ว ชาส ขศ กษาและพลศ กษา/ศ ลปะ/การงานอาช พฯ - PDF

Description
ว ชาส ขศ กษาและพลศ กษา/ศ ลปะ/การงานอาช พฯ สถาบ นทดสอบทางการศ กษาแห งชาต (องค การมหาชน) รห สว ชา 06 ว ชาส ขศ กษาและพลศ กษา/ศ ลปะ/การงานอาช พฯ สอบว นอาท ตย ท 21 ก มภาพ นธ พ.ศ สถาบ นทดสอบทางการศ

Please download to get full document.

View again

of 22
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Crafts

Publish on:

Views: 3 | Pages: 22

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
ว ชาส ขศ กษาและพลศ กษา/ศ ลปะ/การงานอาช พฯ สถาบ นทดสอบทางการศ กษาแห งชาต (องค การมหาชน) รห สว ชา 06 ว ชาส ขศ กษาและพลศ กษา/ศ ลปะ/การงานอาช พฯ สอบว นอาท ตย ท 21 ก มภาพ นธ พ.ศ. 2553 144 สถาบ นทดสอบทางการศ กษาแห งชาต (องค การมหาชน) รห สว ชา 06 ว ชา ส ขศ กษาและพลศ กษา/ศ ลปะ/การงานอาช พฯ สอบว นอาท ตย ท 21 ก มภาพ นธ พ.ศ เวลา น. ช อ-นามสก ล เลขท น งสอบ สถานท สอบ ห องสอบ คำอธ บาย 1. ข อสอบม ท งหมด 3 ตอน ( 47 หน า) ตอนท 1 ส ขศ กษาและพลศ กษา : จำนวน 50 ข อ รวม 50 คะแนน ตอนท 2 ศ ลปะ : จำนวน 40 ข อ รวม100 คะแนน ตอนท 3 การงานอาช พฯ : จำนวน 30 ข อ รวม 30 คะแนน 2. ก อนตอบคำถามให เข ยนช อ-นามสก ล เลขท น งสอบ สถานท สอบและห องสอบบนข อสอบ 3. ให ตรวจสอบ ช อ-นามสก ล เลขท น งสอบ รห สว ชาสอบในกระดาษคำตอบว าตรงก บต ว ผ เข าสอบหร อไม กรณ ไม ตรง ให แจ งผ ค มสอบเพ อขอกระดาษคำตอบสำรอง แล วกรอก ข อความหร อระบายให สมบ รณ 4. ในการตอบ ให ใช ด นสอดำเบอร 2B ระบายวงกลมต วเล อกในกระดาษคำตอบให เต มวง (ห ามระบายนอกวง) ถ าต องการเปล ยนต วเล อกใหม ต องลบให สะอาดจนหมดรอยดำแล ว จ งระบายวงกลมต วเล อกใหม 5. ห ามนำข อสอบและกระดาษคำตอบออกจากห องสอบ 6. ไม อน ญาตให ผ เข าสอบออกจากห องสอบ ก อนหมดเวลาสอบ 7. ไม อน ญาตให ผ ค มสอบเป ดอ านข อสอบ ค ม อ เ ต ร ย ม ส อ บ O - N E T ม. 6, G A T / P A T เอกสารน เป นเอกสารสงวนล ขส ทธ ของสถาบ นทดสอบทางการศ กษาแห งชาต (องค การมหาชน) ห ามเผยแพร อ างอ ง หร อเฉลย ก อนได ร บอน ญาต สถาบ นฯ จะย อยทำลายข อสอบและ กระดาษคำตอบท งหมด หล งจากประกาศผลสอบแล ว 3 เด อน ตอนท 1 : ส ขศ กษาและพลศ กษา : จำนวน 50 ข อ รวม 50 คะแนน แบบระบายต วเล อก แต ละข อม คำตอบท ถ กต องท ส ดเพ ยงคำตอบเด ยว จำนวน 50 ข อ ข อละ 1 คะแนน 1. อาการเย อห มสมองอ กเสบส วนมากเก ดจากการต ดเช อไวร สท ทำให เก ดโรคต อไปน ยกเว นข อใด 1. โรคคางท ม 2. โรคปอดบวม 3. โรคอ ส กอ ใส 4. โรคห ด 2. ห น ำหนวกเก ดจากการต ดเช ออะไร 1. เช อรา 2. เช อไวร ส 3. เช อแบคท เร ย 4. เช อไวร สและแบคท เร ย 3. ข อใดเป นประโยชน ของการร จ กตนเองและการยอมร บผ อ น 1. ทำให ม สมาธ เร ยนได คะแนนด 2. ทำให เข าใจความแตกต างระหว างบ คคล 3. ทำให คบเพ อนต างเพศได โดยไม ม ป ญหา 4. ทำให ร จ กใช ความร ความสามารถของตนเองให เป นประโยชน 4. การวางแผนด แลส ขภาพเพ อให ม ส ขภาพด ด วยการร บประทานอาหารครบท กหม และออก กำล งกายด วยการเด น ข อใดจะได ประโยชน มากท ส ด 1. กระด กยาวข น 2. กระด กแข งแรงข น 3. กล ามเน อโตข น 4. เอ นและข อต อแข งแรงข น 5. เม อถ กล วงละเม ดทางเพศควรปร กษาใครเป นอ นด บแรก 1. เพ อนสน ท 2. คร ประจำช น 3. อาจารย แนะแนว 4. ผ ปกครอง 6. ล กษณะใดท บ คคลต องการคบเป นเพ อนมากท ส ด 1. ย มแย มแจ มใส 2. เอ อเฟ อเผ อแผ 3. เอาใจเขามาใส ใจเรา 4. พ ดจาไพเราะ 7. ข อใดเป นค าน ยมท ด ในเร องเพศ 1. ไม ช งส กก อนห าม 2. ม คนร กหลายคน เป นคนม เสน ห 3. การถ กเน อต องต วระหว างชายและหญ งเป นเร องธรรมดา 4. ควรทดลองอย ร วมก นก อนแต งงาน 8. ข อใดไม ใช ว ฒนธรรมไทยเก ยวก บเร องเพศ 1. การด แลบ านเป นหน าท ของสาม และภรรยา 2. ผ ชายท แต งงานแล วต องซ อส ตย ต อภรรยา 3. เป นหญ งต องร กนวลสงวนต ว 4. สาม เป นช างเท าหน า ภรรยาเป นช างเท าหล ง 146 ค ม อ เ ต ร ย ม ส อ บ O - N E T ม. 6, G A T / P A T 9. ข อใดเป นสถานการณ เส ยงต อการม เพศส มพ นธ มากท ส ด 1. เท ยวกลางค นก บเพศตรงข าม 2. การแต งกายย วย ให เก ดอารมณ ทางเพศ 3. ด มของม นเมา 4. การด ส อเก ยวก บเพศส มพ นธ 10. ข อใดไม ใช ค ณสมบ ต ของกล ามเน อ 1. ม การตอบสนองต อส งเร า 2. ม ความสามารถย ดต วและหดต วได 3. ม จำนวนเส นใยคงท 4. ทำหน าท ย ดโครงร างของร างกาย 11. น กว งระยะส น ทำการฝ กซ อมท กว น ร างกายจะพ ฒนาเส นใยกล ามเน อส ใดมากท ส ด 1. ส ขาว 2. ส แดง 3. ส ชมพ 4. ส เหล อง 12. ในขณะเล นก ฬา น กก ฬาใช กล ามเน อชน ดใดมากท ส ด 1. กล ามเน อเร ยบ 2. กล ามเน อลาย 3. กล ามเน อห วใจ 4. กล ามเน อแดง 13. น กก ฬาออกกำล งกายแบบล ก-น ง (Sit-up) เป นประจำจะช วยเพ มสมรรถภาพทางกายของกล าม เน อส วนใด 1. กล ามเน อต นขา 2. กล ามเน อหล ง 3. กล ามเน อคอ 4. กล ามเน อหน าท อง 14. ในการสร างสมรรถภาพทางกายท ด น กเร ยนจะต องปฏ บ ต ตนอย างไร 1. ร บประทานผ กผลไม มาก ๆ 2. ร บประทานเน อส ตว มาก ๆ 3. ออกกำล งกายเป นประจำท กว น 4. พ กผ อนให เพ ยงพอ 15. อ ตราการเต นของห วใจขณะพ กของน กก ฬาว งระยะไกล ควรเป นข อใด คร งต อนาท คร งต อนาท คร งต อนาท คร งต อนาท 16. ศ ลปะป องก นต วชน ดใดท ม ปร ชญาป องก นต วเม อถ กกระทำก อน 1. ย โด 2. ไอค โด 3. เทคว นโด 4. มวย 17. ก ฬาใดท ม การน บคะแนนการแข งข นแตกต างจากก ฬาอ น 1. แบดม นต น 2. วอลเลย บอล 3. เทนน ส 4. เทเบ ลเทนน ส 18. การแข งข นก ฬาย มนาสต ก ประเภทฟลอร เอ กเซอร ไซส ประเภทชายและหญ งม ความแตกต าง ในข อใด 1. ชายใช เวลาแสดงน อยกว าหญ ง ม ดนตร ประกอบ 2. ชายใช เวลาแสดงน อยกว าหญ ง ไม ม ดนตร ประกอบ 3. หญ งใช เวลาแสดงน อยกว าชาย ม ดนตร ประกอบ 4. หญ งใช เวลาแสดงน อยกว าชาย ไม ม ดนตร ประกอบ 19. การแข งข นก ฬาเทนน ส เม อต องแข งข นก นในระบบ ไทเบรก (Tie Break) คะแนนในข อใด ม ผลแพ ชนะ 1. 7 : : : : การแสดงกระบ กระบองม ลำด บข นตอนอย างไร 1. การข นพรหม การถวายบ งคม การรำ การเด นแปลง การต 2. การถวายบ งคม การข นพรหม การรำ การเด นแปลง การต 3. การข นพรหม การรำ การถวายบ งคม การเด นแปลง การต 4. การถวายบ งคม การรำ การข นพรหม การเด นแปลง การต 21. ในการเล นก ฬาวอลเลย บอล ข อใดปฏ บ ต ไม ถ กต อง 1. ผ เล นในท มถ กล กบอลได 3 คร ง 2. ผ เล นคนหน งถ กล กบอลได 2 คร ง ต ดต อก นไม ได 3. ส งล กเร มเล นถ กตาข ายลงในแดนด ให เล นต อไป 4. ผ เล นในท มถ กล กตบใส ศ รษะ ท มน นสามารถเล นล กได อ ก 3 คร ง 22. สมใจแข งข นเซป กตะกร อรายการหน ง ผ ต ดส น ขานล กออก ค แข งข นไม เห นด วยก บการ ขานของผ ต ดส น สมใจเห นว าล กน นด สมใจควรปฏ บ ต อย างไร 1. ไม แสดงความค ดเห น 2. บอก ค แข งข นว าล กออก 3. บอก ผ ต ดส นว าล กออก 4. บอก ผ ต ดส นว าล กด 23. ในการเป นผ ชมก ฬาย มนาสต กท ด ข อใดไม ควรปฏ บ ต มากท ส ด 1. ไปถ งสนามหล งการแข งข น 2. ล กเด นไป-มา ในขณะม การแข งข น 3. นำอาหาร และเคร องด ม เข าไปในบร เวณน งชม 4. ปรบม อแสดงความย นด ก บน กก ฬาท กำล งแสดง 24. ข อใดเป นส ทธ ในการปฏ บ ต งานของล กจ างตามพระราชบ ญญ ต ค มครองแรงงาน 1. ล กจ างท ทำงานล วงเวลาต องม เวลาพ กจากงานปกต ไม น อยกว า 20 นาท 2. ล กจ างต องม เวลาพ กจากการทำงานปกต ไม น อยกว า 2 ช วโมงต อว น 3. ล กจ างท ทำงานซ งม ความเส ยงส งให ม เวลาทำงานปกต ว นละ 6 ช วโมง 4. ล กจ างต องม ว นหย ดประจำส ปดาห อย างน อย 2 ว น 25. ข อใดเป นการป องก นป ญหาจากมลพ ษทางขยะท ด ท ส ด 1. ม การกำจ ดขยะโดยการฝ งกลบ 2. จ ดการแยกขยะก อนนำไปทำลาย 3. สร างโรงงานเผาขยะท ม ประส ทธ ภาพ 4. ท กคนช วยก นลดการใช พลาสต ก 26. ข อใดจ ดเป นโรคต ดต ออ นตรายระหว างประเทศท พบการระบาดข นอ กหล งจากหย ดการ ระบาดไประยะหน ง 1. ไข หว ดนก 2. ไข ทรพ ษ 3. โรคซารส 4. กาฬโรคปอด 148 ค ม อ เ ต ร ย ม ส อ บ O - N E T ม. 6, G A T / P A T 27. ข อใดเป นอาการท บ งบอกว าน กเร ยนกำล งประสบก บป ญหาความเคร ยด 1. เหง อออกมาก ห วใจเต นเร ว หายใจหอบ 2. นอนก ดฟ น ไม ม สมาธ เบ ออาหาร 3. ท องเส ย ปวดเม อยเน อต ว ม อส น 4. นอนกรน ใจส น เหน อยง าย 28. ข อใดจ ดว าเป นก จกรรมน นทนาการ 1. วาดร ปยามว างไว ขาย 2. ออกกำล งกายเพ อลดความอ วน 3. ไปด การแข งข นฟ ตบอลหล งเล กเร ยน 4. ฝ กห ดว ายน ำเพ อต องการไปเท ยวชายทะเล 29. ป จจ ยท สำค ญท ส ดของการม ภ ม ต านทานโรคของร างกาย 1. ย น 2. อาหาร 3. การพ กผ อน 4. การออกกำล งกาย 30. ข อใดเป นองค ประกอบของร างกาย (Body composition) ท ม มากท ส ด 1. น ำในร างกาย 2. กล ามเน อ 3. ไขม น 4. กระด ก 31. หากม ผ มาขอคำแนะนำเร องว ธ การเล อกหมวกก นน อกท ถ กต อง น กเร ยนจะแนะนำอย างไร 1. เล อกหมวกท ม ส สดใส ม สายร ดใต คาง 2. เล อกหมวกท ม น ำหน กเบา ขนาดใหญ กว าศ รษะเล กน อย 3. เล อกหมวกท ม กระจกก นลมด านหน า ม ท ระบายอากาศ 4. เล อกหมวกท ด านในบ ด วยโฟมอย างด ม ลวดลายเห นช ด 32. เหต ใดการใช กระบวนการทางประชาส งคมจ งทำให ช มชนเข มแข ง 1. เพราะชาวบ านส วนใหญ สามารถสร างว ธ การพ งพาตนเอง 2. เพราะคนในหม บ านจำนวนมากรวมกล มก นทำงานให ช มชน 3. เพราะเจ าหน าท ม ความม นใจในศ กยภาพการทำงานของชาวบ าน 4. เพราะประชาชนท กภาคส วนม ความร วมม อก นในการแก ป ญหาของช มชน 33. ข อใดเป น ค าน ยม ท อาจเป นสาเหต ให เก ดความร นแรงในส งคม 1. การให ความสำค ญก บผ ท แสดงความร นแรงท เด นช ดในส งคม 2. การเพ กเฉยไม ใส ใจก บเร องราวความร นแรงท เก ดข นในส งคม 3. การไม ให ความสำค ญก บการเป นคนด ม ค ณธรรม จร ยธรรม 4. การยอมร บการกระทำร นแรงของคนด งในส งคม 34. สารเสพต ดประเภทใดท จ ดเป นกล มเด ยวก บ ยาไอซ 1. ก ญชา มอร ฟ น เฮโรอ น 2. ยาบ า แอลเอสด แอมเฟตาม น 3. โคเคน แอลเอสด เหล าแห ง 4. เอกซ ตาซ ฝ น แอมเฟตาม น 35. หากน กเร ยนช วยคนข นมาจากการจมน ำส งท ต องปฏ บ ต เป นอ นด บแรก ค อข อใด 1. เขย าต วพร อมเร ยกผ ป วย 2. นำน ำออกจากปอดของผ ป วยให หมด 3. การปลดส งท ร ดตร งร างกาย เช น เข มข ด 4. ตะแคงหน าใกล จม กผ ป วยเพ อส งเกตการหายใจ 149 จงอ านข อเข ยนต อไปน และเล อกคำตอบท ด ท ส ดสำหร บคำถาม ข อท น ดเร ยนอย ช นม ธยมศ กษาป ท 5 เป นคนสวย ม เพ อนชายมาชอบเธอหลายคน เธอม กไม ปฏ เสธเม อม เพ อนชายชวนไปเท ยวกลางค น ในท ส ดเธอม ความส มพ นธ ทาง เพศก บเพ อนชายจนม อาการแพ ท อง ด วยความกล มใจน ดจ งนำเร องไปปร กษาเพ อน ชาย ซ งเพ อนชายแนะนำให ไปทำแท ง ผลส ดท ายน ดไปทำแท งแต ต องเส ยช ว ตด วย อาการตกเล อด 36. ข อใดเป นเหต ผลของการท น ดม เพ อนชายมาชอบหลายคน 1. น ดเป นคนสวย 2. ม มน ษย ส มพ นธ ด 3. ชอบเท ยวกลางค น 4. ไม ปฏ
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks