Journal of Administration and Development, Mahasarakham University Volume ๔ Number ๒ may August 20๑๒ - PDF

Description
การเปร ยบเท ยบผลการเร ยนร กล มสาระการงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 5 ระหว างการจ ดก จกรรมการเร ยนร แบบซ ปปา ก บ การจ ดก จกรรมการเร ยนร ด วยกล มร วมม อแบบ LT Comparisons of Learning Outcomes of Prathomsueksa

Please download to get full document.

View again

of 15
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Kids & Toys

Publish on:

Views: 2 | Pages: 15

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
การเปร ยบเท ยบผลการเร ยนร กล มสาระการงานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 5 ระหว างการจ ดก จกรรมการเร ยนร แบบซ ปปา ก บ การจ ดก จกรรมการเร ยนร ด วยกล มร วมม อแบบ LT Comparisons of Learning Outcomes of Prathomsueksa 5 Students between Using Organization of CIPPA Learning Model and LT Technique Cooperative Learning in Career Working and Technology Strand ว ชราภรณ ร นโพธ สาน, น ราศ จ นทรจ ตร, พ ฒนาน สรณ สถาพรวงศ Watcharaporn Rinposan, Nirat Jantharajit, Pattananusorn Sathapornwong บทค ดย อ การว จ ยคร งน ม ความม งหมายเพ อ (1) พ ฒนาแผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร แบบซ ปปาและ แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร ด วยกล มร วมม อแบบ LT เร อง เทคโนโลย สารสนเทศ กล มสาระการ งานอาช พและเทคโนโลย ช นประถมศ กษาป ท 5 ท ม ประส ทธ ภาพตามเกณฑ 80/80 (2) หาด ชน ประส ทธ ผลของแผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร แบบซ ปปา และแผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร ด วย กล มร วมม อแบบ LT เร อง เทคโนโลย สารสนเทศ (3) เปร ยบเท ยบผลส มฤทธ ทางการเร ยน และ ความสามารถในการค ดว เคราะห ของน กเร ยนช นประถมศ กษาป ท 5 ระหว างการจ ดก จกรรมการ เร ยนร แบบซ ปปาก บการจ ดก จกรรมการเร ยนร ด วยกล มร วมม อแบบ LT และ (4) ศ กษาความพ ง พอใจในการเร ยนของน กเร ยนช นประถมศ กษาป ท 5 ท ม ต อการ จ ดก จกรรมการเร ยนร ท งสองร ป แบบ กล มต วอย าง ได แก น กเร ยนช นประถมศ กษาป ท 5 ห อง 5/1 และ 5/2 โรงเร ยนอน บาลว ศ ษฐ อำ นวยศ ลป อำ เภอบ งกาฬ สำ น กงานเขตพ นท การศ กษาหนองคาย เขต 3 ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2552 จำ นวน 2 ห อง ๆ ละ 30 คน ซ งได มาโดยการส มแบบกล ม (Cluster Random Sampling) และจ บสลากได น กเร ยนช นประถมศ กษาป ท 5/1 และ 5/2 เป นกล มทดลองจ ดก จกรรมการเร ยนร แบบซ ปปา และจ ดก จกรรมการเร ยนร ด วยกล มร วมม อแบบ LT ตามลำ ด บ เคร องม อท ใช ในการ ว จ ย ได แก (1) แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร แบบซ ปปาและแผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร ด วย กล มร วมม อแบบ LT จำ นวนร ปแบบละ 8 แผน รวมเวลา 16 ช วโมง (2) แบบทดสอบว ดผลส มฤทธ ทางการเร ยนชน ดปรน ยเล อกตอบ 4 ต วเล อก จำ นวน 30 ข อ (3) แบบทดสอบ ว ดความสามารถ 1 น ส ตระด บปร ญญาโท สาขาว ชาหล กส ตรและการสอน คณะศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยมหาสารคาม 2 ผ ช วยศาสตราจารย ดร. คณะศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยมหาสารคาม 3 ผ ช วยศาสตราจารย ดร. คณะศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยมหาสารคาม 1 M.Ed. Candidate in curriculum and Instruction, Faculty of Education, Mahasarakham University 2 Assistant ProFessor Dr., Faculty of Education, Mahasarakham University 3 Assistant ProFessor Dr., Faculty of Education, Mahasarakham University 120 วารสารการบร หารและพ ฒนา มหาว ทยาล ยมหาสารคาม ป ท ๔ ฉบ บท ๒ พฤษภาคม - ส งหาคม พ.ศ.255๕ การค ดว เคราะห ชน ดปรน ยเล อกตอบ 4 ต วเล อก จำ นวน 25 ข อ และ (4) แบบว ดความพ งพอใจ ในการเร ยน เป นแบบมาตราส วนประมาณค า 5 ระด บ จำ นวน 20 ข อ และทดสอบสมม ต ฐานใช Independent Samples t-test ผลการว จ ยปรากฏ ด งน 1. แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร แบบซ ปปา และแผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร ด วยกล มร วม ม อแบบ LT เร อง เทคโนโลย สารสนเทศ ช นประถมศ กษาป ท 5 ม ประส ทธ ภาพเท าก บ 85.71/82.78 และ 84.81/81.44 ตามลำ ด บ 2. แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร แบบซ ปปา และแผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร ด วยกล มร วม ม อแบบ LT เร อง เทคโนโลย สารสนเทศ ช นประถมศ กษาป ท 5 ม ค าด ชน ประส ทธ ผลเท าก บ และ แสดงว าน กเร ยนม ความก าวหน าทางการเร ยนค ดเป นร อยละ และ ตาม ลำ ด บ 3. น กเร ยนช นประถมศ กษาป ท 5 กล มท ได ร บการจ ดก จกรรมการเร ยนร แบบซ ปปา และกล ม ท ได ร บการจ ดก จกรรมการเร ยนร ด วยกล มร วมม อแบบ LT ม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนและ ความ สามารถในการค ดว เคราะห หล งเร ยน ไม แตกต างก น 4. น กเร ยนกล มท ได ร บการจ ดก จกรรมการเร ยนร แบบซ ปปา และกล มท ได ร บการจ ดก จกรรม การเร ยนร ด วยกล มร วมม อแบบ LT ม ความพ งพอใจต อการเร ยนโดยรวมอย ในระด บมากท ส ด และ ระด บมาก ตามลำ ด บ คำาสำาค ญ : การจ ดก จกรรมการเร ยนร แบบซ ปปา, การจ ดก จกรรมการเร ยนร ด วยกล มร วมม อแบบ LT, ผลส มฤทธ ทางการเร ยน, ความสามารถในการค ดว เคราะห, ความพ งพอใจต อการเร ยน ABSTRACT The purposes of this study were (1) to find out efficiencies and an effectiveness indices of the plans for organization of CIPPA model and cooperative learning with LT technique entitled information technology in career working and technology strands ; (2) to compare learning achievement, and analytical thinking of Prathomsueksa 5 students between using both of learning approaches ; (3) to find out the students satisfaction toward learning of CIPPA model and LT technique cooperative learning. The sample used in this study consisted of 60 Prathomsueksa 5 students attending Amnuaywisit Kindergarten school in Buengkarn district, Nhongkai Province in the first semester of the academic year 2009, obtained using the cluster random sampling technique. They were divided into two experimental groups by assigned group of 30 students from Amnuaywisit Kindergarten school and random assignment the students group of 5/1 for CIPPA learning model and group of 5/2 for LT technique cooperative learning. Two types of the instruments used for the study were the instrument use a for the experiment comprised 2 types of plans 121 for organization of learning : plans for organization of CIPPA model and LT technique cooperative learning, 8 plans each, for 2 hours per plan ; and 2 types of the instruments used for collecting data comprised of a 30-item achievement test ; a 20-item of analytical thinking test ; and a 20-item scale on satisfaction in each of learning organization. The statistics used for analyzing data were percentage, mean, standard deviation, and t-test (independent samples). The results of the study were as follows : 1. The plans for organization of CIPPA model and LT technique cooperative learning entitled information technology had efficiencies (E1/E2) of 85.71/82.78 and 84.81/81.44 respectively. 2. The plans for organization of CIPPA model and LT technique cooperative learning had the effectiveness indexes of and ; indicating that these students progressed their learning at and percent respectively. 3. The students who learned using the method of organization of CIPPA model and LT technique cooperative learning had not show different learning achievement and analytical thinking. 4. The students who learned using learning organization of CIPPA model and LT technique cooperative learning had satisfaction with both of learning approaches at the highest and a high levels respectively. Keywords: Organization of CIPPA model, Cooperative learning with LT technique, Learning achievement, Analytical thinking ability, Satisfaction toward learning บทนำา ความเจร ญก าวหน าทางด านว ทยา การและ เทคโนโลย การส อสาร ม ผลต อการเปล ยนแปลง ทางส งคมและเศรษฐก จของประเทศ รวมท ง ป ญหาและความท นสม ยด านต าง ๆ ตามมา อย างกว างขวาง ด งน น จะเห นได ว าเทคโนโลย สารสนเทศม อ ทธ พลต อการพ ฒนาส งคมอย าง มาก โดยเฉพาะช วยเพ มประส ทธ ภาพในการ ผล ต การบร หารจ ดการ ตลอดจนการส งเสร ม ค ณภาพการเร ยนร ท วโลกจ งพยายามใช ประโยชน จากเทคโนโลย สารสนเทศอย างกว างขวางเพ อ พ ฒนาค ณภาพช ว ตของประชาชนในส งคม 122 (สำ น กงานเลขาน การคณะกรรมการเทคโนโลย สารสนเทศแห งชาต : 7-8) พระราชบ ญญ ต การศ กษาแห งชาต พ.ศ ได กำ หนดสาระ สำ ค ญไว ว า การจ ดการศ กษาต องย ดหล กว าผ เร ยนท กคนม ความสามารถเร ยนร และพ ฒนา ตนเองได และถ อว าผ เร ยนม ความสำ ค ญท ส ด กระบวนการจ ดการศ กษาต องส งเสร มให ผ เร ยน ม ความ สามารถพ ฒนาตามธรรมชาต และเต ม ตามศ กยภาพ เพ อให ม ความร ความสามารถ และท กษะในการผล ต รวมท งการใช เทคโนโลย ท เหมาะสมและม ค ณภาพ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและ วารสารการบร หารและพ ฒนา มหาว ทยาล ยมหาสารคาม ป ท ๔ ฉบ บท ๒ พฤษภาคม - ส งหาคม พ.ศ.255๕ เทคโนโลย เป นสาระการเร ยนร ท ม งพ ฒนาผ เร ยนให ม ความร ความเข าใจเก ยวก บงานอาช พ และเทคโนโลย ม ท กษะการทำ งาน ท กษะการ จ ดการ สามารถนำ เทคโนโลย สารสนเทศและ เทคโนโลย ต างๆ มาใช ในการทำ งานอย างถ ก ต องเหมาะสม ค มค า และม ค ณธรรม ช วยสร าง และพ ฒนาผล ตภ ณฑ หร อว ธ การท ม ค ณภาพ สามารถทำ งานเป นหม คณะม น ส ยร กการทำ งาน เห นค ณค าและม เจตคต ท ด ต องาน ตลอดจนม ค ณธรรม จร ยธรรมและค าน ยมท เป นพ นฐาน ได แก ความขย น ซ อส ตย ประหย ด และอดทน อ นจะนำ ไปส การให ผ เร ยนสามารถช วยเหล อ ตนเองและพ งตนเองได ตามพระราชดำ ร เศรษฐก จ พอเพ ยง สามารถดำ รงช ว ตอย ในส งคมได อย าง ม ความส ข ร วมม อและแข งข นในระด บสากลใน บร บทของส งคม ไทย (กรมว ชาการ : 3) การจ ดการเร ยนการสอนท เน นผ เร ยนเป น ศ นย กลาง หร อจ ดการเร ยนการสอนโดยย ดผ เร ยนเป นสำ ค ญ จะเน นกระบวนการค ดอย าง ม เหต ผล และ ม งให ผ เร ยนร กการเร ยนร ร จ ก ว เคราะห แสวงหาความร และร จ กแก ป ญหาด วย ตนเอง สำ หร บการจ ดกระบวนการเร ยนร ท เน น ผ เร ยนเป นสำ ค ญท ส ด หร อการจ ดการเร ยนร ท ย ดผ เร ยนเป นศ นย กลาง สามารถจ ดได หลายร ป แบบด วยก น แต ม ร ปแบบการเร ยนว ธ หน งท ได ร บความสนใจและง ายต อการนำ ไปปฏ บ ต ค อ โมเดลซ ปปา (CIPPA Model) ซ งเป นร ปแบบ ก จกรรมการเร ยน ท ม งเน นให ผ เร ยนได ศ กษา ค นคว า รวบรวมข อม ลด วยตนเอง การม ส วน ร วมในการสร างความร ใหม การม ปฏ ส มพ นธ ก บผ อ นและแลกเปล ยนเร ยนร การได เคล อนไหว ร างกาย การเร ยนร ด านกระบวนการ และการนำ ความร ไปประย กต ใช ซ งเม อใช ก จกรรมการเร ยน ร ท น าสนใจแล ว จะส งผลให บรรยากาศการเร ยน ของผ เร ยนเต มไปด วยความร ส กกระต อร อร น ต น 123 เต นไม เบ อหน าย ผ เร ยนม โอกาสแสดงความค ด เห น และสร าง สรรค ความร ด วยตนเอง (ท ศนา แขมมณ : 10) การเร ยนร แบบกล มร วมม อด วยเทค น ค LT เป นล กษณะร วมม อก นหร อช วยเหล อก นใน การเร ยนร โดยผ เร ยนแต ละคนจะร บผ ดชอบ ในการเร ยนร ของตน และในขณะ เด ยวก นก ให สมาช กคนอ นเร ยนร ด วย ช วยให ผ เร ยนม ความพยายามท จะเร ยนร ให บรรล เป าหมาย เป นผลทำ ให เก ดผลส มฤทธ ทางการเร ยนส ง ข น พ ฒนาศ กยภาพของสมอง เพราะการเร ยน เร ยนร แบบร วมม อ เป นร ปแบบการจ ดการเร ยน ร ท ย ดผ เร ยนเป นสำ ค ญ โดยการจ ดก จกรรมการ เร ยนให ผ เร ยนในล กษณะกล มร วม ม อเป นกล ม ย อย ช วยให ผ เร ยนม ความพยายามท จะเร ยนร ให บรรล เป าหมาย เป ดโอกาสให ผ เร ยนม ส วน ร วมในการเร ยนร ได ลงม อปฏ บ ต จร ง พร อมท ง ส งผลให ผ เร ยนม โอกาสได ฝ กฝนพ ฒนา ท กษะ กระบวนการ ท จำ เป นต อการดำ รงช ว ตมากข น ผ สอนม หน าท ให คำ แนะนำ ปร กษาในการเร ยน (ว มลร ตน ส นทรโรจน : 32) สภาพการจ ดก จกรร การเร ยนร กล มสาระ การเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย โรงเร ยน อน บาลว ศ ษฐ อำ นวยศ ลป ย งไม ประสบความ สำ เร จตามเป าหมาย เน องจากน กเร ยนบางกล ม ย งม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนอย ในระด บไม ผ าน เกณฑ ขาดการค ดว เคราะห ไม ให ความสำ ค ญใน ก จกรรมการเร ยนกล มสาระน เท าท ควร ประกอบ ก บคร ส วนมากย งไม ได ร บการกระต นให นำ การ จ ดก จกรรมการเร ยนร ท น าสนใจ มาใช สน บสน น ให ผ เร ยนได แสวงหาความร จากแหล งเร ยนร ท หลากหลาย และสามารถสร ปองค ความร จาก ส งท เร ยนได (สำ น กงานร บรองมาตรฐานและ ปร
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks