ช ดท 1 แนวข อสอบ O-Net ว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย - PDF

Description
ช ดท 1 แนวข อสอบ O-Net ว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย คาช แจง ให น กเร ยนเล อกคาตอบท ถ กต องท ส ดเพ ยงข อเด ยว 1. ข อใดเป นหล กการทางานด วยความเส ยสละ 1. ตนเป นท พ งแห งตน 2. ห วหน ากล มต ดส นใจถ กเสมอ 3.

Please download to get full document.

View again

of 41
All materials on our website are shared by users. If you have any questions about copyright issues, please report us to resolve them. We are always happy to assist you.
Information
Category:

Fashion

Publish on:

Views: 11 | Pages: 41

Extension: PDF | Download: 0

Share
Transcript
ช ดท 1 แนวข อสอบ O-Net ว ชา การงานอาช พและเทคโนโลย คาช แจง ให น กเร ยนเล อกคาตอบท ถ กต องท ส ดเพ ยงข อเด ยว 1. ข อใดเป นหล กการทางานด วยความเส ยสละ 1. ตนเป นท พ งแห งตน 2. ห วหน ากล มต ดส นใจถ กเสมอ 3. นาความค ดเห นของสมาช กมาพ จารณา 4. ทางานส วนของตนให เสร จแล วรองานจากเพ อน 2. บ คคลท เป นผ ส มภาษณ๑ควรม ค ณสมบ ต ในข อใดต อไปน 1. ม ความซ อส ตย๑ 2. ม ความเส ยสละ 3. ม ปฏ ภาณไหวพร บ 4. ม ความขย นหม นเพ ยร 3. บ คคลในข อใดต อไปน ท เพ อนร วมงานจะให ความไว วางใจต อการทางานมากท ส ด 1. แดง เป นบ คคลท ม ความตรงต อเวลา 2. ฟ า เป นบ คคลท ม ความสงบเคร งขร ม 3. เข ยว เป นบ คคลท ม ก ร ยาส ภาพเร ยบร อย 4. ขาว เป นบ คคลท พ ดจาอ อนหวานไพเราะ 4. บ คคลในข อใดใช ทร พยากรในการทางาน ไม ถ กต อง 1. แอปเป ล ใช ถ งผ าแทนถ งพลาสต ก 2. ส ม ใช สเปรย๑จ ดทรงผมหมดแล วนาไปฝ งด น 3. อง น นาเส อผ าเก ามาซ อมแซมเพ อให ใช งานได 4. มะเฟ อง นาหลอดไฟใช แล วใส ถ งดาไปท งถ งขยะม พ ษ 5. ข อใด ไม ใช ประโยชน๑จากการศ กษาข อม ลของหน วยงานท จะต องไปต ดต อ 1. ช วยให เป นผ ม มน ษยส มพ นธ๑ท ด 2. ช วยให ทราบสถานท ต งหน วยงาน 3. ช วยให ทราบถ งบร การของหน วยงาน 4. ช วยให ทราบเวลาทาการของหน วยงาน 1 6. ข อใดเป นข นตอนแรกในการด แลร กษาบ าน 1. การทาความสะอาดฝาผน ง 2. การทาความสะอาดเพดาน 3. การทาความสะอาดประต หน าต าง 4. การวางแผนการทางานบ านประเภทต างๆ 7. ข อใดเป นข นตอนการวางแผนการทางานบ านท ด ท ส ด 1. ปฏ บ ต งาน - ต ดตามและปร บปร งแก ไข - นาเสนอผลงาน 2. ปฏ บ ต งาน - จ ดทาแผนการท างาน - ประเม นงาน - สร ปงาน 3. ว เคราะห๑งาน - ปฏ บ ต งาน - จ ดทาแผนการทางาน - ปร บปร งแก ไข 4. ว เคราะห๑งาน - จ ดทาแผนการทางาน - ปฏ บ ต งาน - ต ดตามและปร บปร งแก ไข 8. ข อใดกล าวถ งประโยชน๑ของการวางแผนการทางานท ด ได ถ กต องท ส ด 1. ม ท กษะในการทางานร วมก บผ อ นได ด 2. งานท ได ร บมอบหมายสาเร จอย างรวดเร ว 3. ทางานจานวนมากในระยะเวลาท จาก ดได 4. ทางานสาเร จล ล วงตามเวลาโดยผลงานม ค ณภาพ 9. ให น กเร ยนใช ต วเล อกต อไปน ตอบคาถาม 1. กวาดด วยไม กวาดดอกหญ า 2. ไม ถ พ นช บน าบ ดหมาดๆ ถ พ นในท ศทางเด ยวก น 3. ผสมน ายาถ พ น บ ดหมาดๆ ถ ซ าในท ศทางเด ยวก น 4. ซ กผ าถ พ นให สะอาดนาไปผ งแดดให แห ง ข อใดเร ยงลาด บการทาความสะอาดพ นบ านถ กต องท ส ด 1. 4, 3, 2, , 2, 3, , 3, 2, , 2, 1, ข อใดเป นการด แลร กษาห องต างๆ ในบ านได ถ กต องท ส ด 1. ซ กเคร องนอนเด อนละ 1 คร ง 2. จ ดช นวางหน งส อไว ท ห องร บแขก 3. ในห องคร วม อากาศถ ายเท ม แสงสว างเพ ยงพอ 4. ข ดพ นห องน าด วยผงซ กฟอกส ปดาห๑ละ 2 คร ง 2 11. ให น กเร ยนใช ต วเล อกต อไปน ตอบคาถาม 1. ป ดฝ นท ผ าม าน 2. จ ดของเข าท 3. เช ดกระจกบานเกล ด 4. กวาดหยากไย บนเพดาน จงเร ยงลาด บข นตอนตามล กษณะการวางแผนการทางานบ านท ถ กต อง 1. 4, 1, 3, , 3, 1, , 4, 2, , 3, 4, ไม กวาดในข อใดใช สาหร บทาความสะอาดพ นซ เมนต๑ข ดม น 1. ไม กวาดดอกหญ า ไม กวาดทางมะพร าว ไม กวาดขนไก 2. ไม กวาดดอกหญ า ไม กวาดไนลอน ไม กวาดทางมะพร าว 3. ไม กวาดดอกหญ า ไม กวาดยางพารา ไม กวาดไนลอน 4. ไม กวาดทางมะพร าว ไม กวาดดอกหญ า ไม กวาดขนไก 13. ข อใดเป นว ธ การทาความสะอาดพ นไม ปาร๑เก ท ถ กต อง 1. กวาดด วยไม กวาดอกหญ า ข ดพ นด วยแปรงลวด 2. กวาดด วยไม กวาดเส ยนตาล ข ดด วยแปรงขนส ตว๑ 3. กวาดด วยไม กวาดดอกหญ า แล วถ ด วยผ าบ ดพอหมาด 4. กวาดด วยไม กวาดเส ยนตาล ล างด วยน าผสมน ายาทาความสะอาด 14. ในการเล อกซ อเคร องเร อนควรคาน งถ งส งใดมากท ส ด 1. เล อกซ อเคร องเร อนท ม ราคาแพง 2. เคร องเร อนนาเข าจากต างประเทศ 3. ม ประโยชน๑ในการใช สอย ประหย ด 4. ซ อของหายาก ไม ซ าร ปแบบของผ อ น 15. ข อใดเป นการด แลร กษาเคร องเร อน ไม ถ กต อง 1. ใช น ามะขามเป ยกข ดเคร องทองเหล อง 2. ใช ผ าช บน ายาข ดเงาเช ดโซฟาเป นประจา 3. ใช ผ าช บน าเช ดฝ นบร เวณหล งต เส อผ า 4. ล างช นพลาสต กด วยน าสะอาด ผ งแห งในท แดดจ ด 3 16. การจ ดตกแต งห องในข อใดต อไปน ท ต องคาน งถ งความสวยงามเป นอ นด บแรก 1. ห องน า 2. ห องนอน 3. ห องทางาน 4. ห องร บแขก 17. การจ ดเคร องเร อนแบบต ดฝาผน ง เหมาะก บสถานท ใดมากท ส ด 1. ห องร ปส เหล ยมผ นผ า 2. ห องร ปส เหล ยมด านเท า 3. ห องท ผน งสองด านขนานก น 4. อาคารช ดหร อบ านท ม พ นท จาก ด 18. บ านท ม ขนาดเล กม ว ธ การตกแต งอย างไร เพ อให บ านด กว างข น 1. การเล อกส ทาบ านเป นโทนส เข ม 2. ลดจานวนสมาช กในบ านให น อยลง 3. การเล อกใช เคร องเร อนให เหมาะสมก บขนาดของบ าน 4. การทาความสะอาดและเก บส งท ไม จาเป นท งสม าเสมอ 19. การจ ดตกแต งบ านจาเป นหร อไม ท ต องใช ว สด อ ปกรณ๑ท ม ราคาแพง จ งจะทาให บ านสวยงาม และน าอย อาศ ย 1. จาเป น เพราะว สด อ ปกรณ๑ท สวยงามม ราคาแพง 2. จาเป น เพราะใช เป นค าจ างงานให ผ ท ชานาญการจ ดและตกแต ง 3. ไม จาเป น เพราะม เวลาอย บ านน อย จ งไม เป นต องตกแต งให ส ญเปล า 4. ไม จาเป น เพราะสามารถนาว สด อ ปกรณ๑ท ม อย ในบ านมาใช ในการจ ดและตกแต งให สวยงามได 20. ข อใดค อหล กการพ จารณาเล อกใช ส งของตกแต งบ านท ถ กต องท ส ด 1. ส ควรกลมกล นก บพ น ผน ง เพดานบ าน 2. ค าน งถ งการใช ประโยชน๑เพ ยงประการเด ยว 3. ขนาดและร ปทรงต องม ขนาดใหญ เพ ยงอย างเด ยว 4. เล อกส งตกแต งท แตกห กง ายจะได เปล ยนใหม บ อยคร ง 21. การออกแบบบ านให ประหย ดพล งงานโดยการจ ดและตกแต งบร เวณบ านควรทาอย างไร 1. ใช กระเบ องหล งคาส เข ม 2. ถมบร เวณรอบบ านให ต ากว าบ าน 3. ควรเล อกต นไม ท โตช า ลาต นไม ส ง 4. ปล กต นไม ทรงส งเพ อบ งแสงอาท ตย๑ 4 22. สนามหญ าช วยให เก ดประโยชน๑ ยกเว น ข อใด 1. ให ความช มช นต อโคนต นไม 2. กล นหญ าบรรเทาอาการปวดห ว 3. แก ป ญหา เร องแสง-เส ยงสะท อน 4. บรรเทาการฟ งกระจายของฝ นละออง 23. สวนร ปแบบใดท เน นจ ดเด นเก ยวก บขององค๑ประกอบสวนซ งเป นการบอกถ งเร องราวต างๆ ผ านการจ ดสวน 1. สวนประด ษฐ๑ 2. สวนธรรมชาต 3. สวนนามธรรม 4. สวนจ นตนาการ 24. การจ ดสวนถาดช นก บการจ ดสวนถาดแห งแตกต างก นท ข อใด 1. พ ชท ปล ก 2. ของตกแต ง 3. ความสวยงาม 4. ภาชนะท ใช ปล ก 25. ข อใดเป นความปลอดภ ยจากการทางานบ าน 1. ใช น ายาข ดห องน าท กคร งท อาบน า 2. ถอดปล กท กคร งหล งใช งานเคร องใช ไฟฟ า 3. เล อกเคร องใช ไฟฟ าท ม ส ญล กษณ๑เบอร๑ 5 4. ใช ผ าป ดจม กท กคร งท ทางานบ าน 26. การเล อกซ อผลไม มาบร โภคในครอบคร ว ควรเล อกอย างไร 1. เล อกผลไม ท ม ตาหน 2. เล อกผลไม ท ม ราคาถ ก 3. เล อกบร โภคผลไม ตามฤด กาล 4. เล อกไม ท นาเข าจากต างประเทศ 27. ผ ท ถ อศ ลก นเจควรร บประทานอาหารอะไรเพ อทดแทนโปรต นจากเน อส ตว๑ 1. นมจ ด 2. น าเต าห 3. เฟรนช๑ฟรายส๑ 4. ขนมป งโฮลว ต 28. ส งท ควรคาน งเป นอ นด บแรกในการเล อกซ ออาหาร ค อข อใด 1. ม ความสวยงาม 2. ม ความปลอดภ ย 3. ประหย ดค าใช จ าย 4. ถ กต องตามหล กโภชนาการ 5 29. ข อใดต อไปน จ ดอย ในข นตอนการเตร ยมว ตถ ด บในการประกอบอาหาร 1. เล อกปลาท บท มท สด 2. ลอกผ วปลาหม กให ขาว 3. นาเน อหม มาแช ในซ อ ว 4. จ ดแตงกวาตกแต งบนจานรออาหารส ก 30. การเล อกซ อปลา ควรเล อกอย างไร 1. เหง อกม ส แดง ท องไม แตก ตาใส 2. ห วต ดก บต วแน น เน อแข งกดไม ลง 3. ต วเป นม น ตาใส เหง อกม ส แดง ม กล นเล กน อย 4. ต วส น าเง นเป นประกาย ตาใส ห วต ดก บลาต วแน น 31. ว ธ การประกอบอาหารด วยการต ม ลวก และเค ยวม ความแตกต างก นในด านใด 1. ว ตถ ด บ 2. ระยะเวลา 3. เคร องคร ว 4. สารอาหาร 32. การประกอบอาหารในข อใดเป นการสงวนค ณค าของอาหารมากท ส ด 1. ลวกผ กเป อย ร บประทานก บน าพร ก 2. ใช ไฟอ อนๆ ต มไก เพ อให ไก น ม รสชาต ด 3. ข าวร อนๆ ห งแบบไม เช ดน า ร บประทานก บไข เจ ยว 4. ห นผ กเป นช นพอด คา แล วนาไปล างก อนนามาผ ดน าม นหอย 33. การประกอบอาหารในข อใดไม ใช ว ธ สงวนค ณค าอาหาร 1. ผ ดผ กบ งโดยใช ไฟแรง 2. ใช น าปร มาณมากเม อจะลวกผ ก 3. นาเน อไก แช น าเย นแล วยกข นต งไฟต มซ ป 4. ห นหม ช นหนาเพ อประกอบอาหารประเภทต ๐น 34. ข อใดเป นการเล อกใช เคร องม อเคร องใช ในการประกอบอาหารท ถ กต อง 1. ใช ล งถ งน งขนมตาล 2. อ นหม ทอดด วยหม อห งข าวไฟฟ า 3. ทาแกงเข ยวหวานด วยหม อด ามยาว 4. ใช จานพลาสต กท วไปใส อาหารอ นในไมโครเวฟ 6 35. ข อใดสะท อนถ งเอกล กษณ๑ในการจ ดและตกแต งอาหารของไทย 1. ยาถ วพ ท ส วนประกอบม สรรพค ณทางยา 2. ผลไม ตามฤด กาลท ปอกเปล อกและห นเป นช น 3. ต มยาก งโรยหน าด วยพร กช ฟ าและใบโหระพา 4. น าพร กปลาท ม ผ กสดแกะสล กเป นเคร องเค ยง 36. กล องพลาสต กใส อาหารท ม กล น ม ว ธ การกาจ ดกล นโดยว ธ ใด 1. ล างด วยน ายาล างจานท ผสมมะนาว 2. ใช น ายาทาความสะอาดข ดด วยฝอยแบบอ อน 3. ล างด วยน าส มสายช แล วล างออกด วยน าสะอาด 4. นาไปต มในน าผสมเกล อ แล วล างออกด วยน าสะอาด 37. จ นทร๑ซ อผ กมาเป นจานวนมากแต ร บประทานไม หมด จ นทร๑ควรเก บร กษาผ กท เหล ออย างไร 1. ห อใบตองเก บไว ในท ร ม 2. ใส ถ งพลาสต ก ม ดปากถ งให แน น เก บไว ในท ร ม 3. ใส ถ ง เจาะร ข างถ ง แช น าไว และนามาผ งลมบ าง 4. นาโคนผ กแช น า ใช ผ าขาวบางช บน าบ ดหมาดคล ม พรมน าบ าง 38. อาหารแปรร ปในข อใดส ญเส ยค ณค าทางโภชนาการ น อย ท ส ด 1. น าส มค น 2. กล วยฉาบ 3. มะม วงกวน 4. ลาไยอบแห ง 39. นมท ผ านการพาสเจอไรส๑ ถ าต องการเก บไว บร โภคนานๆ ควรทาเช นไร 1. แช ไว ในน าอ น 2. เก บไว ในต เย น 3. ตากแดดท งไว 1 ว น 4. เก บไว ท อ ณหภ ม ห อง 40. ข อใดกล าวถ งค ณประโยชน๑ของการถนอมอาหารได ถ กต อง 1. ทาให อาหารม รสชาต ด กว าเด ม 2. ทาให จ ล นทร ย๑ในอาหารเพ มข น 3. ทาให ม อาหารร บประทานตลอดป 4. ทาให อาหารส กโดยไม ต องใช ความร อน 7 41. ข อใดเป นการประด ษฐ๑ของใช ของตกแต งจากว สด ธรรมชาต ท ม ในท องถ น 1. น อยนาโฟมมาทากระทง 2. นานากระป องน าอ ดลมมาต ดเป นดอกไม 3. พ ก งสานปลาตะเพ ยนแขวนไว ท เปลของน อง 4. ก อยนาขวดน ามาทาเป นกระถางต นไ
Related Search
Similar documents
View more...
We Need Your Support
Thank you for visiting our website and your interest in our free products and services. We are nonprofit website to share and download documents. To the running of this website, we need your help to support us.

Thanks to everyone for your continued support.

No, Thanks