ตอบปัญหาธรรมะรอบชิงชนะเลิศ

Description
1. 85๓ ๐ ด่ก) บบิกูก55ษิ 2. ก5ณีเงี่อบงํา: ฆธะผุทธเจ๋า…

Please download to get full document.

View again

of 27
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Slides

Publish on:

Views: 0 | Pages: 27

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
  • 1. 85๓ ๐ ด่ก) บบิกูก55ษิ
  • 2. ก5ณีเงี่อบงํา: ฆธะผุทธเจ๋า ปรึนืพพานด้วยโรคอะไร? ยั คัยัยั (ฉบบตดสน) พระธรรมปืฎก (ปขุ่ อ' ปยุตุ โต) ยุด 1ธียบพ5:ณุกฮศาสบา จากบ่ณุกอี่-ญิตึ
  • 3. ฮุด |ธียบฌธ:ผุทฮศาสบา จุ๋-ญั: จุ๋จุ๋: ฿ ฿? (ฉบ้บคัคส้น) © พ?ะธ?รมปิฎก (ป' อ. ปยุตุโต) 1$฿ฟิ : 974-85356-4-9 พิมพ์ครึงทิ่ ๑ - กรกฎาคม ๒๕๔๔ - ทุนพิมพัหนืงสีจปิ้นธรรมทาน ภาพปก: พระอภิวืฒน์ นาถวโร _ สี่ พี คั หิ ซ์ บ่ ปี้ พมพท บงี้ พมพสวย จใกต ๒๓/๙-๑๐ ถ คํกิงว้ภษ์ เเขางกลองมหานวุกั้ เฒปีอ๗ราบศัตจู่าย กรุงเทพฯ ๑๐๑๐๐ โทร ๒๘๐-๒๐๗๔-๖ โทรสาร ๖๒๔-๒๒๒๖-๗ ๒,๐๐๐ เล่ม ๒'๐๐๐ เกิ่ม คําชีเเจง (ด"ดตอน) เริ่องทิ่พูดทิ่ดิ้ขียน ซื่งไตัพิมพไนทน้งสึอนิ้ ถือว่าเกิดขึ้นตัวยความจําเปี๋น โดยมึได้ปฑรถนา หิ่ว่าจําเป็น เพฑฌทความของพระฌตตานนุโท เริ่อง ด่พรณุทธเจ้า ปั๊นึพพานด้วยโรคอะไร” ที่มืกู๊พากท็จารณ์เเละได้อ่านได้ฟังกันอบ่างกว้าง ขวางนื้น มึเนี๊อทาที่ก่อใท้เกิดความสีบสน สงสียเคลีอบเเคลงเเละความเข้าใจ คลาดเคลี่อน ตํอพระพุทธเจั้าเเละพระพุทบิศาสนา ริ่งส่งผลกระทบต่อ ประโยซน์ทางจืตใจ เเละทางป๋ญญา ของพุทธศาสนีกชนเเละลังคมส่วนรวม จะ ละเลยทิ้ง วัมืได้ เฌปิ๊ปฑรถนาก็จําเปี๋นตัองรี้เเจงอตั้ายท่าความเข็าใจให้เเจ่ม เเจั้งซ็ดเจนเท่าทึ่จฒ่าได้ . .สํ ที่ว่ามีไตืปฑรถนา เพฑะผื่อขึ้เเจงไขข็อข้องใจต่างๆ ก็ด้องอึางอืงทรึอ พาดพิงกืงตัวบุคคล ชิ่งถ้าฟุ้จําเปี๊นตั้ประสงค์จฆ่า เพี่อความเจริญมื่นคง ของพระพุทธศาสนา เเละเพี่อประโยซน็สุข โดยเฉพาะความเจริญปัญูญาเเก่ ประชาชน ชี่งทุกท่านควรยอมสละตนซ่วยกันส่งเณิม หากค่าขี้เเจงอธิบายนื้เบ็นประโยซน์ ก็ขอให้เปี๋นกุศลร่วมก้นของปวง พุทธศาสน๊กฒ ทืมึนําใจห่วงใยตํอพรณุทธศาสนา พระธรรบปี๋ฎก (ปขุ่ อ. ปยุดุโต) ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๓
  • 4. สารบัญ คําริ้เเจง (ตัดลั๊น) .คึ `. .(๑) กรณีเงือนงํา: พระพุทธเจ๊าปั๊นืพพานด้วยโรคอะไร? .ยุ่.....๑ (ฉบับด้ดลั้น) โบแงํเปืบบักอิชากา5...ด่........ขุ่......ขุ่...ด่.ขุ่.........................๓ ปี้ ปี้ ษิ บ็ภี ษิ ญ์ ญิ ถาขอมูลผด กตความ วจารณ ลันนหุานพลาดไปทมด จุ๊"๔ สั่ ยั ยั คั สี่ ขุ่ ' ก็ยั ฝรงเเมจะเนนขอมูลทเฌนยา กยงพลาดเยอะ . . .`๗ กาจุ๋พพานของพร๓งุทธเจั้า ท่านเล่าไปื่นพระไตฉัฎกมากมา๗ลายเเห่ง .................... .รํ .๙ ปัณิพพานตัวยโรคอะไร หล้กฐานลงก้นย้นกลับ ใท้ด้องสีนน็หุานใทม่ จุ๊ . .. ฮิ. ๑๗ มทาปัณิพพานสูตรมีลักษฒพิเศษเเทัอยู่ทึไทน . .ซี .๒๐ รู้เเล้วยึงม้นใจเเละยิงเลีอมใสว่า ท่านร้กษาพระธรรมวิน๊ย ไว้ก้บพระไตณิฎกได้อย่างอึศจรรย้ ขุ่ขุ่ .งํ `๒๓ ๑' เรีองว'าพรณุทธเจัาป้ณิพพานในฒิอง บั้ใซในสวนบ่า..จุ๊.. . .. ...๒๔ ๒. เรึองว่าในกุสึนาฑฤดูทนาว ต้นสาละใบร่วงทมดเเลัว ................... งํ' ๒๗ นึ่ น่ สั่ ย่ ฟื้ รั ๓. เรองวาพรณุทธเจ้าสุกนงบั้ไหา ตัองถูกทามขนเเครไป..จุ๊ .๓๐ ๔ เรี้องววิพรณุทธเจ้าอวดว'าทรงอยู่ได้ถีงสึนโลก ซี. .. .. ..จู๋..จู๋ขุ่.๓๔ คั้ฒญักตั้ณิญัฒ? ใฝฮู้ริง ร้กความจริง ชิ้อตรงต่อความจริง น้กวิชาการไทยจะสลึงปัญญาให้เเก่ส้งคมไตั ....... .จุ๊ " รํ .รํ รํ ฮิ. . ........ .. ๔๐ กธณีเงี่อบงํา: ฌ5ะพุทธเจัา ปรึนืพพานด้วยโรคอะไร?* ปื (ฉบับตัคส้บ) ขออาราธนาพระเดฒระคุณท่านเจั้าคุณพระธรรมปีฎก ได้ฌตตา ให้ปื่รมโอวาทเเก่ชาวธรรมะร่วมสมัย ใ มื้ ปี้ ยื้ ยั พี ยี่ ถ้ นเบองฒน ขอฒสกจ็เรยนถามเรอณระมโน ฌตุตานนโท ได เขืยนวิพากบีจารณ์พรณุทธเจั้าลงใน พ. บางกอกโพสต์ เเละใน วารสาร ศิลปวัฒนหีม ว่า พระเดชพระคุ งเหึนการกระทํานืเปี่นอย่างไร ขอเครึญพร ขาวธรรมะร่จม มฆัยทุกท'าน ขออ โมทนาทิ่ชาวธรรม ร่วมลมั ซี ๑ สี่“ ลื้สี่ ปี้ . ผุ้ เยยน-ทา ญูทวดน ซงเขาใจวาเ นค ะทบตํอพระพุทธคาลน เเคะประโยชน์สุ องลํวนรวม โดย ะโยชน์ทางธรรมทางปื พุ ร "' คือ งีองท็มึพระ ไตีเเก่ท่านเมตตาน๊นโท รณ์การปั๊น็พพานของพระ ยั ยี่ . ญิ พุทธเจา เลาไฑนมหาปั๊นพพานลูต บทความทีลงพิมฬครังเเรก ตาม ทราบ พระเมตุตานนุโท เขียน คงใน นลพ' ฿อกถูทั้๐กั้ หิ๐อื1 บิบับวันทื ๑๗ พฤษภาคม ๒๐๐๐ เบ็น * ฒมกถา คามคําอาฑฒาชองชาวธรรมะร่วมสม้ย ทึวืดญูาณเวศกวัน ๒๐ ก“คขุ่ ๒๕๔๓
  • 5. ๒ ภาษาคุ้งกฤษ ชี่บีลึ่องว่า “ห๐พ [กอ ฿แยี่ยี่ทอ ๐น๊6ยี่" ต่อมา บทความของผู้เขืยนรูปเดียวกับน๊น เป็ฒาษาไทย ลง พืมพไนน็ตยลารคึลปวัฒนธรรม จบับเตือนกรกฎาคม ๒๕๔๓ ชือธีอง ษิ ญิญิ * วา "พระพุทธเจ็าปรนพพานค้วยโรคอะไร?" ค์าลรุป-สันนิษฐาน-วินิจฉัย ชองท่านเมตตาฯ ในบทความนื มากเเห่ง เป์นชองเเปลกเเก่ชาวพุทธ เเต่ข้อสําคัญอยู่ทึว่ามิ่ความถูก ตัคง รวมทัง "เบินวิชาการ" หรึอไม่ เชน ท่านเมตตาฯ กล่าวว่า สั้ บี ญิซ์ยี่ปี้ |ฟื้ ตื่ ผื่ ปุ๋ค1ามทงหมดของป่าฏหารยทตนสาละคูนอาจเปี๋นเรองราาท ด่อเติมในภาบหลัง แต่อาจขืนยันใดัวําเมิ่อพรฮพุทธเจั้าปี๊น็พพาน โหม่1 นั้น ชาวพุทธยังจตจําใหีว่าเปี๋นกุฮูหนาา หรึอฤฮูใบใม้ร่าง ตอนป่ลาย ชิ่งดืนสาละในป่าสลัตใบร่างหล่นใป่หมดแลัว จ๋ค1ามหลายตอนโนมหาปี๊น็พพานสูดรนี๊ศน้บสนุนตรงก้น บ่ สี่ตื่ ษิ พี ขั้ | บํ คั ๔ ' ตื่ าาสกานททณินพพานจรงนนนาจะเปี๋แหองพกเลกรุ แหงหนงใน เมีองกุสิ่แารามากกวําขี่จะเปืนป่าใมัสาละนอกเมึองนี๊น นิ สี่ บ่ ดี ดี้ :ซี บ่ ด๋กั้ใใมเปิ้นปืว์งํทนใจบีกั้ตปืนปืกิ่ปิ ทโงํปื่ง๊จ่กั้ปีงํทโมีปั๊ป์ฒิม ใข'า พรบีกิกษุญัตดามต้องนีาพระองณิป่รักษาอาการป่รฮ่ช1รซึ่ง เกีดบิ๊นเเบบกะทันหัน โดบข่ายกันทิาเเคร่หามพระองฝึป่หาเเพทย้ โหัร้กษาโนเมิ่องฟื่กหี่สุต พี ผ้ ผ้ ความจรึง กีองน๊บิาผุ้1มากได้ยินมาตังเเตํมีบทความลงใหม่ ๆ เพราะมิ่ผู้หวังตีเอาหนั่งสีอพิมพัมาถวายบ้าง ถ่ายเอกสารมาให้ป้าง นิ ข์ ซี ข์ บ็ยี่ ะยี่ บํ ยี่ลื่ พมพจากอนเทอรเนตมากม ทงทคงใน กิสปวฒนธรรม และทมการ กลําวอ้างใน นคพ.มติชน อาตมาบอกตรง วุ ว่าไม่ค่อยได้เอาใจใส่ บ่ . " ดี พิ . ซึ่ สี่ ยั ญิ อานคราววุ แดตอมากไดยนวาเป็นเรองทเอาไปพูดกนมากทางวทยุ วุ่ ฉื ยี่ ถี่' ยั 'ยํ ผ้ บ่ ' ยั เเละวงการตางวุ จงกลายเปืนเรบิงทวา ถาไมทาใหกระจางแจมแจง มั่ บ่ . ตัณหลงปกใน ใร้คําเเณณีาเรีองว่า -ผีอฒ่จุ๋พพาน พรณุทธเจัาตับบีช์ค้วยโรคอะไร? ๓ กึจะเกิตผลเสืย ประชาชนโดยเจพาะชาวพุทธก็จะเกิตความ ยั ' อี้ คลางแคลงสับตน จึงนบวาเป็นป์ญูหาขนมา ว่าทืจริง ธีองการวีพากบีจารณ์บี พระพุทธคาลนาขคงเราเปิต ปี้ . ปี้ ยี่ ' ' ถ้ ซี ปี้ พั้ ' กวางคยูเเคว เรยกวาชาวพุทธนะใจกวาง บางทใจกวางจนกระทงใม เบิาธีองเคย ทึจริงใจกว้างนีคนละอย่างกับไม่เอาธีอง ถ้าไม่เอาทึคง พี บ่ ธํ ยั บี ฆั ยั ราว คคปลอยปคะละเลย กกคายเบินประมาท พระพุทธเจากตรลไว ถ้'สี่ซี สู่ญิผุ้-' สี่ขุ่วู้ถ้ญิ แคววา เมอมการเหนผดเชาใจผต กคาววาทะททาใหเขาใจผดพคาด บ็ถ้ลื้ ผ้ยัผุ้ ญิ สี่ซียี่ ยี่'ลื้ซึ่ยํยั. กตองชเเจงใหรูเขาใจดามเป็นจรง เมอมเรองทวาน ชงกาลงเเพรขยาย ไปในสังคม กืตัองทีาความเข้าใจกัน การพิจารณาธีองข้คเขืยนนี เพืคความละดวกคาจจะพูดใน ๒ แง่ คือ ในแง่ทีผู้เขียนเปีนพระภิกษุในพระพุทธคาลนาเถรวาท เเละ ในเเง่ทืผุ้เชืยนเเคดงดนเปืนนักวิชาการ ลื้ บ่ ' ญิ เบองด้น ในเเงทึเป้นพระภกษุในพระพุทธคาคนาเถรวาท จะ เว้นไว้ก่คน จะขอพูตเจพาะในเเง่ทืท่านเเลดงตนเปิ้นนั่กจิชาการ ใณอํญักฐิธาก฿ . บํ พิ ะ ฉื ' ยั ซี ปี้ธํ ปี้ ถี่ ในเเงเปี๋นนกวชาการนน เราถอวานกวชาการเปืนผูทาหนาท ให้ปีญูญูาเเก่ญี่น เเละเเก่ถังคม อย่างน้อยกึเเลวงหาความรู้ความ เช๊าใจให้เจรึญปืญญูาเเก่ตนเอง จืงจะตัคงมึความรับผืดชคบ ยี่ง เป็นบุคคลในวงการพุทธคาลนาเอง กืด้องมิ่ความร๊บผิดชคบจย่าง มาก เซ่น ในถื่องชองความถูกตัองเเละความจรึง เพราะถ้าทําให้ เกิดความหลงผิดสื้ข้าใจผิด ก็กคายเป๊นโทษเปิ้นบาป มิ่ผคเปิ้นการ ทําลาย แตํในแง่นีจะยังไม่เเจกเเจงละ เอาเปี๋นว่าโยมรู้กันว่าตัองมื ความภิผิดชอบกืแคัวกัน ทืบึ้ลงไปถืงความเป็นนั่กวิชาการเคย
  • 6. ๔ กําบัอบูลผิต กีตีค3าบ อิจา5ฒ่ สี้บบิษจูาบพลาดใปทบด .สี่ ยั ญิ ะ ญิ ' ส้ ะ ฉื ในเเงทเปิ้นนกวชาการนน พจารณางาย วุได ๒ ชน คอ ยั ๑. ในซันข้อมูล ถ้ ๒ป๋ในซันตึความ วืเคราะน์ วืทู้ย สันนิษฐาน วนจจ์ย เป็นด้น ยั ขุ่ ส้ ซันทึ ๒ คือการวิเคราะน์ ตีความ สันน็ษฐานต่างา นน สืบ ลื่ ะ สี่ ฉื บ ซีถ้ ' บ ๖ ปี้ เนองใปจากชนท ๑' คอเราตองมขอมูลเป้นฐานกอน ขอมูลนนตอง ถูกตัองเฒ่นย้าชั้ดเจนพอ ถ้าข้อมูคผิดพลาดเสึยเเลีว การวืเคราะท์ วีคารณ์ ตีความ สันนิษฐานก็เหลว ผิดหมด ไม่มีความหมาย ยั ' บ่ นี้ ' ยกตวอยางงายวุ เชน เทพูดขนมาประโยคหน็ง หรึอมี ' อี้ ' บ่ นิ มื้ ยํ ปั้ ขาวขนมาวา "มีคนตางประเทคเดนทางมาชอเสื้คห้าร้ยยตว" ทืบี นิ อี้ ขุ่ ' ญิ ดื้ เกดตกฆัโทขนมา ก์กลายเป๋นวาคนตางประเทศเดนทางมาชอเลึค ห้าร้คยตัว คคงกิดดูชิว่าความหมายจะผิดกันอย่างไร ถ้าได้ข้คมูค งี้ ญิ งี ญิ ซ์ญิ ซ์ ณิ ญิญิ ฮั ยี่ นใปผด การตความ วเคราะห วจารณ สันนษฐาน วนคอย ทสึบ สี่ . ะ บี ษิ ขุ่ ' หึ ยื้ซี เนองตอจากนนไปกจะผดหมด เชน กลายเป็นวาเมคงไทยนมเลึค ผุ้ ยั มากมาย ป่าใหญ่เยอะเเยะเหลึอเกิน เเละคนนั่นจะชือเสือไปทาใม ยั ตังห้าร้บิยตัว เกิดเป๊นขําวเเปลกใหม่ คนคงวิจารณ์กนกว้างชวาง ขุ่ บ่ สี่ บ็ .วื บ่ บ่ สี่อ่ ' ยกใหญ เเคในทลุดกไมมอะไร วางเปคา นกหมายความวา การ วีจารณ์บนฐานของข้คมูลทืผิดพคาดจะเหลวไหคหมด ซี ยั ขุ่ สี่ ยั งี้ . ยื้ ถ้ อกดวอยางหนง ถาจะพูดขนมาวา ปีนชาวนาไทยขายขาว ถ้ งี ' คั | ลื้ บ็ปี้ยั | ' ยั ลื้ ซื ' คั ไดเกวยนละถืพน พูดอยางนคนไทยกรูกนวาลีพนน คอ สืพนบาท ' ขุ่ ยั เกิดฝรังมาฟังเข้าใจว่าสีพันดคลคาร์ เอาไปเขื่ยนวํา ปี่น็ ชาวนา ถ้ ปี้ งี ' 0 งี บ่ ลื้ ยี่ ใทยขายขาาไดเกวยนละชีพนเหรยญู อยางนความหมายเปคยน ' ฆั ไปเยอะ เมียวิเคราะหจืจารณ์กึจะกคายเป้นว่า คราวน๊ชาวนาไทย ' ยั คงจะรวยกันใหญ่ เเต่ถ้าชายได้ลึพันบาทก์รวยยากเเน่ อะนั่น การ ปี้ ถ้ | | | วคัยวจารณจืงตัองตังอยู่บนฐานขัอมูลทีถูกตัอง บีเป็นธีองใหญ่ ๕ ปีญหาธีองข้อมูคผิดพลาดนื กึมึทางเกิดขืนไดืหลายอย่าง ๑' อาจจะได้ข้อมูคทืฝึดพลาด ผุ้ 'ญิ 'ยั ยั ญิ ด่ ๒. ชอมูลตั้ผดพคาด เเตตวคนจบเอาใปผด เชน เเปลภาฒ ต๊เป็น เข้าใจภาฑไม่ถูกตัอง หรี่อฟังผิดตับความผิด ซึ่ ดื้บ็ ผุ้ ยี่ งี้ ฉื ยั . สี่ บํ บ่ ดื้ เรองนกคลาย 1 เมอกเหมคนกน อยางเมอ ๖-๗ วนกบินน ยาตมาไปพักกันทึภูเชา กืพยดีถ่าน คือเเบตเตอรีของเคริ่องบันทึก เลียงทีธียกง่าย ๆ ว่าเทปหมด ไม่รู้จะไปเอาทึใหน จืงเดินใปถาม หลวงลุงุวํา ”หลวงลุงมี่ถ่านใส่เทปไหมครับ" หลวงลุงกืมึยบ ท่าน ห้นไปเตียวกืถีอถาดมาใตึบหนึง กืลงสัยว่ายะไรกัน ได้ความว่า ทึ ยั คาตมาพูดวาถ่านใส่เทปมืไหมนั่น หลวงลุงอายุ ๘๗ เเลีา หูท่าน ซักจะหน์ก ใด้ยินเปันว่า มิ่ถาดใค่เทปไหม ท่านนึกว่าอาดมามีม้าน เทปมากเเค้ว จะหาถาดใปใลํ ก์เลยหยีบถาดมาให้ น็กึเพราะไตั ษิ ' ฮั . หึ ปี้ . ปี้ ปี้บ่ บ่ ยนฒ่ถนด ทานจงเชาใจเปีนถาด ถานกบถาดเสึยงใกลกน เเต ถ้ ความหมายไปคนละอย่าง น็ก็ธียกว่าจับข้อมูลไปผิดพลาด ขอยกตัวคย่างอืกหบ่อย ไนธียงภาฑอังกฤษ เพราะบท ซึ้คี่ ปี ยั ปี้ .สี่ ยั ธิ์ ปี้ บี ความนเขยนเ ฒาฑองกฤษ เเมเเตเมอตวศัพทเองถูกตอง คนก ยั้งเข้าใจผีดได้ เม๊อเข้าใจความหมายผิด ก์เเปลผิด เลยกคายเป็น คนละธีองไป เซ่นคําว่า ธีอ|| เมิ่อใช๊เป็น ก0บก กีมิ่ความหมาย ลื้ ' ' . เยคะเเยะ ความหมายพนทืลุดก็คืคการตกหรึคการหลน เเตบางทึกื ขุ่ อู้ ด่ เเปควาปั๊มาณของทึตกลงมา เซ่นปั๊มาฌนาฝ่นทึดกคงมา อืกความหมายหน็ง ซ์อ|| ในเมิ่องอเมรึกาเขาหมายถืงฤตู ใใปี้' ยี่ใ ยั ซี ' ' ' จั บ็ตื่ สี่ บ มรวง ทนองกฤษเรยกวา อบ1แ๓ก เเดเเปลวานาตกกม ชง นยมใซัรูปพหูพจน์เป็น ข์อ||$ หรี้อในทางเทววิทยาของครึสด์ การทื บํ หึ หึ ยื อาคมแคะอวาถูกชาตานเเปลงเป์นงูมาหคอกใพั้นลูกเเอปเปีล ก เคยลูญเลียความเป็นทิพย์ สูญเลียความโปรดปรานจากพระผู้เปิ้น
  • 7. ๖ ปี้ ยั ฮั ดื้ ซื | เจา เเละถูกขบออกใปจากลวนเอเดน คนนเขาเรยกวา 1๒๐ รึอ|| การล่มลลายหรื่อลูญเสึยอ้านาจความยิงใหญ่ของอารย- ธรรมตํางๆ ออ่างธีองกรุงอยุธยาค่ม กรุงเเดก ก็พูดว่า {ก6 ซ์อ|| ๐1 ^ๆแฮกงูอ (หรือ ^งุแ11กองูอ) กรุงเบิเบินล์ล่ม วํา [กอ รํอื|| ๐{ ยั ^1ก๐ก$ กรุงโรมค่มลลาย วํา (ทอ ข์อื1| ๐ซ์ ฟ็๐๓6 อยางบีเป็นตัน น๊เปี๋นตัวบีย่างทืศัพท์เตียวกัน เเต่ม๊ความหมายหลายอย่าง ยี่ ยั ' อี้ ลื้บี ยี่ ยั ผื่ลื้ปี้ ทยกดวอยางชนมาน กเพราะเบินป๋ญหาทตรงกบกรณนดวย ยั เป็นยิ้นว่า ปีญหาในขันข้อมูลมืได้หลายอย่าง เชน ถ้ ยี่ ญิ - ชคมูลทไตึปผดพลาด - กั้บข้อมูลผิดพลาดเอง - เคาช๊อมูลไปน้าเลนอผีดพลาด บ่ลื้ สี่ 'ะ ะ พีลื้ถ้ คั ยั ทุกเเงนเป์นเรองใหญทงนน ในกรณนชอมูลเขาถูกเเควตว เจงล๗ผิดไป หรึคฟ์งความทืญันกล่าวเเลัวน็าไปพูดด้วยต๋านวน ยั ภาษาของดนเคง เเล้วกีพูดใหัคนล์บลนเข้าใจผิดไป เวคาน็เปีน ปีญหาทางวีชาการมากเหมิ่อนกัน บทความทางวิชาการหลายธีคง บ่ ยั หคายกรณี นาเคาข้บิมูคใปเคนอผิตพลาด จุ๋งน็ก็เซ่นเดืยวกัน บางคนเวคาเคาข้อความทีคนจีนพูดไว้ จะบคกว่าเขาพูด ผ้ . ' อย่างน๊น กืใส่เครี้องหมาย อัญประกาศ ("ขุ่..") หรี้อเครีองหมายคา ถ้ ขุ่ สี่ วั่ ซี บ่ 'ส้ ยี่ พูดเขาไป อยางทฝ่รงเรยกวา ฤบ๐รุ่อ เเดขอความภายในเครอง ผ้ ' หมายนั่น กลายเป็นคาพูดทึตัวเองครุปเยา หรีคพูดไปตามลานวน บํ สี่ สี่ ญิ ยํ ' ะ ' คั ยั สี่ ของดวเอง ชงทจรงจะทาอยางนนใมได เพราะถาจะใส่เครอง หมายบี ด้องเป็นข้อความเดืมเเท้ๆ ทิ่เขาพูด คืคเป์นคืาพูดของเขา จริงๆ ไม่ใซ่ตัวเองใปฟ์งเขาเเล้วมาพูดเอาด้ายถ้อยก๋าต๋านวนชบิง ยั ขุ่ ตัวเอง เเค้วบอกว่าเขาพูคอย่างนีโดยใฆ่เครีบิงหมายคาพูดเข้าไป ยี่ ลี้ ยั ยั วู้ ยี่ ญิ สี่ 'ขุ่ ยั เมึงนควรระวงกนใหมาก เปิ้นเรองวชาการทภินาจะพลาดกนเลย ๗ บ่ ผ้ บ่ ลี่องข้อมูลนี เป็นฐานชองการทิ่จะไปตีความ วิเคราะน์ วีจารณ์ สันน็ษฐานทังหมด ถ้าข้อบูลเสึยอย่างทึว่ามา ก์เป็นอ้น วําการวีเคราะหว็จารณ์น๊นใซึ้ม่ใด็ หรึคหมดความหมายใปเคย ฝฮั่งเเบ๋จ:เบ๋บบัอบูลทิ่เเบํบยํา กียังพลากเยอ: ส้ ' ' . ' วู้ ดคนนีมิ่การพูดกนถึงธีองทีวา ทานผู้ทึเขี่ยนงืองบีเป๊นผู้มิ่ การศึกฑ คบจากเมี่คงฝรั่ง ชิ่งบางทิ่คนไทยเรากืมองไปไนเเง่ว่า ถ้าจบการกืกษาจากเมีคงฝรั่งละกึน่าเชี่คน่าฟัง จนกระทั่งกลาย เป๊นวํา เวลาบึ้ก็ชคบอวดตี่กรี่กัน ใด้ตีกรีนี๊นตึกรีบึ้มา ถ้าใด้ตึกรึาาก เมีองฝรั่ง พูดเเลีวน่าเซื้คเปิ้นหลั้กเป็นฐาน ทึ่จรีงเราก็ยอมรู๊บคยู่ว่า ”ฝรั่งเช”ามีวัฒนฐีรรูมทางวีชาการมา ค่คนข้างเเนํนเเฟ้น ชืงมองใดึท์งลคงซัน คี่คท์งซันข้อมูล เเละซัน จืเคราะหวีจารณ์ คนไทยเรามักจะมองข้ามขั้นข้คมูลไปเลีย เเลืวคี่นน๊ยมไนเเง่ การดืความ วืเคราะนื วิจัย จึจารณ์ ว่าเขาเก่ง กืเลยมักจะน็กว่า ถ้าเราทืาการวืเคราะน์ วิจัย วีจารณ์ เเละตีความ ลี่มด้วยการมิ่ เลรีภาพใน'การวิจารณ์เเละตึความนิ่ เราคะเหมีคนฝรั่ง ซักจะโก้ เเตํทีจุริงผ่รังเชาเน้นซัอมูลก่อน ตัองหาซ้อมูลใหัเเม่นยํา เเละพรัอมทึลุคก่อน เราจะเหีนว่าฝรั่งนี่อุตลําห์ข้ามนิ้าข้ามทะเล เดินทาซื้ใปลุดขัวโลกเพึคจะหาข้อมูลน็ดเดืยวให้รู้จรึงเกี่ยวกับนก ชน็ดหนึง วํามันมืฑีตอยู่'อย่างใร เป็นพันป์หนกันเเน่ ด้องเดินทาง บุกป่าฝ่าดงฝ่าอันตรายเพึอไปหาข้คมูลน็ดเดียว เกี่ยวกับฟี่ช เกิ่ยว กับดินฟ้าอากาค เมืบิได้ข้อมูลถียบร้อยจนกระทั่งเเน่ใจเเค้ว เขาจึง จธีลงข้อลรุปเพีอก'ารวิจารณ์ สันนิษฐาน หรึอตึความ คันนี๊เปิ้น ธีองลําศัญู อย่างทืบอกว่า ถ้าข้อมูลผิดพลาดเเล้วมั้นเสึยหมด
  • 8. ๘ ปี้ ขุ่ ตั่ ยี่ขุ่ ซี“ ซี สี่ ซี คั ะ เเมเเดฝรง ทวาม ฒนธรรมทางวชาการทเคาจรงเอาจงตง ' ยั บ่ . เเต่งีองข้อมูลอย่างน็ กีกู่งพลาดเยอะ โดยเ'น๊พาะฝรงเขืย1ตื้ธีอง ถี่ ยั ยั . ลื่ งื สี่ ญิ ' สี่ เกยวกบตะวนออก เชนเรองเมองไทยน ผคพลาดถ้ยอะ เรองพระ พุทบิคาฆนาก์ผิดเยอะ ถัาเราไปเชือฝรังเขียนลี่คงเมิ่องไทยเเละ พุทธคาลนาโดยไม่ตรวจลอบให้ตึ กึจะยุ่ง จะยกตัวอย่างให้ฟ์ง อย่าง พ๐ขํ|บี่ 8๐๐ส์ ธ์ก6งุ6|๐ถ6ย่/อ ทึคงจุ๊เน 0บิ-ผิ0ฒ ชคง ฝร้งขายใปทัวโคก มิ่ชือเสึยงมาก เอาฉบับล่าสุดปี่ ๒๐๐๐ เลย เขียนธีองเมี่องไทยในห้วข้ค โทอขุ่|อี๊กยี่ เเกกึพูดใปา จนถืงธีอง เครึองเเต่งกาย ตอนหน็งลงภาพใหัตูเค็ยดัวย บอกว่าเปีน 1ธอยี่ขุ่1ขุ่๐กอ| โกอธ ๐|๐[กบ่กยู คือเสี้อผ้าเครื่องเเต่งตัวตามประเพณี ของคนใทย หริ่อเปี๋น ๐๐งิ้1บ๓6 ๐ซ์ โกอมึ|ฮืกฮ เลยทืเดืยว เเต่ตูเเลีว ปี้ หึ หื่ บ็ ถาเปนคนในเมคงไทย กคงเป๊นชาวเขา ด่ ยั อืกรายหน็ง |กว็๐ถ9ย่ชั้อ ฉบับ คขุ่ค. ๑๙๙๔ ตอนบื่คาจคะเลก ท์าชายเเลีว เปี๋น 00-ธี0ฒ จําพวก ธีก๐งุ๐|๐ฎ6๗ขุ่อ เหมีอนกัน เขื่ยนเรึองเม๊องใทย เเละเกียวกับพระพุทธคาคนา ก็ลงภาพ ประกอบภาพหน็ง บคกว่า โกสิ่ขุ่|ลกฮ ฿บ๗ยี่กขุ่อื1 โอ๓๐|อื วาเปิ้น ด่ ถ้ วัดพุทธคาคนาขคงใทย เเต่ตูเเล้วเบิ้นคาลพระภูมึ นืเปี๋นอย่างน็ นี๊ก๐งุ๐|๐๐6๗ยั้อ อืกซุดหนึง ตอนบีน็กใม่ออกว่าซุดใหน ลง ภาพจั้ดเเจ้ง เเต่บรรยายภาพวา วัดโพธิ จะดืองขคเวลาตรวคลอบ ถ้ ยั บึ 1 นื ยั ยอนหคงหคายป วาเปนอบบใด ฝรังเขืยนธีองเมี่คงไทย เเกผิดพลาดเยอะ คนใทยควรเเจ้งให้ เเกทราบ ขนาดคนทึพยายามหาข้คมูลให้ซัดเคน กึยั้งพลาด งีจื้ถ้ ปี้ ณิ ' จื้ ฉื ญิ ทนถาขอมูคผดพลาดอยางน เวลาไปตความตันนษฐานคะ เบ็นอย่างใร พูดกืงเลึอผ้าเครี้องเเต่งตัวคนไทยตามประเพณิ เเต ยั กลายเบ็นรูปชาวเชาอย่างน็น คนผู้ชายนคกจากใฆ่กางเกงเเบบ ๙ ชาวเขาเเค้วยังเเถมคะพายยํามอีกด้วย ทึน็ถัามิ่การสันบีษฐานตี ความวิจารณ์ว่าคนไทยมิ่วัฒนธรรมเปีนคย่างไร มีความเจรึญ ระตับใหน เมิ่อข้อมูลผืดอย่างน้นเเสัว พอตึความสันบึษฐาน ก็ย่อม ะพลาดไปหมดใซ่ไหม มันไม่เปิ้นความจรึงใปไตืเลย ในการมองฝร๊ง น่าสังเกตวา พวกเราจ๋านวนมาก เเทนทึจะ ฉื ปี้ปี้ ซี ปี้ ปี้ บ เรยนรูวฒนธรรมทางวชาการชคงเขา เเลวเอามาใชประโยชนไฉัด เฟี่คความเจรึญูปีญญูาเเก่ตนเคง เเละร่วมลร้างเลริมภูมึป๋ญญาให้ เเก่โลก กลั้บจะคอยรอร๊บจากฝรึง เเละเชี่อตามฝรังไปงํายๆ อะไรทื วั่ บีลื่ ปี้ บํ ' ฉื บ ' พื้ ซียี่ ' ปี้ ฝรงพูด กตนเตนยบืมรบยกยองถอดาม ถาคยางน ในกรณทเคาให ฟืงเมื่อกืว่า เคยมึ 6ก๐ๆ๐|๐๐6ยี่ขุ่อ จบั้บหน็งลงรูปวัดเเจิ้ง เเล้วเขียน บรรยายภาพว่าวัดโพธิ ถ้าวันหนึงคนไปกันทีวัดเเจ้ง พอมีคนพูตว่า บ่ ถ้ บ่ เรามาถีงวดเเจ้ง คนทิ่อาน 6ก๐งู๐|๐๐6๗ขุ่ล นั่นมา กีเถืยงว่าไม่ใซ่ ทึ สี่ . .ยั ผุ้ ตื่ ฉื สั่ . บํ ธิ์ บ ฉื สี่ นไมใชวดแวง เคนไชโคค-ปเดยชองฝรงบอกวาวดโพธ ถาชนเชค ฝร๊งกันง่ายๆ ต่อใปคงด้องเปลียนชือวัดเเจ้ง เป๊นวัดโพธิ วู้ ยั วะน้น ลคงอย่างนีด้คงล์มพันธ์กัน ข้อมูลตัองถูกตัยงเเม่นยํา ซัดเานเเละเพียงพอ การวิจัย วีจารณ์ เเละสันบิ้ษฐาน ตีความ ตคคดจนวืบิ้คฉัย จึงจะฟ์งได้ ก็เคยจะซคนืาเข้าลู่ธีองน็ จะขอยกตัวอย่างธีคงข้อมูค การเข้าใคข้คมูล เเละการน็า เลนคซัอมูลทีผ็ดพลาด กา5ปธิบืพพาบบองพ8:พุกปิ๊เจํา ก่าบเล่าใณิบพ$:ใต8ปีฎกบากบายทลายแทํง พออื่มลึ่อง ท่านเมตตาฯ กึเขียนบอกเเหล่งข้อมูลเกี่ยวกับ พุทธปัณิพพานอยํางหนักเเน่น เหมิ่อนกับมืความมันใจเตีมที ตัง ค์าขคงท่านเองว่า
  • 9. ๑0 รายละเอึบดขี่โลกใตัรับทราบเจี่บาก้บการหิน็พพานของ พระหุทธเจั้าขั้งหมดนั้นมาจากเอกสารในพระไตรปิฎกเฟืยงตอน เลียาเท่านั้น คือ มหาณิน๊พพานธูตร ชิ่งเปืนพระสูตรขี่บาาขี่สุด สูดรหนึ่งโนพระไตรปีฎก ชิ่งนบิกจากจะมึลิ๊ลาการพรรฌนาเเตก ต่างใป่จากพระสูดรอึ่นรุ ทั่าใป่แล้ว บั้งบี.ขุ่ขุ่ป่าฏีหารึย์หึน่า อ้คจรรย้ยิ่งกวําตอนใดวุ ในพระใตรปืกูกรามกันทังหมด พี เเต่ปรากฏว่าคํากล'าวของท'านเมตตาฯ จ์างบบบื ผคพลาคตรง ข คั ญิ ฉื งื สี่ มขั้ บ่ คั สั้ ซามกบควาบเปี่นจรงเลยทเคยว เพราะทเเทนน เหตุการฌสําคญทง กุ่ ' ปั้ หมดเกืยวกับพุทธปรบพพาบ ทืเลาไป้นมทาปรนพพานสูครบน ' ' ' นื่ ' ' บ่ บ่รากฏอยูใบพระไครปิฎก เลมอึน ตอนอน เเหงอึนคัวย เพึยงเเต ป่ ' กระจายอยูทลายเเหง เเละทลายตอนกึมึซําๆกันหลายเลมหลายทึ พื่ สี่ ยื้ ญิ ยั บํ อี้ สี่ ถ้สี่ เรองทพูดดรงน ญูาตโยมจะเขาใจชดเจนมากขน เมอรูเรอง | | ย บ่ บ่ พระใดรปิ้ฎกวาทานจดเเบงเเยกประ๓ทอยางใร ในทนจงจะพูด เพิมเดิมเลรีมความรู้เกืยวกับพระไดรปีฎกเลีกน้อย เเต่จะเน้น เบิพาะพระสุตตันตปิฏก พระไตรปี๊ฏก ฒิฎก ๓) น็น ชาวพุทธทราบกันตึวา ไตัเเก่ บํ ลื่ญ์ยี่ ซ์ขื่ ด่ ' ปี้ ปี้ ๖ คมภฌประมวลพุทบิพจน คอคาสังลอนของพระพุทบิเวา พรอมทง ธีองราวเกืยวข้คง ทึถีคเป์นหลั้กเปิ้นมาตรฐานขคงพระพุทบิคาลนา . ขั บ่ พระพุทบิคาลนาเถรวาท ชืงเป๊นพุทธคาคนาเเบบดังเดิมทึยั้ง คงอยู่ มี่พระไดรปิ้ฎกภาฒบาลีเป็นฐานเเละเปิ้นมาตรฐาน พระไตรปิ้ฏกบาลี เเบ่งเปิ้น ๔๕ เล่ม ดัดเป็น ๓ ปิฎก คือ ๑. พระวืน้ยปิฎก (เล่ม๑-ฟ็ = ๘ เล่ม) ๒. พระสุตตันคปิฎก (เล่มหั่๓๓ = ๒๕ เล่ม) เเละ ๓. พระอกึธรรบปิฎก (เลํม๓๔”๔๕ = ๑๒ เล่ม) ยั ธียกเเบบรู้กันสันวุ วํา พระวนั่ย พระลูดร พระอภิธรรม ๑๑ มหาปี๊น็พพานสูดรที่ก๋าสังพูดถืงกันอยู่บึ้ เบ็นพระลูตรหนิ่ง (จึงอยู่ในพระสุตตันตปิฎก) คยู่ในพระไตรปิฎก เล่ม ๑๐ มีความ ยาว ๑๑๑ หน้า (ในจู๋านวน ๓๙๖ หน็าชองเล่ม ๑๐ เเละในจ๋านวน ๒๒`๓๗๙ หน็าขคงท์งหมด ๔๕ เล่ม) พระมูดร คือ พระธรรมเทคนาของพระพุทบิเค้า เเละพระ มหาคาวกบางท่าน ตคฐีดจนธีองราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า เเละคิา ลั่งลอนที่เปีนหลั้กฐานชั้นตันชองพระพุทบิคาลนา พูดอย่างง่ายว่า พระลูตรหนิ่งๆ กีคือ พระบิรรมเทคนาถื่คง หบี่งๆ ชองพระพุทธเจ้า ส่วนนี๊ถีอเป๊นหถัก เนี่องจากพระลูตรเปิ้นพระธรรมเทคนา เเกนขคงอี่คงจืงได้เเก่ พุทธพจน์ คือค์าตร๊ลลอนชองพระองค์ ด้วยเหตุบื้ การรวบรวมเก็สื้รั้กฑพระลูตรทั้งหลาย จึงมู่งใป หาธรรมทึทรงลอนว่า พระลูดรนุ้นว่าด้วยหลั้กธรรมอะไร มึเบือหา ลาระฐ์าลอนวาอย่างไร พิ่วนงืองราวเกียวข้องบอกเพียงว่า ต๋า ลคนน้นตรัลเเก่ใคร เมี่อประท์บยยู่ทิ่ใหน เมื่อการตร๊ลลอนครั้งนั้น จบเเค้ว ”กึเป์บี้ยิ้บี้จบพระลูตร ศวอิ๊ถื่คงราวเหตุการณ์ด่างๆ ทึ่เป้น มาก่อนน้นู หรคทเปีนไปหลั้งคากบุ้น ท่านไม่เถ่าไว้หรึอไม่พูดถืง ดังนั่น”พระลูดรต่างๆ ทิ่เราเหินธียงอยู่ต่อๆ กุ้นไนพระ ลุตตันตปิฎกนู้น เราใปบื่านคะไม่อาจฮู้ด้ว่า พูระลูตรทืจ๊ตธียงไวื ตํอลําดับกันน้น ตรัสในเวลาห่างกันเท่าไร มีธีองราวเหตุการณไน ะหว่างุอย่างวู๊รบั้าง ยิงกว่านั่น พระลูตรต่างวุ ทั้งหคายนั้น ท่านยังมีหถักเกณฑ์ ในการจ้ดหมวดหมู่เเยกประ๓ทไวืตัวย คือ* จ บ่ บ่ กาณบเล่มในด่บั้บพิมพัป้บหน้งลือ ใบทืบืถีอด่ามแบบขยงไทย
  • 10. ๑๒ สี่ซี ยั ปี้ ยี่ ซี ' ๑' พระสูตรทมซนาดยาว จดไวเบ็นทมวดหนง เรยกวา ทืฆนืกาย (วู๊พระไตฒิฎก เล่ม ๙-๑๐-๑๑) สี่ซี บ บ ลื่ ซี บ่ ๒' พระสูตรทมขนาดปานกลาง จดไวเปี๋นหมวดหนง เรยกวา ม้ชณิมนีกาย (=เส่ม ๑๒-๑๓-๑๔) ๓. พระสูตรอย่างลัน ทึจุ้ดรวมกลุ่ม โดยยึดเอาทลักธรรม บุคคล สี่ ซ็ ยั ยั ยั ซึ่ ขุ่ ด่ สี่ ยั ยั ข์ ซี ลถานท เปนตน อนใดอนทนงเป็นจุดรวม เชน เกยวกบขนธ ๕ (เรยก คั ข์ ขื่ ฉั พี วื ฉื ญิ พี ข์ สั้ ลื้ยั ไ” ขนธลังยุตต) เกยวกบภกษุณ (เรยก กกขุนลังยุตต) ฯลฯ ทงทมดนจด ว เปี๋นหมวดทนืงเรี้ยกว่า สังยุตดนืกาย (= เล่ม ๑๕ ถึง ๑๙) ๔ พระสูตรอย'างลัน ทีจั้ดฑมกสุ่มโดยยืดเอาตัวเลชจ่านวนข้อ ฒมเปี๋นจุดปื่ม เซ่น ธฑมข้อเดืยว ฑมไว้เปี๋นทมวด ๑ (เรียก เอก นิบาต) ธกิม ๒ ข้อ รวมไว้เปี่นทมวด ๒ (เรียก ทุกนิบาต) ฯลฯ ทังทมด นืจัดไว้เปีนทมวดทนึงเรึยกว่า งคุตตณิกาย (ลึ เล่ม ๒๐ ถึง ๒๕) ๕ พระสูตรปลีกย่อย ทรีอเรีองฑวเบืดเตลืด นอกเทนือจาก ๔ ถ้ หิ นกายเเรกนน ชิ้งมีลกษฒตางๆ กนหลากหลาย เชน คาถาฒมบท คาถาชาดก พระพุทธอุทาน ฯลฯ) มึ ๑๕ คัมกืร้ย่อย จัตไว้เป็นหมวดทนืง เ พี ' ' * เรึยกวา ขุททกนกาย (๙ เลม = เลม ๒๕ ถึง ๓๓) ' สี่ ญิ มื้ ส้ถ้ สี่ ' งื เทาทคธบายมาตคนน ใดขอสังเกตทควรทราบ ๓ อยาง คอ ก. พระลูตรหลายลูตรทิ่คัดธียงไป็นลําดับต่คกัน เหมี่คนดิด กันน้น อาจตรัคในเวลาห่างกันหคายเดือน หริ่อหคายปี่ ช. พระลูดรหลายลูตร ซิ่งไนเหตุการณ์จรีง ตรัลในเวลา
  • We Need Your Support
    Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

    Thanks to everyone for your continued support.

    No, Thanks