ถว กา เมฆอ คฆกรณ 1 ค าส าค ญ: แบบการเร ยน, ว ธ การสอน น ส ตปร ญญาโท, สาขาว ชาธ รก จศ กษา, คณะศ กษาศาสตร, มหาว ทยาล ยเกษตรศาสตร - PDF

Description
25 วารสารการอาช วะและเทคน คศ กษา ป ท 1 ฉบ บท 1 มกราคม - ม ถ นายน 2554 ว ธ การสอนว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย (งานธ รก จ) ท สอดคล องก บแบบการเร ยน ของน กเร ยน โรงเร ยนสาธ ตจ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย ฝ ายม ธยม

Please download to get full document.

View again

of 7
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Study Guides, Notes, & Quizzes

Publish on:

Views: 4 | Pages: 7

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
25 วารสารการอาช วะและเทคน คศ กษา ป ท 1 ฉบ บท 1 มกราคม - ม ถ นายน 2554 ว ธ การสอนว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย (งานธ รก จ) ท สอดคล องก บแบบการเร ยน ของน กเร ยน โรงเร ยนสาธ ตจ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย ฝ ายม ธยม Teaching Methods of Occupation and Technology (Business) Subject that Relevancy on Learning Style of Chulalongkorn University Demonstration Secondary School s Students ถว กา เมฆอ คฆกรณ 1 บทค ดย อ การว จ ยคร งน ม ว ตถ ประสงค เพ อศ กษาว ธ การสอนท สอดคล องก บแบบการเร ยนของน กเร ยน รายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย (งานธ รก จ) โรงเร ยนสาธ ตจ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย ฝ ายม ธยมโดยใช การว จ ยเช ง พรรณนา และเช งค ณภาพ ผลการว จ ยพบว า ตามแบบการเร ยนของ David A. Kolb น กเร ยนม แบบการเร ยนเน น การลงม อปฏ บ ต จร ง การค นคว า ทดลอง และจากพฤต กรรมการสอนตามแนวค ดของ Joyce and Weil พบว า น กเร ยนม ความคาดหว งต อพฤต กรรมการสอนของคร แบบเน นปฏ ส มพ นธ เน นกระบวนการ และเน นพฤต กรรม ด งน น คร ควรเน นให น กเร ยนได ลงม อปฏ บ ต ม ส วนร วมในการเร ยน แสดงความค ดเห นของตนเอง และท างานกล ม มากกว าการท างานคนเด ยว และว ธ การสอนท ผ เช ยวชาญม ความเห นว าสอดคล องก บแบบการเร ยนของน กเร ยน ได แก ว ธ การสอนแบบโครงงาน และใช ป ญหาเป นฐาน ค าส าค ญ: แบบการเร ยน, ว ธ การสอน Abstract This research aims to find the teaching methods for Occupation and Technology subject (business education) which are appropriate for the learning styles of the students in Chulalongkorn University Demonstration Secondary School. The research is quantitative and qualitative research The results of this research showed that, according to the Learning Style Theory of D.A.Kolb, They tended to prefer actual practice and trial in their learning. Moreover, according to the Models of Teaching Behavior by Joyce and Weil, the students expected from their teachers teaching behaviors, especially in Social Interaction, Information 1 น ส ตปร ญญาโท, สาขาว ชาธ รก จศ กษา, คณะศ กษาศาสตร, มหาว ทยาล ยเกษตรศาสตร วารสารการอาช วะและเทคน คศ กษา ป ท 1 ฉบ บท 1 มกราคม - ม ถ นายน Processing, and Behavioral Models. Therefore, the appropriate teaching behaviors should focus on activities and involve students in the learning and let them express opinions and to work in group rather than individual. In addition, the appropriate teaching models for these students are Project Method and Problem-based learning. Keywords: Learning Style, Teaching Methods 1. บทน า ความเจร ญก าวหน าและการเปล ยนแปลงด านส งคม ว ฒนธรรม เศรษฐก จ และการเม องคงปฏ เสธไม ได ว าส งเหล าน ม ส วนเก ยวข องก บการศ กษา จากพระราชบ ญญ ต การศ กษา แห งชาต และท แก ไขเพ มเต ม (ฉบ บท 2) พ.ศ.2545 มาตรา 22 ได กล าวไว ว า การจ ดการศ กษาต องย ดหล กว าผ เร ยนท กคนม ความสามารถเร ยนร และพ ฒนาตนเองได และถ อว าผ เร ยนม ความส าค ญท ส ด กระบวนการจ ดการศ กษาต องส งเสร มให ผ เร ยนสามารถพ ฒนาตามธรรมชาต และเต มตามศ กยภาพ และ ในมาตรา 24 การจ ดกระบวนการเร ยนร ให สถานศ กษาและ หน วยงานท เก ยวข องด าเน นการ จ ดเน อหาสาระและก จกรรมให สอดคล องก บความสนใจและความถน ดของผ เร ยนโดยค าน ง ถ งความแตกต างระหว างบ คคล ฝ กท กษะ กระบวนการค ด การจ ดการ การเผช ญสถานการณ และการประย กต ความร มา ใช เพ อป องก นและแก ไขป ญหา โดยจ ดก จกรรมให ผ เร ยนได เร ยนร จากประสบการณ จร ง ฝ กการปฏ บ ต ให ท าได ร กการอ าน และเก ดการใฝ ร อย างต อเน อง รวมท งปล กฝ งค ณธรรม ค าน ยม ท ด งามและค ณล กษณะอ นพ งประสงค ไว ส งเสร มสน บสน น ให ผ สอนสามารถจ ดบรรยากาศ สภาพแวดล อม ส อการเร ยน และอ านวยความสะดวกเพ อให ผ เร ยนเก ดการเร ยนร และรอบร และจ ดการเร ยนร ให เก ดข นได ท กท ท กเวลาม การประสานความ ร วมม อจากท กฝ ายเพ อร วมก นพ ฒนาผ เร ยนตามศ กยภาพ [1] จะเห นได ว าพระราชบ ญญ ต ด งกล าวเน นการจ ดการ ศ กษาท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ ตามความสามารถของผ เร ยนอย าง เหมาะสม เพ อให ผ เร ยนได พ ฒนาอย างเต มศ กยภาพ ส าหร บการ จ ดการศ กษาน น ผ ท เก ยวข องล วนต องการให ผ เร ยนประสบ ผลส าเร จในการเร ยนท งส น จากการศ กษาพบว าความส าเร จ ทางการเร ยนน นม ความส มพ นธ ก บ 2 องค ประกอบหล ก ค อ องค ประกอบทางด านสต ป ญญา และองค ประกอบทางด านท ไม ใช สต ป ญญา เช น เศรษฐก จ การเม อง ส งคม จ ตใจ ร างกาย และสภาพแวดล อมท อย โดยรอบผ เร ยน นอกจากน น กการศ กษา ย งเช อว า การจ ดการศ กษาให ประสบผลส าเร จน นจะต องข นอย ก บกระบวนการเร ยนการสอน ซ งม องค ประกอบท เก ยวข อง ส มพ นธ ต อก นอย 3 ประการค อ ผ สอน ผ เร ยน และปฏ ส มพ นธ ระหว างผ เร ยนก บผ สอน [2] และในองค ประกอบน ตามหล ก การของพระราชบ ญญ ต การศ กษา ถ อว าผ เร ยนม ความส าค ญ ท ส ด จ งเป นส งท คร ผ สอนจะต องตระหน กและให ความส าค ญ ก บผ เร ยนให มากท ส ด การจ ดการเร ยนการสอนเพ อให เก ดการเร ยนร น น เก ยวข องก บเร องต างๆ หลายประการ แต โดยรวมอย ท คร ผ สอน ก บผ เร ยน ผ สอนจะต องม สมรรถนะ รอบร ท งทางด านว ชาการ ท สอน และว ชาความเป นคร รวมท งการตระหน กถ งว าผ เร ยน แต ละคนม ความแตกต างก นในเร องความต องการความสนใจ และว ธ การ แต ความแตกต างก นน นไม ได เป นอ ปสรรคต อการ เร ยนร เพราะหากม การจ ดการท เหมาะสม ท กคนก สามารถ เร ยนร ได เหม อนก น ด งน นคร ผ สอนจ งต องให ความส าค ญ ต อง ร เข าใจในต วผ เร ยนและร เร องร ปแบบการเร ยนและร ปแบบ การสอนเป นอย างด [3-5] แต จากรายงานสภาวะการศ กษาไทย 2549/2550 [6] กล าวว า กล มต วอย างท ตอบว าสถานศ กษาม การจ ดการการเร ยนการสอนท ย ดผ เร ยนเป นส าค ญม ร อยละ 61.3 และร อยละ ม ความเห นว าสถานศ กษาบางแห ง เท าน นท ย ดผ เร ยนเป นส าค ญ โดยสร ปผลการด าเน นงานใน หมวด ซ งก าหนดให ม การเร ยนการสอนต องย ดผ เร ยนเป น ส าค ญ ท งทางด านการจ ดสภาพแวดล อมท เหมาะสม ส งเสร ม สน บสน นส อเทคโนโลย เพ อให ผ เร ยนสามารถเร ยนได เต ม ศ กยภาพ ซ งการจ ดการเร ยนการสอนน นย งไม ประสบความ 27 วารสารการอาช วะและเทคน คศ กษา ป ท 1 ฉบ บท 1 มกราคม - ม ถ นายน 2554 ส าเร จเท าท ควร อาจเป นผลมาจากข อบกพร องของกระบวนการ จ ดการเร ยนการสอนของคร โดยท ผ านมาคร ส วนใหญ ย งย ด หล กการสอนแบบเก า ค อ เน นว ธ สอนแบบบรรยาย จ งส งผลให เก ดข อบกพร องในการเร ยนร ของน กเร ยนตามมา เพราะน กเร ยน ไม ม โอกาสได ฝ กค ดและม ส วนร วมในก จกรรมการเร ยนการ สอน ซ งการจ ดกระบวนการเร ยนร แบบน เป นการข ดขวางการ เร ยนร ของสมอง [7] ด งน นล กษณะในการจ ดก จกรรมการเร ยนร จ งเป น ส งส าค ญท คร จะต องให ความสนใจและใส ใจ การสอนจะไม สามารถประสบความส าเร จได หากว ธ การสอนท คร เล อกใช ขาด ความเหมาะสมก บแบบการเร ยนท น กเร ยนชอบ และถ าจ ด ก จกรรมการเร ยนการสอนได อย างสอดคล องก บแบบการเร ยนร ของน กเร ยน จะท าให น กเร ยนเข าใจในการเร ยนได เร วข นม โอกาสประสบความส าเร จทางการเร ยนโดยม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนส งข นและก อให เก ดเจตคต ท ด ต อการเร ยนใน เน อหาว ชาน น [7] ส งเหล าน เป นหน าท ของคร ท ต องให ความ ส าค ญในการเล อกว ธ การสอนให สอดคล องก บแบบ การเร ยน ของผ เร ยน และพฤต กรรมการสอนของคร ท น กเร ยนคาดหว ง ซ งจะส งผลด ต อการเร ยนร รวมท งย งได ข อม ลท ส าค ญย งในการ วางแผนจ ดกระบวนการเร ยนร หร อก จกรรมอ นๆ ในการพ ฒนา ผ เร ยนได อย างเหมาะสมต อไป ในฐานะท ผ ว จ ย เป นคร ผ สอน ว ชาการงานอาช พและเทคโนโลย (งานธ รก จ) ในระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 2 3 และระด บช นม ธยมศ กษาป ท 5-6 ของ โรงเร ยนสาธ ตจ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย ฝ ายม ธยมม ความ ตระหน กและเช อว า หากว ธ การสอนท น ามาใช สอนน กเร ยน ม ความสอดคล องก บแบบการเร ยนของน กเร ยนแล ว ย อมส งผล ต อประส ทธ ภาพในการเร ยนร ของน กเร ยนอย างแน นอน และ ผ ว จ ยได ม การปร บปร งโดยน าแนวค ดน มาปร บใช ในการจ ดการ เร ยนการสอน แต อย างไรก ตามก ย งไม ได ท าการศ กษาว จ ยอย าง จร งจ งว าส งท ด าเน นการอย น นม ความถ กต องและสอดคล อง ตามหล กว ชาการหร อไม ด งน นจากหล กการและเหต ผลน หาก ได ท าการศ กษาก บน กเร ยนโรงเร ยนสาธ ตจ ฬาลงกรณ มหาว ทยาล ย ฝ ายม ธยม และพบว าเป นจร ง ก น าจะเป น ประโยชน อย างย ง ไม เฉพาะก บการสอนน กเร ยนในรายว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย (งานธ รก จ) ของตนเองเท าน น แต รวมถ งประโยชน อย างอ นท คร และน กเร ยนในกล มสาระ เด ยวก น และหร อในรายว ชา ช นเร ยน หร อสถานศ กษาอ นท อย ในสภาพและบร บทเด ยวก นก จะพ งได ร บประโยชน ตามไปด วย จ งท าให เก ดความสนใจและแรงบ นดาลใจในการท าว จ ยเร องน ให ส าเร จต อไป 2. ทฤษฎ และงานว จ ยท เก ยวข อง แบบการเร ยน ค อล กษณะว ธ การท ผ เร ยนแต ละคนชอบ ใช ในการเร ยนร เพ อตอบสนองต อสภาพการเร ยนการสอน เพ อให เก ดการเร ยนร ท ม ประส ทธ ภาพท ส ด และการว จ ยคร งน จะใช แนวค ดแบบการเร ยนของ Kolb [8] ซ งแบ งแบบการเร ยน ออกเป น 4 แบบด วยก น ด งน AE - RO 2 AC - CE ร ปท 1: จ าแนกแบบการเร ยน 4 แบบ ตามแนวค ดของ Kolb Kolb ถ อเอาแต ละควอดแรนท เป นแบบการเร ยน 1 แบบ และได แบ งออกเป น 4 แบบด วยก น สามารถอธ บายได ด งน 1. แบบค ดอเนกน ย (Divergent Learning Style) ล กษณะผ เร ยนประเภทน เน นการเร ยนล กษณะประสบการณ เช ง ร ปธรรมและการไตร ตรอง บ คคลประเภทน ม ความสามารถใน การสร างความค ดและระดมพล งสมอง เป นผ ม ความส มพ นธ และเข าใจถ งอารมณ ความร ส กของผ อ นได ด ผ เร ยนประเภทน ม กม พ นฐานทางด านมน ษยศาสตร และศ ลปะศาสตร 2. แบบปร บปร ง (Accommodative Learning Style) ล กษณะผ เร ยนประเภทน เน นการเร ยนร แบบทดลองปฏ บ ต จร ง และประสบการณ เช งร ปธรรม ชอบเส ยง ชอบลองถ กลองผ ด 1 3 4 วารสารการอาช วะและเทคน คศ กษา ป ท 1 ฉบ บท 1 มกราคม - ม ถ นายน ม กอาศ ยประสบการณ และความร ส กส วนต วในการต ดส นใจ บ คคลประเภทน เข าก บคนง ายแต ไม อดทน ใจร อน ด งด น ผ เร ยนประเภทน ม กม พ นฐานในสาขาท ใช การประย กต และ เทคน คต างๆ เช น น กบร หาร น กการตลาด และพน กงานขาย 3. แบบค ดเอกน ย (Convergent Learning Style) ผ เร ยน ประเภทน เน นการเร ยนแบบการสร ปหล กการเป นนามธรรม และการทดลองปฏ บ ต จร ง ผ เร ยนประเภทน เป นผ เร ยนท เร ยนร ได ด ในเร องท ง ายๆ เป นผ ท ม ความสามารถในการน าแนวค ด นามธร
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks