รายงานท ด อาร ไอ ฉบ บท PDF

Description
รายงานท ด อาร ไอ ฉบ บท 113 ม นาคม 2558 ผ สร ป อ ครน ย ขว ญอย บรรณาธ การบร หาร จ รากร ย งไพบ ลย วงศ กองบรรณาธ การ ว ฒนา กาญจนาน จ ออกแบบ wrongdesign สถาบ นว จ ยเพ อการพ ฒนาประเทศไทย (TDRI) ได เผยแพร รายงานท

Please download to get full document.

View again

of 16
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Novels

Publish on:

Views: 3 | Pages: 16

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
รายงานท ด อาร ไอ ฉบ บท 113 ม นาคม 2558 ผ สร ป อ ครน ย ขว ญอย บรรณาธ การบร หาร จ รากร ย งไพบ ลย วงศ กองบรรณาธ การ ว ฒนา กาญจนาน จ ออกแบบ wrongdesign สถาบ นว จ ยเพ อการพ ฒนาประเทศไทย (TDRI) ได เผยแพร รายงานท ด อาร ไอ (ม ช อเด มว า สม ดปกขาวท ด อาร ไอ ) มา ต งแต เด อนส งหาคม 2536 โดยค ดสรร กล นกรองงานว จ ยต างๆ มาน ำเสนออย าง เร ยบง าย เพ อจ ดประกายให เก ดการว พากษ ว จารณ รายงานท ด อาร ไอ ม โอกาสร บใช ส งคม ไทยเป นระยะๆ แบบรายสะดวก อย างไร ก ตามการเปล ยนแปลงทางเศรษฐก จ การเม อง และส งคมในป จจ บ นเป นไปอย าง รวดเร วและซ บซ อนข น รายงานท ด อาร ไอ จ งจะมาพบก บผ อ านเป นรายเด อน ด วย เน อหาท แน นกระช บ และน ำเสนอเร องราว ต างๆ อย างเร ยบง ายแบบเป นม ตรต อความ สนใจใคร ร ของผ อ านท วไป นอกจากน จะม การน ำงานว จ ยจ ำนวน หน งซ งม แนวค ดเก ยวเน องก นมาจ ดท ำเป น รายงานท ด อาร ไอ ฉบ บพ เศษ เป นคร ง คราวด วย ท มา สร ปความจาก Grouping Thailand s schools into four categories ภายใต ความร วมม อระหว างธนาคารโลก (World Bank) และสถาบ นว จ ยเพ อการพ ฒนา ประเทศไทย (Thailand Develop-ment Research Institute: TDRI) โดย ดร.ด ลกะ ล ทธพ พ ฒน ดร.ท ปกร จ ร ฐ ต ก ลช ย (World Bank) ดร.ตร น ช ไพชยนต ว จ ตร นายศ ภณ ฏฐ ศศ ว ฒ ว ฒน และนาย อ ครน ย ขว ญอย (TDRI) 2 รายงานท ด อาร ไอ แนวทางการแก ป ญหา โรงเร ยนขนาดเล ก 1. บทน ำ เก อบทศวรรษท ผ านมา ระบบการศ กษาไทยประสบ ป ญหาในการพ ฒนาในเช งค ณภาพ หย ดและย ำอย ก บท ด วย เหต ผลส ำค ญหลายประการ โรงเร ยน ในฐานะสถาบ นหล ก ในการบ มเพาะการศ กษาข นต น ถ กกล าวหาว าเป นต นเหต ของความด อยประส ทธ ภาพด งกล าว ในขณะท คร ถ ก ว พากษ ว จารณ ว าขาดความสามารถในการพ ฒนาการเร ยน การสอน และไม ม ศ กยภาพในการพ ฒนาท กษะในการค ด ว เคราะห ของน กเร ยนได ด เพ ยงพอ ซ งสะท อนผ านผลการ ทดสอบในระด บชาต อย างคะแนนทดสอบมาตรฐาน O-net (ด จากร ปท 1) และผลการทดสอบในระด บนานาชาต เช น ผล การทดสอบของ The Program for International Student Assessment: PISA หร อ The Trends in International Mathematics and Science Study: TIMSS ซ งเป นการ ทดสอบความร ความสามารถท วไปของน กเร ยนในด านการ ค ดว เคราะห ความร ความเข าใจด านการค ำนวณ และด าน ว ทยาศาสตร โดยประเทศไทยย งม ระด บคะแนนในระด บท ต ำเม อเท ยบก บประเทศหลายประเทศในภ ม ภาคเอเช ย (ด จากร ปท 2) ร ปท 1 คะแนนทดสอบมาตรฐาน O-net ว ชาคณ ตศาสตร ร ปท 2 ผลคะแนนสอบ PISA ว ชาคณ ตศาสตร ป 2555 ของประเทศไทย และประเทศเอเช ย ท มา: สถาบ นทดสอบทางการศ กษาแห งชาต (สทศ.) ท มา: Organization for Economic Co-operation and Development ฉบ บท 113 ม นาคม 2. สถานการณ โรงเร ยนขนาดเล กในประเทศไทย อย างไรก ตาม จากการศ กษาของ Lathapipat (2014) ได ช ให เห นว า สาเหต ส ำค ญประการหน งของป ญหาในระบบ การศ กษาไทย ม เบ องล กมาจากความด อยประส ทธ ภาพใน การจ ดสรรทร พยากรทางการศ กษา และน ำมาส เบ องหล ง ท ท ำให โรงเร ยน และ คร ไม สามารถยกระด บการเร ยน การสอนให ด ข นได โดยภาพแสดงแทนท ช ดเจนท ส ดของการ จ ดสรรทร พยากรอย างไร ประส ทธ ภาพเก ดข นใน โรงเร ยน ขนาดเล ก ซ งจากผลการศ กษาของ Lathapipat ช ช ดว า โรงเร ยนขนาดเล กม ต นท นต อห วในการจ ดการเร ยนการ สอนท ส งกว าโรงเร ยนขนาดใหญ มากไปกว าน น น กเร ยนท ศ กษาอย ในโรงเร ยนขนาดเล ก ย งม แนวโน มท จะม ผลส มฤทธ ทางการศ กษาท ต ำกว าน กเร ยนท ศ กษาอย ในโรงเร ยนขนาด ใหญ อ กด วย ป ญหาของโรงเร ยนขนาดเล กเป นประเด นท ม การถก เถ ยงก นอย างกว างขวางในส งคมไทย ม ท งฝ ายท เห นด วย ก บการย บรวมโรงเร ยนขนาดเล กเพ อเพ มประส ทธ ภาพใน การใช ทร พยากรทางการศ กษา และฝ ายท ค ดค าน อย างไร ก ตาม บทความน จะท ำหน าท ส งเคราะห ผลการศ กษาของ สถาบ นว จ ยเพ อการพ ฒนาประเทศไทย และธนาคารโลก ท น ำมาส บทสร ปของป ญหา และเสนอว ธ การผ าทางต นให ก บโรงเร ยนขนาดเล กโดยประน ประนอม ภายใต เป าหมาย ทางการศ กษาส งส ดของน กเร ยน จากน ยามของส ำน กงานคณะกรรมการการศ กษาข น พ นฐาน (สพฐ.) ได ก ำหนดให โรงเร ยนท ม น กเร ยนน อยกว า 120 คน ถ อว าม สถานะเป น โรงเร ยนขนาดเล ก ซ งจากน ยาม ด งกล าว พบว าม โรงเร ยนขนาดเล กในประเทศไทยมากถ ง 15,224 แห ง จากโรงเร ยนท งหมด 30,977 แห งท วประเทศ หร อค ดเป นร อยละ 50 1 ของโรงเร ยนท งหมด และม แนวโน ม ท โรงเร ยนขนาดเล กจะม จ ำนวนเพ มส งข นในอนาคต ซ งส วน หน งเป นผลมาจากอ ตราการเก ดของประชากรไทยท ลดต ำลง อย างต อเน อง โดยจากสถ ต พบว า ในป 2555 ประชากรไทย ม บ ตรเฉล ยประมาณ 1.6 คน (Pramote and Patama 2012) ซ งลดลงจากป 2536 ท ประชากรจะม บ ตรเฉล ยประมาณ 6 คน จากเหต ผลด งท ได กล าวมาท ำให น กเร ยนในประเทศไทย ม จ ำนวนลดลงตามไปด วย จากเด มท ม มากถ ง 8.8 ล านคนใน ป 2536 เหล อเพ ยง 7.2 ล านคนในป 2556 ผลท ตามมาก ค อ จ ำนวนโรงเร ยนขนาดเล กท ม เพ มข นอย างรวดเร วจากเด ม 10,887 แห งในป 2536 เป น 15,386 แห งในป 2556 ร ปท 3 เป นแผนภาพประมาณการจ ำนวนน กเร ยน และ จ ำนวนโรงเร ยนขนาดเล ก ในป 2557 ถ งป 2577 โดยใช แบบ จ ำลองพยากรณ Enrolment Rate จาก International Futures 2 และใช ข อม ลจ ำนวนประชากรไทยอาย ระหว าง 5-15 ป จาก United Nations Department of Economic and Social Affairs 3 ซ งจากการคาดการณ พบว า ในป 2577 จะม จ ำนวนน กเร ยน ลดลงเหล อเพ ยง 5.6 ล านคน และม จ ำนวนโรงเร ยนขนาด เล กเพ มข นเป น 19,427 แห ง ด วยเหต น ประเทศไทยจ งควร ม มาตรการ หร อแนวทางร บม อก บการเพ มข นของโรงเร ยน ขนาดเล กอย างเป นร ปธรรม เพ อป องก นความส ญเส ยท จะ เก ดข นก บระบบการศ กษาไทยในอนาคต 1 ข อม ลล าส ดป International Futures at the Pardee Center. [Search on 29/08/2014]. URL:http://www.ifs.du.edu/ifs/frm_CountryProfile. aspx?country=th 3 United Nations, Department of Economic and Social Affairs. The World Population Prospects: The 2012 Revision. [Search on 29/08/2014]. URL: 4 รายงานท ด อาร ไอ ร ปท 3 จ านวนน กเร ยน และจ านวนโรงเร ยนขนาดเล กต งแต ป 2536 ถ ง 2577 ท มา: ประมาณการโดยคณะผ ว จ ย 3. ป ญหาใหญ ของโรงเร ยนเล ก โรงเร ยนขนาดเล กส วนใหญ ม กจะประสบป ญหาส ำค ญ อย างน อย 3 ประการ ซ งส งผลท ำให โรงเร ยนในล กษณะด ง กล าวไม สามารถจ ดการเร ยนการสอนให ม ประส ทธ ภาพเท ยบ เท าก บโรงเร ยนท ม ขนาดใหญ กว าได ประการแรก โรงเร ยนขนาดเล กม ต นท นในการ จ ดการเร ยนการสอนต อห วท ส งกว าโรงเร ยนขนาดใหญ ท ำให ร ฐบาลต องใช งบประมาณในจ ำนวนท มากกว า หร อจ ายแพง กว าในการจ ดการเร ยนการสอนในโรงเร ยนขนาดเล ก ประการท สอง ส บเน องมาจากโรงเร ยนแต ละแห ง ได ร บงบประมาณจากร ฐบาลค ดเป นรายห วน กเร ยน ซ งการ จ ดสรรงบประมาณในล กษณะด งกล าวส งผลให โรงเร ยนขนาด เล กท ม น กเร ยนน อยตกอย ในสถานะท เส ยเปร ยบ กล าวค อ ได ร บงบประมาณน อยกว าโรงเร ยนขนาดใหญ และม น กเร ยน มากกว า เป นผลให โรงเร ยนขนาดเล กม ทร พยากรไม เพ ยง พอต อความต องการ ประการท สาม โรงเร ยนขนาดเล กประสบป ญหา ขาดแคลนบ คลากรคร ท ม ความเช ยวชาญเฉพาะทางใน 8 รายว ชา และ/หร อ 6 ระด บช น 4 เน องจากในป จจ บ น ส ำน กงาน คณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน (สพฐ.) ก ำหนดส ดส วน คร ไว ท คร 1 คนต อน กเร ยน 20 คน ซ งส ดส วนด งกล าว ท ำให เก ดป ญหาในการจ ดสรรคร แก โรงเร ยนบางแห งท ม น กเร ยนใน ปร มาณน อย ยกต วอย างเช น โรงเร ยนประถม ท จ ดการสอน ต งแต ระด บช นประถมศ กษาป ท 1 6 และม น กเร ยนศ กษาอย 80 คน หากย ดตามเกณฑ ของ สพฐ. โรงเร ยนแห งน จะได ร บ การจ ดสรรคร เพ ยง 4 คน ซ งไม พอด ก บจ ำนวนช นเร ยนท เป ด สอน ด งน น โรงเร ยนในล กษณะด งกล าวจ งประสบป ญหาคร ไม ครบช นเร ยน และคร ไม ครบท กสาขาว ชา จากสถ ต พบว า ม โรงเร ยนในส งก ด สพฐ. ท ม คร น อยกว า 1 คนต อช นเร ยน มากถ ง 13,623 แห งจาก 31,000 แห ง หร อค ดเป นร อยละ 44 ของโรงเร ยนในส งก ดท งหมด นอกจากน จากงานศ กษาของ Nieto and Ramos (2013) โดยใช แบบจ ำลอง Decomposition Method ใน ประเทศท ม รายได ในระด บปานกลาง (Middle Income 4 การบร การจ ดการโรงเร ยนขนาดเล กเพ อรองร บการปฏ ร ปการศ กษา ในทศวรรษท สอง ส ำน กนโยบายและแผนการศ กษาข นพ นฐาน ส ำน กงาน คณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ การ และ ส ำน กงาน ร บรองมาตรฐานและประเม นค ณภาพการศ กษา (องค กรมหาชน) ฉบ บท 113 ม นาคม 6 รายงานท ด อาร ไอ Country) พบว า ขนาดของโรงเร ยนม ความส มพ นธ ในท ศทาง เด ยวก นก บคะแนน PISA กล าวค อ โรงเร ยนท ม ขนาดเล กจะ ม ผลคะแนน PISA ท ต ำกว าโรงเร ยนท ม ขนาดใหญ ซ งผลการ ศ กษาด งกล าวก สอดคล องก บผลการศ กษาในประเทศไทย ท ท ำการศ กษาโดย Lathapipat (2014) ท ใช เทคน คการ ว เคราะห โดยสมการต นท น (Cost Function) ซ งผลจากการ ศ กษาพบว า โรงเร ยนขนาดใหญ ม ประส ทธ ภาพในการจ ดการ ต นท นมากกว าโรงเร ยนขนาดเล กภายใต เป าหมายความ ส ำเร จทางการศ กษาของน กเร ยนในระด บเด ยวก น 4. แนวทางการแก ไขป ญหา งานศ กษาน เสนอว ธ การแก ป ญหาของโรงเร ยนขนาด เล ก โดยใช แนวทางล กษณะเด ยวก นก บ แก งจ นทร โมเดล ซ งเป นแนวทางในการแก ป ญหาการขาดแคลนทร พยากร ทางการศ กษาของโรงเร ยนขนาดเล กท เคยประสบความ ส ำเร จมาแล ว โดยหล กการส ำค ญของว ธ การน ค อการรวม กล มโรงเร ยนขนาดเล กแต ละแห งท อย ใกล ก นเข าด วยก นใน ล กษณะของการ สร างเคร อข ายโรงเร ยน และใช ทร พยากร ร วมก นภายในเคร อข ายอย างม ประส ทธ ภาพ ส ำหร บ แก งจ นทร โมเดล เป นการรวมต วก นของ โรงเร ยนขนาดเล ก 4 แห งในเขตพ นท จ งหว ดเลย ซ งท กแห ง เป นโรงเร ยนท ม การจ ดการเร ยนการสอนในระด บช นอน บาล ศ กษาจนถ งประถมศ กษาป ท 6 และต งอย ไม ห างไกลก นน ก (ต งอย ห างก นไม เก น 10 ก โลเมตร) โดยในช วงก อนท จะม การรวมกล ม โรงเร ยนเหล าน ประสบป ญหาคร ไม ครบช นเร ยน และม ทร พยากรไม เพ ยงพอในการจ ดบร การทางการศ กษา ซ งท ำให การเร ยนการสอนด ำเน นไปอย างขาดประส ทธ ภาพ ด วยเหต น ผ บร หารของโรงเร ยนท ง 4 แห งจ งเก ดแนวค ด ในการสร างเคร อข ายโรงเร ยนเพ อจ ดสรรทร พยากรทางการ ศ กษาร วมก น เช น งบประมาณ และบ คลากรทางการศ กษ
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks