐกถำแปล ภำค ๖ - หน้ำที่ 17 ๔. เรื่องมำรดำของพระกุมำรกัสสปเถระ * [ ๑๓๐] [ ข้อควำมเบื้องตน ] พระศำสดำ เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรำรภมำรดำของพระกุ
  • Similar documents
    We Need Your Support
    Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

    Thanks to everyone for your continued support.

    No, Thanks