1 ข อสอบ PRE O-NET ช น ป.6 โรงเร ยนบ านหนองใหญ ป การศ กษา PDF

Description
1 ข อสอบ PRE O-NET ช นประถมศ กษาป ท 6 กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ศ ลปะ การงานอาช พและเทคโนโลย รห สว ชา ประจาป การศ กษา 2557 โรงเร ยนบ านหนองใหญ สาน กงานเขตพ นท การศ กษาประถมศ กษาส ร

Please download to get full document.

View again

of 13
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Games & Puzzles

Publish on:

Views: 8 | Pages: 13

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
1 ข อสอบ PRE O-NET ช นประถมศ กษาป ท 6 กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา ศ ลปะ การงานอาช พและเทคโนโลย รห สว ชา ประจาป การศ กษา 2557 โรงเร ยนบ านหนองใหญ สาน กงานเขตพ นท การศ กษาประถมศ กษาส ร นทร เขต 3 สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ การ โครงการยกระด บผลการทดสอบ O-NET ช นประถมศ กษาป ท 6 งานบร หารว ชาการ โรงเร ยนบ านหนองใหญ ป การศ กษา 2557 สอบคร งท 1 ว นท 21 พฤศจ กายน 2557 เวลา น. 2 สาระการเร ยนร ส ขศ กษาและพลศ กษา รห สว ชา 66 คาช แจง ตอนท 1 1.จานวน 23 ข อ คะแนนเต ม 100 คะแนน เวลาในการทาข อสอบ 30 นาท 2.แบบปรน ย 4 ต วเล อก จานวน 21 ข อ ข อละ 4 คะแนน รวม 84 คะแนน (ข อ 1-21) 3.ระบาย 1 คาตอบท เป นคาตอบท ถ กท ส ดในแต ละข อ 1. ข อใดเป นการพ ฒนาด านจ ตใจและอารมณ ของเด กว ย 9-12 ป 1 เร มสนใจเพศตรงข าม 2 ม ความอยากร อยากเห น 3 เร มม ขนท ร กแร และอว ยวะเพศ 4 เพศหญ งม น าหน กและส วนส งมากกว าเพศชาย 2. ข อใดไม ใช ความส าค ญของกระด ก 1 ปกป องอว ยวะภายในจากการกระแทกจากภายนอก 2 ควบค มการเคล อนไหวของร างกาย 3 สร างและแจกจ ายแคลเซ ยม 4 ห อห มผ วหน ง 3. ข อใดไม ใช ล กษณะของครอบคร วท ด 1 ล กปร กษาพ อแม ได ท กเร อง 2 ต างคนต างอย ไม พ ดค ยก น 3 ร บประทานอาหารเย นร วมก นท กว น 4 ไปเท ยวพ กผ อนในว นหย ดด วยก นเสมอ 4. ถ าเพ อนชวนน กเร ยนไปเท ยวกลางค น น กเร ยนควรใช ค าพ ดในข อใดจ งจะเหมาะสมท ส ด 1 เด ยวลองไปขอแม ด ก อนนะ 2 เราพาเพ อนไปเพ มด วยนะ 3 ได ส ก าล งอยากไปเท ยวอย พอด 4 ไปไม ได หรอก เราส ญญาก บแม ไว ว าจะไม เท ยวกลางค น 5. ข อใดเป นการเปล ยนแปลงทางเพศท เก ดเฉพาะเพศชายช วงว ยเด กตอนปลาย 1 ม ขนร กแร 2 เส ยงแตกห าว 3 สะโพกผายออก 4 หน าอกขยายใหญ ข น 6. น กเร ยนควรปฏ บ ต ตนอย างไรเพ อให เป นสมาช กท ด ของครอบคร วตามว ฒนธรรมไทย 1 ท างานพ เศษเพ อหาเง นมาใช จ ายเอง 2 ใช ค าพ ดก บคนในครอบคร วเหม อนท พ ดก บเพ อน 3 เช อฟ งค าส งสอนของพ อแม และญาต ผ ใหญ 4 โบกม อให ก บคนในครอบคร วเม อไปและกล บจากโรงเร ยน 3 7. ถ าน กเร ยนข ดแย งก บเพ อนควรแสดงพฤต กรรมอย างไรจ งจะเหมาะสม 1 พ ดจาย วย เพ อน 2 ร บฟ งความค ดเห นของเพ อน 3 หล กเล ยงการพบหร อพ ดค ยก บเพ อน 4 ใช ก าล งในการต ดส นป ญหา 8. เพ อนท ด ควรม ล กษณะอย างไร 1 ให เพ อนย มยางลบ 2 ช วยเพ อนท าการบ าน 3 พ ดจาหยาบคายก บเพ อนสน ท 4 ชวนก นหน เร ยนไปเด นเท ยวห างสรรพส นค า 9. การเคล อนไหวในข อใดเป นการเคล อนไหวแบบร บแรง 1 เด นโดยวางหน งส อบนห ว 2 ใช ม อผล กหน าต าง 3 เด นลงบ นได 4 ถ บจ กรยาน 10. การเล นเกมก บเพ อนน กเร ยนควรปฏ บ ต อย างไร 1 เล นเอาเปร ยบเพ อน 2 ขอโทษเม อท าให เพ อนเจ บต ว 3 พ ดท าทายขอเล นใหม เม อตนเองเป นฝ ายแพ 4 โกรธและไม พ ดก บเพ อนท เล นใช ก าล งร นแรง 11. ข อใดไม ใช ล กษณะของก จกรรมน นทนาการ 1 เป นก จกรรมท ท าในเวลาว าง 2 ก อให เก ดความส ขสน กสนาน 3 เป นส งท ตนเองชอบหร อสนใจ 4 ท าแล วสร างรายได 12. ส งส าค ญในการเล นเกมก บเพ อนค ออะไร 1 เล นตามกต กาหร อข อตกลงร วมก น 2 เล นโดยต องม ผ ใหญ คอยด แลใกล ช ด 3 เล นเกมท เราชอบและอยากเล น 4 เล นโดยค าน งถ งช ยชนะ 13. การว งแข งข น 100 เมตร ผ ว งต องม ความสามารถในด านใดจ งจะประสบความส าเร จ 1 ความเร ว 2 ความอ อนต ว 3 ความแม นย า 4 ความคล องแคล วว องไว 14. ข อใดทดสอบสมรรถภาพทางกายได ตรงตามว ตถ ประสงค 1 ทดสอบความเร วด วยการล ก-น ง 30 ว นาท 2 ทดสอบความคล องแคล วว องไวด วยการด นพ น 3 ทดสอบความอ อนต วของกล ามเน อหล งด วยการงอต วไปข างหน า 4 ทดสอบความแข งแรงของกล ามเน อแขนและห วไหล ด วยการว งเก บของ 15. การว งผล ดให ม ประส ทธ ภาพต องฝ กฝนท กษะในข อใด 1 การว งและการกระโดด 2 การว งและการส งไม 3 การเขย งและการกระโดด 4 การส งไม และการเขย ง 16. ข อใดเป นสาเหต ท ท าให ว ยร นต ดสารเสพต ดมากท ส ด 1 ผ ดหว งจากความร ก 2 ความอยากร อยากลอง 3 ม ป ญหาด านส ขภาพร างกาย 4 ต องการเร ยกร องความสนใจจากคนในครอบคร ว 17. น กเร ยนสามารถสร างเสร มส ขภาพคนในช มชนได อย างไร 1 ต ดต นไม ในช มชนให โล งเต ยน 2 ท งขยะลงในถ งตามประเภทของขยะ 3 ใช สารเคม ก าจ ดพาหะน าโรค 4 เผาท าลายขยะในบร เวณบ าน 18. ถ าเพ อนของน กเร ยนส บบ หร น กเร ยนจะช กชวนให เพ อนเล กส บได อย างไร 1 บอกให เพ อนเล กส บและข ว าจะฟ องคร 2 ขอร องให เพ อนเล กส บเพราะบ หร เป นอ นตรายต อส ขภาพของเพ อน 3 ขอร องให เพ อนเล กส บและหากไม เล กจะไม ให เพ อนเข ากล ม 4 ทดลองส บบ หร ก บเพ อนและบอกว าไม ด ให เพ อนเล กส บด กว า 19. ข อใดไม ใช แนวทางป องก นโรคไข เล อดออก 1 นอนกางม ง 2 ป ดฝาโอ งให ม ดช ด 3 ฉ ดว คซ นป องก นโรค 4 เปล ยนน าในจานรองต นไม 20. ข อใดเป นผลจากความผ ดปกต ในระบบย อยอาหาร 1 ป สสาวะกะปร บกะปรอย 2 ท องอ ด แน นท อง 3 เป นไข ปวดศ รษะ 4 แขนขาบวม 4 5 21. ข อใดเป นอว ยวะท ส าค ญในระบบข บถ ายป สสาวะ 1 ไต 2 ล าไส ใหญ 3 กระเพาะอาหาร 4 เส นเล อดใหญ และเส นเล อดฝอย คาช แจง ตอนท 2 แบบปรน ย 6 ต วเล อก จานวน 2 ข อ ข อละ 8 คะแนน รวม 16 คะแนน ระบาย 2 คาตอบท ถ กต องในแต ละข อ 22. ข อใดเป นการท าผ ดกต กาในการเล นฟ ตบอล (ให เล อก 2 ค าตอบ) 1 ใช หน าอกพ กล กบอลลงพ น 2 เท าเหย ยบบนเส นข างสนามขณะท มล กบอล 3 ใช เท าเตะล กบอลส งค นให ผ ร กษาประต ฝ ายเด ยวก น 4 ด งเส อผ เล นฝ ายตรงข ามในขณะว งเข าไปแย งล กบอล 5 แตะล กบอลออกข างสนามขณะท ท มของตนเป นฝ ายร บ 6 ออกมาปฐมพยาบาลนอกสนามเม อได ร บบาดเจ บขณะแข งข น 23. การปฏ บ ต ในข อใดช วยป องก นการเก ดป ญหาส งแวดล อม (ให เล อก 2 ค าตอบ) 1 ท งขยะลงในแม น าล าคลอง 2 ใช กระดาษอย างค มค าท งสองด าน 3 ใช รถจ กรยานแทนรถจ กรยานยนต 4 เทยาฆ าแมลงลงในหล มแล วฝ ง 5 เผาขยะท กประเภทรวมก นท บร เวณหล งบ าน 6 น าขยะจากท บ านไปท งในป าสาธารณะของช มชน 6 สาระการเร ยนร ศ ลปะ รห สว ชา 67 คาช แจง ตอนท 1 1.จานวน 20 ข อ คะแนนเต ม 100 คะแนน เวลาในการทาข อสอบ 30 นาท 2.แบบปรน ย 4 ต วเล อก จานวน 17 ข อ ข อละ 5 คะแนน รวม 85 คะแนน (ข อ 1-17) 3.ระบาย 1 คาตอบท เป นคาตอบท ถ กท ส ดในแต ละข อ 1. ข อใดเป นการอน ร กษ ดนตร ไทยได เหมาะสมท ส ดส าหร บน กเร ยน 1 จ างวงดนตร ไทยมาบรรเลงท โรงเร ยน 2 จ ดน ทรรศการให ความร เก ยวก บดนตร ไทย 3 ซ อหน งส อเก ยวก บดนตร ไทยมาเก บไว 4 ซ อเคร องดนตร ไทยท กชน ดมาเก บไว เพลง ลมหนาว ทานอง พระราชน พนธ ในพระบาทสมเด จพระเจ าอย ห วภ ม พลอด ลยเดช เน อร อง ท านผ หญ งสมโรจน สว สด ก ล ณ อย ธยา ยามลมหนาว พ ดโบกโบยโชยช น (1) เหล าสก ณร องร นรมย หม ดอกไม ชวนภมรร อนชม (2) ช างส ขสมเพล นตาน าด ช ใจ โอ ร กเจ าเอ ย ยามร กสมด งฤท ย พ ศด ส งใด ก แลว ไลแจ มใสคร น อ นความร กม กจ กพาใจฝ น เม อร กน นส ขสมจ ตปอง ยามลมฝน พ ดโบกโบยกระหน า หยดหยาดนาน าหล งนอง ผ งภ ท งว หคเหงาเศร าหมอง เกล อนกลาดผองมาล ร วงโรยลงด น เหม อนร กผ ดหว ง เปร ยบด งห วใจพ งภ นท น าตาหล งร น และลามไหลเพ ยงหยาดฝนปราย อ นความร กแม นไม เป นด งหมาย ตราบว นตาย ช พขมข นเอย 2. จากบทเพลงพระราชน พนธ ลมหนาว ข อความท ข ดเส นใต (1) ควรแสดงออกด วยเส นแบบใด 7 3. จากบทเพลงพระราชน พนธ ลมหนาว ข อความท ข ดเส นใต (2) ควรใช ส ใดเป นหล กในการวาดภาพระบายส 1 แดง ชมพ 2 เข ยว ม วง 3 เทา น าตาล 4 ด า ฟ า 4. ถ าม การวาดภาพประกอบเพลงพระราชน พนธ ลมหนาว โดยให ภาพกล บดอกไม ร วงบนพ นด น เป นภาพ ระยะใกล ส ด แล ว ภาพใดควรอย ระยะไกลส ด 1 แปลงดอกไม ส ส นสดใส 2 ใบไม ท ม หยดน าเกาะ 3 ผ งตอมดอกไม 4 นกบ นบนท องฟ า 5. น าตาหล งร น และลามไหลเพ ยงหยาดฝนปราย ประโยคเพลงน เก ยวก บข อใด 1 การรอคอย 2 ความเหงา 3 ความเศร า 4 ความส ข 6. ถ าวาดภาพหญ งไทย 2 คน คนหน งร ปร างเล ก อ กคนร ปร างใหญ น กเร ยนจะม ว ธ ระบายส ช ดผ หญ ง 2 คน ให ม ความสมด ล ก นได อย างไร A = ช ดของผ หญ งร ปร างเล ก B = ช ดของผ หญ งร ปร างใหญ 1 A ระบายส น าเง นเข ม B ระบายส ชมพ 2 A ระบายส ชมพ B ระบายส น าเง นเข ม 3 A ระบายส เหล อง B ระบายส น าต าล 4 A ระบายส ฟ าอ อน B ระบายส ม วงเข ม 7. ข อใดเป นการสน บสน นให เด กไทยเห นความส าค ญของนาฏศ ลป มากท ส ด 1 ให น กเร ยนม ส วนร วมแสดงนาฏศ ลป ในงานโรงเร ยน 2 ให น กเร ยนอ านข าวเก ยวก บนาฏศ ลป ท กว น 3 ให เง นเพ อไปซ อว ด โอนาฏศ ลป มาชม 4 ให น กเร ยนสวมช ดไทยมาเร ยน 8. พ ธ ไหว คร ส มพ นธ ก บค ณธรรมในข อใด 1 ความเมตตา 2 ความสาม คค 3 ความกต ญญ กตเวท 4 ความเอ อเฟ อเผ อแผ 9. แตรวง เหมาะส าหร บบรรเลงในงานใดมากท ส ด 1 งานแต งงาน 2 งานลอยกระทง 3 งานศพ 4 งานบวช 8 10. การบ นท กโน ตด วยก ญแจซอล ม โน ตใดบ างท เข ยนคาบเส น 1 ฟา ลา โด 2 ม ซอล ท 3 ม ฟา ซอล 4 ม ซอล ลา 11. การวาดภาพให ม ความสมด ลจะเก ดข นด วยการเน นว ธ ใด 1 เน นขนาด ส 2 เน นพ นผ ว ส 3 เน นขนาด พ นผ ว 4 เน นร ปทรง พ นผ ว 12. ร ปป นป นพญานาคสะท อนว ถ ช ว ตในด านใด 1 ความสวยงามของท อย อาศ ย 2 การประกอบอาช พ 3 การเคารพส งศ กด ส ทธ 4 ความเช อทางศาสนา 13. ในงานแสดงม การต เป งมางคอก เคร องดนตร ชน ดน สะท อนถ งย คสม ยใด 1 อย ธยา 2 ธนบ ร 3 ส โขท ย 4 ร ตนโกส นทร 14. การแสดงประเภทใดท ม การข บร อง การเจรจา และการแสดงท าทาง 1 บ ลเลต 2 ง ว 3 ร าวงมาตรฐาน 4 ระบ าฟลาม งโก 15. การได ความร เก ยวก บวรรณคด เร องร ามเก ยรต จากการชมโขน เป นประโยชน ในด านใด 1 สต ป ญญา 2 อารมณ 3 ร างกาย 4 จ ตใจ 16. เพลงเต นก าร าเค ยวสะท อนว ถ ช ว ตของคนไทยในส งคมใด 1 ส งคมเกษตรกรรม 2 ส งคมอ ตสาหกรรม 3 ส งคมห ตถกรรม 4 ส งคมศ ลปกรรม 17. ข อใดไม ใช ประโยชน ท ได จากการชมก ารแสดงนาฏศ ลป 1 ความร 2 ความเส ยสละ 3 ความสน กสนาน 4 ความค ดสร างสรรค 9 คาช แจง ตอนท 2 1.แบบเล อกคาตอบจากแต ละตารางท ส มพ นธ ก น จานวน 3 ข อ ข อละ 5 คะแนน รวม 15 คะแนน 2.ระบาย 1 คาตอบสาหร บแต ละข อ โดยเล อกคาตอบจากตาร
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks