ช ดท 1 แนวข อสอบ O-NET ว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย - PDF

Description
ช ดท 1 แนวข อสอบ O-NET ว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย ค าช แจง ให น กเร ยนเล อกค าตอบท ถ กต องท ส ดเพ ยงข อเด ยว 1. นายสมชาย เป นคนขย น ร กการเร ยนร ชอบท างาน นอกจากน ย งน าท กษะกระบวนการท างานไปหา รายได

Please download to get full document.

View again

of 30
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Sheet Music

Publish on:

Views: 10 | Pages: 30

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
ช ดท 1 แนวข อสอบ O-NET ว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย ค าช แจง ให น กเร ยนเล อกค าตอบท ถ กต องท ส ดเพ ยงข อเด ยว 1. นายสมชาย เป นคนขย น ร กการเร ยนร ชอบท างาน นอกจากน ย งน าท กษะกระบวนการท างานไปหา รายได ระหว างเร ยนก บเพ อนๆ ปฏ บ ต ตนแบบนายสมชายจะส งผลต อการใช ช ว ตในระยะยาวอย างไร 1. ม ความร มาก 2. เป นคนน าเช อถ อ 3. เป นท พ งให ตนเอง 4. ม รายได ระหว างเร ยน 2. หล กธรรมอ ทธ บาท 4 ช วยในการเสร มสร างท กษะในการท างานให ประสบความส าเร จได อย างไร 1. จ ดการท างานได ด งานเสร จท นเวลา 2. สร างจ ตส าน กในการท างานด วยตนเอง 3. ความพยายามของบ คคลท จ ดระบบงาน 4. บ คคลท ข เก ยจท างานต องใช กฏเกณฑ คอยควบค ม 3. การใช ท กษะในการแสวงหาความร โดยการส มภาษณ ผ เช ยวชาญด านต างๆ ผ ท ม หน าท ส มภาษณ จะต องม ค ณสมบ ต ตรงตามข อใดมากท ส ด 1. ม ความอดทน 2. ม ความรอบคอบ 3. ม มน ษยส มพ นธ ท ด 4. ม ความกระต อร อร น 4. ข อใดต อไปน จ ดเป นข นตอนการวางแผนในการปฏ บ ต งาน 1. แจมท าอ ปกรณ ส าหร บกองเช ยร 2. จอยก าหนดงบประมาณในการจ ดงานก ฬาส 3. จ วเร ยกประช มสมาช กเพ อให สมาช กเตร ยมต วจ ดงานก ฬาส 4. แจ วว เคราะห ป ญหาในการจ ดงานก ฬาส เพ อการจ ดงานป หน า 5. ส งใดต อไปน ค อส งส าค ญในการท างานกล มให ประสบความส าเร จ 1. ความร มาก 2. เช อม นในตนเอง 3. ส ขภาพจ ตด 4. ความค ดสร างสรรค 1 6. ข อใดเป นว ธ การท างานอย างม ความส ขท ถ กต อง 1. แอลต งความหว งว าจะท างานให ด กว าเพ อน 2. โอต ดส นใจท างานในส งท ถ กต องด วยความม นใจ 3. อ วไปพ กผ อนก บเพ อนก อนแล วจ งกล บมาท างาน 4. เอท างานไปเร อยๆ สบายๆ ใกล ก าหนดจ งค อยเร งม อ 7. การวางแผนงานท ด จะต องม ล กษณะอย างไร 1. ม ความช ดเจน 2. ปฏ บ ต งานง าย 3. ตรวจสอบการท างานได ง าย 4. ม ความซ บซ อนในการปฏ บ ต 8. การท างานบ านในข อใดช วยประหย ดทร พยากรในครอบคร วได ด ท ส ด 1. พรมน าท เส อผ าให ช ม แล วจ งร ดผ า 2. ท างานบ านในบร เวณท ม แสงสว างจากธรรมชาต 3. วางแผนข นตอนการท างานและจ ดเตร ยมเคร องม อให พร อม 4. ถอดปล กเตาร ดหล งจากร ดผ าเสร จหน งต วแล วจ งเส ยบปล กใหม 9. การมอบหมายงานให สมาช กในครอบคร วร บผ ดชอบงานในบ าน ส งใดควรค าน งถ งเป นอ บด บแรก 1. ว สด อ ปกรณ ท ใช 2. ข นตอนในการท างาน 3. ความร ความสามารถ 4. ระยะเวลาในการท างาน 10. ข อม ลต อไปน ใช ตอบค าถาม 1. ไม กวาดเส ยนตาล 2. ไม กวาดทางมะพร าว 3. ไม กวาดดอกหญ า 4. ไม กวาดยางพารา 5. ฝอยข ด 6. แผ นข ด 7. แปรงพลาสต ก 8. แปรงทองเหล อง อ ปกรณ ในข อใดเหมาะส าหร บท าความสะอาดพ นผ วหยาบและขร ขระ 1. 2 และ และ และ และ ไม กวาดไม ไผ เหมาะส าหร บใช ท าความสะอาดในข อใด 1. กวาดเศษกระดาษ เศษพลาสต กบนพ นไม 2. กวาดเศษก งไม เศษกระดาษบนพ นท ม น าข ง 3. กวาดเศษกระดาษ เศษพลาสต กบนพ นกระเบ อง 4. กวาดเศษใบไม หร อก งไม เศษกระดาษบนพ นแห ง 2 12. ข อใดต อไปน จ บค อ ปกรณ ก บล กษณะงานได อย างถ กต อง 1. แปรงลวด-โถส วม 2. แปรงไนลอนขนน ม-เส อผ า 3. แปรงทองเหล อง-กระเบ องเคล อบ 4. แปรงพลาสต กม ด าม-กระเบ องเคล อบ 13. ข อใดต อไปน เป นว ธ ล างคราบสกปรกได อย างถ กต อง 1. ใช แผ นฟองน าข ดท าความสะอาดหม อท ม คราบไหม 2. ใช แผ นฟองน าข ดท าความสะอาดหม อท ท าจากแก ว 3. ใช ฝอยข ดท าความสะอาดถ วยพลาสต กท ม คราบฝ งแน น 4. ใช แผ นข ดท าความสะอาดหม อกระเบ องเคล อบท ม คราบฝ งแน น 14. ผ าฝ ายม ค ณสมบ ต เหมาะสมในการน ามาใช เป นอ ปกรณ ท าความสะอาดอย างไร 1. เน อน ม ด หร หรา เบา 2. ทนย บและเก บความร อนได ด 3. ม ความเหน ยวทนทาน ย ดหดยาก 4. ซ มซ บน าและระบายความร อนได ด 15. การท าความสะอาดบร เวณบ านท เป นพ นหญ า ข อใดเป นงานท ต องท าเป นอ นด บแรก 1. รดน าต นไม 2. ต ดหญ า ถอนหญ า 3. พรวนด นต นไม 4. ต ดแต งก งต นไม 16. ข อใดเป นหล กการเล อกซ ออาหารท ถ กต องมากท ส ด 1. เล อกซ ออาหารค ณภาพด 2. เล อกซ ออาหารท ม น กโภชนาการให การร บรอง 3. เล อกซ ออาหารจากห างสรรพส นค า 4. เล อกซ ออาหารเสร มเพ อให ร างกายแข งแรง 17. บรรจ ภ ณฑ ในข อใดเหมาะสมท ส ดส าหร บบรรจ ข าวน าหน ก 150 กร ม เพ อส งออกไปขายต างประเทศ 1. ถ งพลาสต กพ มพ ลวดลาย 2. กระป องอะล ม เน ยมม ลวดลาย 3. กล องกระดาษพ มพ ลวดลาย 4. กล องพลาสต กใสมองเห นข าวส ก 3 18. ข อใดต อไปน เป นว ธ การเก บร กษาผ กท ย งไม ได น ามาประกอบอาหารได ถ กต องท ส ด 1. น าผ กมาล างและแช น าไว ในภาชนะท สะอาด 2. น าผ กมาล างแช น าด างท บท มแล วค ลมด วยผ าช บน าหมาดๆ แช ในต เย น 3. น าผ กมาแช น าท แกว งด วยสารส มแล วเก บในกล องพลาสต ก แช ในต เย น 4. น าผ กมาห นเป นช นแล วเก บใส ภาชนะท ไม ม อากาศผ าน แช ในต เย น 19. ในการต นเน อหม ควรใช ภาชนะต นในข อใด 1. หม อเคล อบ 2. หม ออะล ม เน ยม 3. หม อสเตนเลส 4. หม ออ ดความด น 20. เกษตรกรผ ปล กกล วยประสบป ญหากล วยล นตลาด ท าให ม ราคาถ ก ควรน ากล วยมาแปรร ปโดยว ธ ใด จ งจะสามารถเก บไว ได นานและค มค าท ส ด 1. การเช อม 2. การอบ 3. การตากแห ง 4. การฉาบ 21. คนท ม ร ปร างผอม ส ง ควรเล อกสวมเส อผ าแบบใด 1. ลายดอกเล กๆ 2. เส นลายแนวด งตามล าต ว 3. เน อผ าไม หนาหร อบางมาก 4. ลายดอกใหญ เส นลายขวาง 22. ถ าหากเส อเป อนหม กปากกาล กล น ม ว ธ การซ กเพ อลบรอยเป อนอย างไร 1. เช ดด วยไฮโดรเจนเปอร ออกไซด 2. แช ในน าอ นแล วซ กด วยน ายาซ กแห ง 3. ใช ฟองน าช บแอลกอฮอล เช ดตรงรอยเป อน แล วน าไปซ กตามปกต 4. ให ร บเอาผ าฝ ายหร อผ าขนหน ข ดตรงรอยเป อน แล วใช ก อนน าแข งถ แรงๆ 23. ชอล กเข ยนผ าม ว ธ การใช อย างไร 1. ใช เข ยนผ าเพ อว ดความยาวของผ าท ต ด 2. ใช กล งบนผ าหร อบนกระดาษเพ อสร างแบบ 3. ใช เข ยนเพ อรองใต ผ าก อนกดล กกล ง เพ อเก ดเส นแนวส าหร บเย บ 4. ใช เข ยนลงบนผ าให เก ดรอยจ ดหร อเส น เพ อใช ก าหนดต าแหน งท ต องการ 4 24. การด นธรรมชาต หร อด นตะล ยเหมาะส าหร บการต ดเย บเส อผ าประเภทใด 1. ใช เย บตะเข บท วไป 2. ใช เย บเส อผ าเด ก และเส อเช ต 3. ใช เย บช ดนอน ปลอกหมอน ผ าป ท นอน 4. ใช เย บผ าบางๆ เพ อตกแต ง หร อท าจ บร ด 25. คนท ม ร ปร างอ วน เต ย ควรเล อกซ อเส อผ า แบบใด 1. เส อลายดอกใหญ เน อผ าหนา กระโปรงม จ บรอบต ว 2. เส อเส นลายขวาง ส อ อน สล บก บส เข ม กางเกงขากระบอก 3. เส อเป นผ าย ดพอด ต ว ส เข ม กระโปรงทรงตรงยาวเหน อเข า 4. เส อม ระบาย ม จ บ ต ดล กไม เป นช นๆ แขนพอง กระโปรงยาว 26. การลดปร มาณน าในผลผล ตเพ อย บย งการเจร ญเต บโตของเช อจ ล นทร ย เป นการแปรร ปอาหาร ประเภทใด 1. การอบ 2. การกวน 3. การเช อม 4. การพาสเจอไรซ 27. ข อใดต อไปน กล าวได ถ กต องเก ยวก บช วงแสงของพ ชจ าพวกผ ก 1. ช วงแสงว นส นอย ในช วงเด อนต ลาคม-มกราคม ช วยให ได ผลผล ตต า 2. ช วงแสงว นส นอย ในช วงเด อนต ลาคม-มกราคม ช วยให ได ผลผล ตส ง 3. ช วงแสงว นยาวอย ในช วงเด อนม นาคม-ม ถ นายน ช วยให ได ผลผล ตส ง 4. ช วงแสงว นปกต อย ในช วงเด อนกรกฎาคม-ก นยายน ช วยให ได ผลผล ตต า 28. การเตร ยมพ นธ พ ชท ม อาย เท าก นก อนการปล กพ ช ส งผลต อผลผล ตอย างไร 1. ผลผล ตเก ดการกลายพ นธ 2. ผลผล ตท ได แข งแรงสมบ รณ 3. พ ชแย งอาหารจากก นท าให ผลผล ตไม ด 4. เก บเก ยวผลผล ตได พร อมก น ท าให สะดวกในการเก บเก ยว 5 29. ไส เด อนด นส งผลโดยตรงอย างไรต อการเจร ญเต บโตของพ ช 1. ท าให ด นม ฤทธ เป นกรด 2. ท าให รากพ ชเจร ญเต บโต 3. ท าให พ ชต ดเช อโรคจากไส เด อน 4. ท าให เก ดการถ ายเทอากาศในด น 30. น กเร ยนม หล กการเตร ยมด นปล กพ ชอย างไร โดยพ จารณาจากข อความต อไปน ก. ใช เช อกว ดท าเป นแปลงให ได ขนาดตามความต องการ ข. ท าความสะอาดต ดต นไม ส งก ดขวางท ไม ต องการออก ค. น าป ยคอกใส ลงไปในแปลงปล ก ง. ข ดย อยด นยกขอบแปลงให ส งจากทางเด น 10 เซนต เมตร ต วเล อกค าตอบ 1. ก-ข-ค-ง 2. ข-ก-ค-ง 3. ค-ข-ก-ง 4. ง-ก-ข-ค 31. พ ชผ กสวนคร ว ส วนใหญ น ยมเตร ยมพ นธ พ ชโดยว ธ ใด 1. การตอนก ง 2. การต ดตา 3. การต อก ง 4. การหว านเพาะเมล ด 32. ส ตว เล ยงท ไม ได ร บแสงแดดเพ ยงพอ จะท าให เก ดโรคอะไร 1. โรคข ออ กเสบเร อร ง 2. โรคกระด กอ อน 3. โรคหลอดเล อดต บ 4. โรคต ดต อทางผ วหน ง 33. เม อต องการน าส ตว จากท อ นเข ามาเล ยงในฝ งหร อโรงเร อน ควรท าส งใดเป นอ นด บส ดท าย 1. ควรก กส ตว เพ อด อาการของโรคก อนน าส ตว เข ามาเล ยง 2. ควรเล อกซ อพ นธ ส ตว จากฟาร มท ปลอดจากโรคระบาด 3. จ ดหาอาหารท ม ค ณภาพให ส ตว ก นอย างเพ ยงพอ 4. ตรวจซ อมโรงเร อนให เร ยบร อยก อนน าส ตว เข ามาเล ยง 6 34. ในป จจ บ นสมาช กภายในครอบคร ว เร ยนร เก ยวก บการซ อมแซมและต ดต งอ ปกรณ เคร องใช ภายในบ าน โดยม เป าหมายท ส าค ญท ส ด ค อ 1. เพ อฝ กท กษะการท างาน 2. เพ อใช เวลาให เก ดประโยชน 3. เพ อเป นแนวทางในการประกอบว ชาช พ 4. เพ อย ดอาย การใช งานให ยาวนานและเก ดความปลอดภ ย 35. ข อใดกล าว ไม ถ กต องเก ยวก บหล กการใช เคร องม อช างในการปฏ บ ต งานซ อมแซมและต ดต งให ม ความ ปลอดภ ย 1. ควรปฏ บ ต ตามค าแนะน าในค ม อการใช 2. เร ยนร ว ธ การใช เคร องม ออย างถ กต อง 3. แต งกายตามสบายในเวลาท างาน เพ อความสะดวกสบาย 4. เม อพบข อบกพร องของเคร องม อ เคร องใช ในขณะท างานให หย ดการท างานท นท 36. เคร องม อช างท ใช ในงานช างซ อมแซมอ ปกรณ และเคร องใช ไฟฟ าเบ องต น เคร องม อประเภทใดท น ามาใช เป นอ นด บแรกค อ 1. ไขควงว ดไฟ 2. ค มต ดสายไฟ 3. ค มปอกสายไฟ 4. ค มจ บปากแบน 37. การตรวจซ อมหลอดฟล ออร เรสเซน ควรด ท ส งใดเป นอ นด บแรก 1. บ ลลาสต 2. สว ตช 3. ข วหลอดไฟ 4. สตาร ตเตอร 38. ในการประด ษฐ ส งของต างๆ ควรพ จารณาจากส งใดเป นหล ก 1. ส งของน นท าได หร อไม 2. ส งของน นขายได หร อไม 3. ส งของน นใช ประโยชน ได หร อไม 4. ส งของน นหาเศษว สด มาท าได หร อไม 7 39. งานประด ษฐ ชน ดใดจ ดเป นงานประด ษฐ ท เป นเอกล กษณ ไทย 1. แจก นจากไม ไผ 2. พวงมาล ยดอกไม สด 3. กระเป าจากผ าบาต ก 4. ดอกบ วประด ษฐ จากขวดพลาสต ก
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks